News Logo
หน้าแรก
‘สีหศักดิ์’ ซัดกัมพูชากลางวง UNCLOS สกัดคุยผลประโยชน์ก่อนแบ่งเขตแดน

‘สีหศักดิ์’ ซัดกัมพูชากลางวง UNCLOS สกัดคุยผลประโยชน์ก่อนแบ่งเขตแดน

15 ก.ย. 2569 16:11
ผู้ชม 11 คน

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นำคณะเจรจาฝ่ายไทยเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชาภายใต้ UNCLOS ที่สิงคโปร์ ย้ำไทยเข้าร่วมด้วยความสุจริตใจ แต่ขอบเขตกระบวนการต้องเป็นเรื่องการกำหนดเขตทางทะเลในอ่าวไทย เกาะกูดไม่เกี่ยว ขณะที่ฝ่ายไทยต้องการให้แบ่งเขตทางทะเลชัดเจนก่อนหารือการพัฒนาทรัพยากรร่วมกัน

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 สำนักข่าว Next News รายงานว่า การประชุมครั้งแรกของ คณะกรรมาธิการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 ณ ประเทศสิงคโปร์ โดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นำคณะเจรจาฝ่ายไทยเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าว และเมื่อวันที่ 15 กันยายน ได้กล่าวถ้อยแถลงเปิดต่อคณะกรรมาธิการประนอมและคณะผู้แทนกัมพูชา

นายสีหศักดิ์กล่าวถึงเป้าหมายของไทยว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้แทนประเทศไทย โดยผมมาด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน คือการแสวงหาทางออกในเรื่องการกำหนดเขตทางทะเล ซึ่งจะปกป้องสิทธิของเรา และเพื่อทำให้ไทยและกัมพูชาสามารถก้าวไปข้างหน้าได้ในฐานะเพื่อนบ้าน”

พร้อมระบุว่า ไทยเชื่อมาโดยตลอดว่าความเห็นต่างระหว่างประเทศเพื่อนบ้านควรได้รับการแก้ไขผ่านการพูดคุย รักษาช่องทางการสื่อสาร ฟื้นฟูความเชื่อมั่น และแสวงหาทางออกที่ยั่งยืนผ่านการเจรจาทวิภาคี โดยมองว่ากฎหมายระหว่างประเทศและการทูตเป็นพื้นฐานที่เกื้อหนุนกัน กฎหมายเป็นกรอบ ขณะที่การทูตเป็นเครื่องมือสำหรับสร้างความไว้วางใจและหาทางออกที่ยอมรับได้ระหว่างกัน

นายสีหศักดิ์ยังกล่าวถึงบริบทความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยตั้งคำถามต่อจุดยืนที่ฝ่ายกัมพูชานำเสนอว่าตนเป็นฝ่ายเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่กล่าวหาว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมยกกรณีการเผยแพร่บทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำ 

เหตุที่นายสีหศักดิ์ระบุว่าเป็นการยิงที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือนไทย และกรณีทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดขึ้นประกอบถ้อยแถลง โดยย้ำว่า “ประเทศไทยยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศอย่างมั่นคงเสมอมา” และจะปกป้องสิทธิของไทยอย่างเข้มแข็ง

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

ภายหลังการประชุม นายสีหศักดิ์ตอบคำถามสื่อไทยถึงบรรยากาศการหารือว่า ฝ่ายไทยเข้าไปพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา และเห็นว่ากระบวนการประนอมไม่สามารถแยกออกจากความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้ เพราะทั้งเหตุการณ์ที่ผ่านมาและผลของกระบวนการในอนาคตล้วนมีผลต่อความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

“เจตนาของไทยคือ เราเห็นว่าไทยกับกัมพูชาต้องอยู่ด้วยกัน เรามีปัญหาความขัดแย้งก็ต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง เราต้องมีความจริงใจและจริงจัง อันนี้คือประเด็นของเรา” นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์กล่าวต่อว่า “เขา (กัมพูชา) จะพูดเสมอว่าเขาเป็นฝ่ายที่ชอบธรรม เป็นฝ่ายที่ยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วนไทยเป็นฝ่ายที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศตลอดเวลา แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น เราก็ต้องยกตัวอย่างให้คณะประนอมเข้าใจ”

สำหรับเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่ง นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา กล่าวถึงนั้น นายสีหศักดิ์ระบุว่า ความไว้วางใจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กระบวนการเดินหน้าได้ แต่ฝ่ายไทยยังเห็นการกล่าวหาประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

“แต่สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวันในเวทีต่างๆ คือ การใส่ร้ายประเทศไทย การกล่าวหาประเทศไทยยังไม่หยุด ที่ผ่านมาก็มีการกล่าวหาต่างๆ ในเวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และในการประชุมที่ลาวขณะนี้เกี่ยวกับระเบิดพวง ก็มีการกล่าวหาประเทศไทย มันไม่สิ้นสุดเสียที แล้วเราจะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันได้อย่างไร ในการที่เราจะเข้าสู่กระบวนการนี้”

นายสีหศักดิ์ยังชี้แจงถึงการยกเลิก MOU 2544 โดยระบุว่า ตลอดระยะเวลา 25 ปี มีการประชุมอย่างเป็นทางการเพียงสองครั้งและไม่มีความคืบหน้า พร้อมกล่าวถึง “การที่กัมพูชาเผาสถานทูตไทย” ว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่ผ่านมา ก่อนย้ำว่า แนวทางที่ไทยเสนอหลังยกเลิก MOU คือการเริ่มต้นการพูดคุยใหม่ภายใต้ UNCLOS หลังจากกัมพูชาเข้าเป็นภาคีแล้ว

ในถ้อยแถลงเปิด นายสีหศักดิ์กล่าวว่า การที่กัมพูชาอ้างว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเริ่มกระบวนการประนอมภายหลังไทยยกเลิก MOU นั้นไม่เป็นความจริง โดยไทยเคยเสนอให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจาเรื่องเขตทางทะเลบนพื้นฐานทางกฎหมายเดียวกัน และเสนอด้วยว่า หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในหกเดือน จึงค่อยเข้าสู่กระบวนการประนอมร่วมกัน

นายสีหศักดิ์ให้รายละเอียดกับสื่อเพิ่มเติมว่า เคยเสนอให้อีกฝ่ายทดลองเจรจาทวิภาคีภายใต้ UNCLOS เป็นเวลา 6 เดือน หากการหารือเรื่องเขตแดนทางทะเลไม่คืบหน้าหรือคืบหน้าช้า ทั้งสองประเทศจึงสามารถตกลงร่วมกันเข้าสู่กลไกประนอมได้

อย่างน้อยประชาชนทั้งสองฝ่ายก็จะได้เห็นว่าเราพยายามแล้ว เราไม่ได้เล่นเกมอะไรระหว่างกัน ถ้าไปไม่ได้จริงๆ เราก็ตกลงร่วมกันเข้าสู่กระบวนการนี้” นายสีหศักดิ์กล่าว

การประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญา UNCLOS ณ สิงคโปร์ (วันแรก - 14 กันยายน 2569)

การประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญา UNCLOS ณ สิงคโปร์ (วันแรก - 14 กันยายน 2569)

สำหรับขอบเขตของกระบวนการประนอม นายสีหศักดิ์ย้ำในถ้อยแถลงว่า สำหรับประเทศไทย กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับ การกำหนดเขตทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาในอ่าวไทยเท่านั้น โดยเขตทางทะเลของไทยเป็นไปตามพระบรมราชโองการลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2516 และไทยมุ่งปกป้องอธิปไตย สิทธิอธิปไตย และสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ

“ผมขอย้ำว่า กระบวนการประนอมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยเหนือดินแดนทางบก รวมถึงเกาะกูด ประเทศไทยปฏิเสธเส้นเขตไหล่ทวีปที่กัมพูชาอ้างสิทธิฝ่ายเดียวเมื่อปี 2515 ซึ่งเส้นดังกล่าวปราศจากพื้นฐานทางกฎหมาย” นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์ย้ำกับสื่ออีกครั้งว่า “เกาะกูดไม่ว่าอย่างไรก็เป็นของประเทศไทย ไม่ว่าจะด้วยหลักกฎหมายทางทะเล เส้นเขตแดนทางทะเล รวมทั้งภายใต้สนธิสัญญาที่เรามีอยู่กับกัมพูชา ซึ่งทำกันตั้งแต่สมัยที่กัมพูชายังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เพราะฉะนั้น ประเด็นเรื่องเกาะกูดไม่เกี่ยวเลย”

