'โดนัลด์ ทรัมป์' วิจารณ์บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทำกำไรมากเกินไปจากสงครามอิหร่าน และเรียกร้องให้ลดราคาขายปลีก ท่ามกลางราคาน้ำมันเบนซินที่ยังสูงกว่าก่อนเกิดความขัดแย้ง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาวิจารณ์บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง ExxonMobil และ Chevron ว่า ทำกำไรมากเกินไปจากสถานการณ์สงครามกับอิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มเพื่อคืนประโยชน์ให้ประชาชน ท่ามกลางราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าก่อนเกิดสงคราม แม้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเริ่มปรับตัวลดลงแล้ว
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 (ตามเวลาไทย) โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาวระหว่างพิธีลงนามคำสั่งบริหาร โดยทรัมป์ระบุว่า บริษัทน้ำมันกำลังทำกำไรมากเกินไปจากภาวะขาดแคลน พร้อมกล่าวว่า “บริษัทเหล่านี้กำลังทำเงินมากเกินไปจากภาวะขาดแคลน ผมไม่ชอบเรื่องนี้เลย และผมอาจเป็นคนสุดท้ายที่ควรพูดแบบนี้ เพราะผมสนับสนุนระบบทุนนิยมเสรีอย่างเต็มที่ ไม่มีใครสนับสนุนมากกว่าผม” ก่อนเอ่ยชื่อบริษัทโดยตรงและกล่าวว่า “กำไรมากเกินไป” ตามรายงานของ USA TODAY
ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อเห็นบริษัทแห่งหนึ่งมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 12 เท่าจากปีก่อน บริษัทเหล่านี้ควรคืนผลประโยชน์บางส่วนให้ประชาชนผ่านการลดราคาขายปลีก โดยย้ำว่า “ผมขอพูดให้ชัดเจนว่าผมไม่พอใจกับเรื่องนี้”
Bloomberg รายงานว่า ทรัมป์วิจารณ์ผลกำไรของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามอิหร่านที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการร่วมกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่ CNBC รายงานว่า ExxonMobil และ Chevron ต่างประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดย ExxonMobil มีกำไร 14,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน เพิ่มขึ้นจาก 7,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปี 2568
ส่วน Chevron มีกำไร 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 380 จาก 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน ขณะที่ New York Post ระบุว่า กำไรของ Chevron ถือเป็นกำไรรายไตรมาสสูงสุดในรอบ 6 ปี
ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นระหว่างสงคราม โดยราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนอยู่ที่ประมาณ 92 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 จากไตรมาสแรก ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม อยู่ที่ประมาณ 4.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 40 จากระดับประมาณ 2.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน ก่อนสงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันดิบอ้างอิงของตลาดโลก ลดลงมากกว่าร้อยละ 4 ในวันที่ 3 สิงหาคม มาอยู่ที่ประมาณ 84 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากความหวังต่อความคืบหน้าทางการทูตในการยุติความขัดแย้ง แม้ว่าราคาจะยังสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามอย่างมาก
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบประมาณร้อยละ 20 ของปริมาณการค้าทั่วโลก ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน ทรัมป์ยังสั่งให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตรวจสอบการกำหนดราคาของบริษัทน้ำมัน หลังราคาน้ำมันขายปลีกไม่ลดลงตามต้นทุนที่ปรับลดลง ขณะที่ New York Post รายงานว่า ทรัมป์เคยกล่าวว่า เมื่อสงครามกับอิหร่านสิ้นสุด ราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยระบุว่า “เมื่อเราเสร็จสิ้นกับอิหร่าน คุณจะเห็นราคาน้ำมันดิ่งลงพื้น”
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ทรัมป์เคยโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า สหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ประเทศก็มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ย้ำว่าการป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ยังเป็นเป้าหมายที่สำคัญกว่า
Financial Times รายงานเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มรายงานผลกำไรสูงเป็นประวัติการณ์จากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นระหว่างสงครามอิหร่าน ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งกับทรัมป์ที่กล่าวหาว่าบริษัทปรับขึ้นราคาขายปลีกเกินความเหมาะสม ขณะที่ POLITICO รายงานว่า อุตสาหกรรมน้ำมันกังวลว่าการเชื่อมโยงผลกำไรกับสงครามอาจทำให้บริษัทถูกมองว่าได้รับประโยชน์จากความขัดแย้ง
ข้อมูลจาก American Automobile Association (AAA) องค์กรที่ติดตามราคาน้ำมันเบนซินทั่วสหรัฐฯ ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วประเทศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ประมาณ 4.09-4.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน สูงกว่าช่วงก่อนสงครามอย่างชัดเจน แม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเริ่มปรับตัวลดลงแล้วก็ตาม
ทรัมป์ย้ำว่าบริษัทน้ำมันควรคืนผลประโยชน์บางส่วนให้ประชาชนผ่านการลดราคาขายปลีก และยังคงเชื่อว่าราคาน้ำมันจะปรับลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อความขัดแย้งยุติลง
อ้างอิง:
USA TODAY: Trump says Exxon, Chevron are 'making too much money' amid Iran war
CBS News: Trump says oil companies should cut gas prices after making "too much money"
Bloomberg via Yahoo Finance: Trump Hits Exxon, Chevron for Profits Amid Iran War He Launched
POLITICO: ‘Oh, boy’: Oil industry frets over Trump's profit-minded Iran post




