ทรัมป์ประกาศเดินหน้าโจมตีอิหร่าน 'หนักที่สุด' ต่อเนื่อง 2-3 สัปดาห์ ขณะยอดผู้เสียชีวิตพุ่งกว่า 2,000 ราย โครงสร้างกลาโหมเสียหายหนัก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงต่อประชาชนสหรัฐฯ จากทำเนียบขาว เมื่อคืนวันที่ 1 เมษายน 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ (ตรงกับเช้าวันที่ 2 เมษายน ตามเวลาไทย) ว่า ปฏิบัติการทางทหาร Operation Epic Fury ใกล้บรรลุเป้าหมายหลักแล้ว แต่สหรัฐฯ จะยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง และจะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า
สำนักข่าว AP News รายงานว่า ทรัมป์กล่าวอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงที่สุดในช่วง 2-3 สัปดาห์จากนี้ และจะทำให้อิหร่านย้อนกลับไปสู่สภาพที่ล้าหลังอย่างรุนแรง โดยย้ำว่าสหรัฐฯ มุ่งทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านอย่างเด็ดขาด รวมถึงเครือข่ายตัวแทนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านทั่วภูมิภาค
ทั้งนี้ แถลงการณ์จากทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการ ระบุว่า เป้าหมายหลักของ Operation Epic Fury คือ การขจัดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ ทำลายคลังขีปนาวุธ และลดทอนเครือข่ายกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุนในหลายพื้นที่ รวมถึงเลบานอน เยเมน และอิรัก
ในคำปราศรัยล่าสุด ทรัมป์ยังระบุว่า หลังผ่านไป 4 สัปดาห์ของการโจมตีทางอากาศร่วมกับอิสราเอล ศักยภาพทางทหารของอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยกองทัพเรือถูกทำลายเกือบทั้งหมด กองทัพอากาศอ่อนกำลังลงอย่างมาก ขณะที่ฐานทัพสำคัญหลายแห่งถูกโจมตีด้วยอาวุธเจาะบังเกอร์ จนเกิดการระเบิดต่อเนื่องในพื้นที่เป้าหมาย
สำนักข่าว CNN รายงานว่า ทรัมป์ส่งสัญญาณสองทางในคำแถลง โดยระบุว่า เป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ใกล้เสร็จสิ้น แต่จะเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีในช่วงเวลาที่เหลือ เพื่อกดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้ เปิดกว้าง ปลอดภัย และเสรี
ทรัมป์ขู่ว่าหากอิหร่านไม่ยอมเปิดเส้นทางน้ำมันโลกที่สำคัญนี้ จะโจมตีโรงไฟฟ้าและแหล่งน้ำมันของอิหร่านอย่างหนักหน่วง โดยย้ำว่า “สหรัฐฯ ไม่ต้องการส่งทหารบกเข้าไปในอิหร่าน” และไม่มีแผนบุกพื้นดิน
ด้านอิหร่านปฏิเสธข่าวลือเรื่องการขอหยุดยิงทันที จากรายงานของ Al Jazeera ระบุว่า เตหะรานเรียกคำกล่าวอ้างของทรัมป์ว่า เท็จและไม่มีมูลความจริง พร้อมยืนยันว่าจะตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อไป
จนถึงขณะนี้ การโจมตีส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านมากกว่า 2,000 คน ทั้งทหารและพลเรือน พร้อมสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมกลาโหมและโรงงานผลิตอาวุธในเมืองสำคัญ เช่น เตหะราน, อิสฟาฮาน, ยาซด์ และบูเชห์ร์
การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่านส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกทันทีหลังคำแถลง โดยตลาดฟิวเจอร์ปรับตัวสูงขึ้น 4-6% เนื่องจากเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลกยังถูกคุกคาม
นอกจากนี้ ทรัมป์ย้ำอีกครั้งว่า สหรัฐฯ เป็นอิสระจากน้ำมันตะวันออกกลางโดยสิ้นเชิง และพร้อมโยนภาระความรับผิดชอบช่องแคบฮอร์มุซให้ประเทศอื่นๆ จัดการ หากไม่เปิดเสรี
แต่จนถึงวันนี้ ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าอิหร่านจะยอมเปิดช่องแคบดังกล่าว ขณะที่การเจรจาเบื้องหลังผ่านช่องทางปากีสถานและอื่นๆ ยังดำเนินอยู่แต่ยังไม่บรรลุผล
อ้างอิง:
AP News: Read the complete transcript of Trump's address to the nation
Al Jazeera: US-Israel launch major attacks as Iranian authorities maintain defiance
CBS News: Trump’s address on Iran war tonight will lay out timeframe
Reuters: Trump cheers death of Iranian leader, says strikes will continue




