News Logo
หน้าแรก
กต.โต้ 'ฮุน มาเนต' อ้างสหรัฐฯ กดดันไทย ปมชายแดนกัมพูชา

กต.โต้ 'ฮุน มาเนต' อ้างสหรัฐฯ กดดันไทย ปมชายแดนกัมพูชา

8 ต.ค. 2569 11:17
ผู้ชม 11 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

กระทรวงการต่างประเทศโต้ข้อกล่าวอ้างของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา หลังระบุว่าสหรัฐฯ กดดันไทยให้ยุติการกระทำที่เพิ่มความตึงเครียดและรุกล้ำดินแดน ยืนยันการหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐฯ ไม่เป็นไปตามรายงานข่าว พร้อมย้ำเงื่อนไขความปลอดภัยชายแดนก่อนเดินหน้าประชุม JBC

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีสื่อกัมพูชารายงานการให้สัมภาษณ์ของ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งกล่าวอ้างว่าสหรัฐอเมริกาผลักดันให้ไทยยุติการดำเนินการที่อาจเพิ่มความตึงเครียดหรือพยายามรุกล้ำดินแดนกัมพูชา พร้อมเรียกร้องให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (Joint Boundary Commission: JBC) โดยกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ผลการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยและสหรัฐฯ ไม่ได้มีลักษณะตามที่สื่อกัมพูชารายงาน

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน สำนักข่าวกัมพูชารายงานว่า นายฮุน มาเนต กล่าวระหว่างเข้าร่วมพิธีครบรอบ 80 ปี การก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพในกรุงพนมเปญ โดยเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกัมพูชาได้เข้าพบเมื่อประมาณ 3 วันก่อน พร้อมแจ้งว่า นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้หารือกับฝ่ายไทยและเรียกร้องให้หลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจเพิ่มความตึงเครียดตามแนวชายแดน รวมถึงการดำเนินการที่อาจเป็นการขยายการควบคุมเข้าไปในดินแดนของกัมพูชา

นายฮุน มาเนต ยังระบุว่า สหรัฐฯ สนับสนุนให้ทั้งสองประเทศปฏิบัติตามข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเกิดขึ้นจากการประสานงานของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนตุลาคม 2568 โดยให้ดำเนินการสำรวจและปักปันเขตแดนผ่านกลไก JBC ตามสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่ พร้อมกล่าวว่ากัมพูชาใช้ความอดทนอดกลั้นต่อสถานการณ์ชายแดนมาโดยตลอด และต้องการให้สหรัฐฯ ช่วยผลักดันกระบวนการเจรจาเขตแดนระหว่างสองประเทศ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศของไทยชี้แจงว่า ในห้วงที่ผ่านมา ผลการหารือระหว่างผู้แทนระดับสูงของไทยกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะการพบหารือระหว่างรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รวมถึงการหารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 และการหารือครั้งล่าสุดกับเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ไม่ได้มีลักษณะตามรายงานข่าวดังกล่าว

กระทรวงการต่างประเทศระบุด้วยว่า กรณีดังกล่าวเป็นอีกครั้งหนึ่งที่แสดงถึงความพยายามของกัมพูชาในการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์ทางการเมืองภายใน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างสองประเทศ อีกทั้งยังบั่นทอนบรรยากาศและความพยายามในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

สำหรับข้อเรียกร้องให้จัดการประชุม JBC กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในการแก้ไขปัญหากับกัมพูชาโดยสันติ ผ่านการพูดคุยหารือและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ พร้อมย้ำว่าฝ่ายไทยเคารพและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ระหว่างไทยกับกัมพูชา เมื่อเดือนธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ถ้อยแถลงร่วมดังกล่าวเกิดขึ้นจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (General Border Committee: GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยมีผลตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันเดียวกัน และกำหนดแนวทางดำเนินการด้านความมั่นคงและการแก้ไขปัญหาเขตแดนร่วมกัน

กระทรวงการต่างประเทศเน้นย้ำว่า การประชุม JBC ซึ่งเป็นการดำเนินงานด้านเทคนิค จะสามารถเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเอื้ออำนวย โดยเฉพาะสถานการณ์ตามแนวชายแดนที่จะต้องมีความมั่นคงและปลอดภัย ครอบคลุมทั้งความปลอดภัยจากทุ่นระเบิดและภัยคุกคามจากขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคสามารถปฏิบัติงานได้โดยไม่ตกอยู่ในความเสี่ยง

นอกจากนี้ ไทยยังเรียกร้องให้กัมพูชายุติการยั่วยุในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการดำเนินการในเวทีระหว่างประเทศ ตลอดจนการสร้างและเผยแพร่ข่าวที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและไม่สร้างสรรค์ โดยย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน เพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถร่วมกันแก้ไขปัญหาผ่านแนวทางสันติอย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อนุทิน’ ยอมรับไทยหลุดสายตานักลงทุนโลกหลายปี เร่งดึงทุน AI-ชิป
‘อนุทิน’ ยอมรับไทยหลุดสายตานักลงทุนโลกหลายปี เร่งดึงทุน AI-ชิป