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า จากการนำเสนอของฝ่ายกัมพูชาในการประชุม ฝ่ายไทยเห็นว่ามีความพยายามนำเรื่องการแบ่งปันทรัพยากรทางทะเลและการพัฒนาร่วม หรือ JDA เข้ามาในกระบวนการ ขณะที่จุดยืนของไทยคือ ควรแบ่งเขตทางทะเลให้ชัดเจนเสียก่อน จึงจะสามารถพิจารณาได้ว่าบริเวณใดเป็นพื้นที่ทับซ้อนและพื้นที่ใดสามารถพัฒนาร่วมกันได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายกัมพูชาชี้แจงหรือแก้ต่างต่อประเด็นที่ไทยหยิบยกขึ้นมาอย่างไร นายสีหศักดิ์ตอบว่า “คือเขาไม่ได้ชี้แจงตรงนี้ เขามุ่งมาในเรื่องของเส้นเขตแดนทางทะเลต่างๆ ว่ามันมีปัญหาอย่างไร แต่ก็เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เขาพยายามจะนำไปสู่ก็คือว่า เอาเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรร่วมกันมาก่อนดีกว่า”

“ในขณะที่ฝ่ายเราต้องการให้พูดคุยเรื่องเขตแดนให้ชัดเจนก่อน แต่เขาเหมือนจะข้ามเรื่องนี้ไป แล้วไปพูดถึงเรื่องทรัพยากรเลย” นายสีหศักดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายสีหศักดิ์ยืนยันว่า ไทยเข้าร่วมกระบวนการประนอมด้วยความสุจริตใจ ตระหนักถึงพันธกรณีภายใต้ UNCLOS และเชื่อมั่นในความเป็นกลางและความเชี่ยวชาญของคณะกรรมาธิการ โดยไทยพร้อมเข้าร่วมอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เที่ยงธรรม สามารถใช้ได้จริง และยั่งยืน พร้อมย้ำว่า “กระบวนการนี้ไม่ใช่การทูตแบบที่ต้องมีผู้ชนะและผู้แพ้โดยสิ้นเชิง” และไทยจะยังคงปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของประเทศอย่างมั่นคง

“ประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการนี้ด้วยความตั้งใจที่จะให้เกิดความคืบหน้า เราอยากร่วมมือกับคณะประนอมเพื่อให้เขาสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และเราหวังว่าผลสุดท้ายจะออกมาในลักษณะที่สร้างสรรค์ และทำให้ไทยกับกัมพูชาสามารถเดินหน้าร่วมกัน เจรจาร่วมกัน และหาทางออกที่ยั่งยืนสำหรับทั้งสองฝ่ายได้”

นายสีหศักดิ์ระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเพียงนัดแรก และยังมีการหารืออีกหลายรอบ โดยการประชุมครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนตุลาคมที่ กรุงเฮก ก่อนที่การหารือในลำดับต่อไปอาจกลับมาจัดที่สิงคโปร์ หรือประเทศอื่นในภูมิภาค

ในช่วงท้ายของถ้อยแถลง นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ภายหลังกระบวนการนี้สิ้นสุดลง ไทยและกัมพูชายังคงต้องเป็นประเทศเพื่อนบ้านกันต่อไป โดยกล่าวว่า “หน้าที่ของเราคือสร้างหลักประกันว่า สิ่งที่เราทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง จะสามารถทำให้พวกเขาได้รับประโยชน์จากสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองระหว่างสองประเทศ” พร้อมยืนยันว่า “ไทยพร้อมที่จะทำหน้าที่ในส่วนของเรา เราหวังว่ากัมพูชาก็จะทำเช่นเดียวกัน”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: กต.พร้อมถกคณะประนอมไทย-กัมพูชา ภายใต้ UNCLOS นัดแรก 14-16 ก.ย.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ไทย-กัมพูชา
UNCLOS
สีหศักดิ์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐฯคว่ำบาตรตลาดมืดออนไลน์ 'ซินบี' ฐานปฏิบัติการคลุมไทย-เมียนมา-ลาว
สหรัฐฯคว่ำบาตรตลาดมืดออนไลน์ 'ซินบี' ฐานปฏิบัติการคลุมไทย-เมียนมา-ลาว