ตัวกลางเร่งผลักดันข้อตกลงหยุดยิงสายฟ้าแลบ 45 วัน สหรัฐ-อิหร่าน หวังยุติวิกฤตการปิดช่องแคบฮอร์มุซและเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบ
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า อิหร่านและสหรัฐฯ ได้รับข้อเสนอแผนยุติความขัดแย้งที่อาจเริ่มมีผลตั้งแต่วันจันทร์นี้ โดยมีสาระสำคัญคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที ภายใต้กรอบข้อตกลงที่ปากีสถานเป็นตัวกลางจัดทำและส่งให้ทั้งสองฝ่ายพิจารณาเมื่อคืนที่ผ่านมา
แผนดังกล่าว ซึ่งถูกเรียกชั่วคราวว่า “อิสลามาบัด แอคคอร์ด” แบ่งออกเป็น 2 ระยะหลัก โดยสำนักข่าว Axios ระบุว่า ระยะแรกคือการหยุดยิงทันทีเป็นเวลา 45 วัน เพื่อสร้างเงื่อนไขสำหรับการเจรจา ขณะที่ระยะที่สองคือการผลักดันข้อตกลงถาวรภายใน 15-20 วันหลังจากนั้น
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า ข้อเสนอนี้ยังครอบคลุมกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคเกี่ยวกับการใช้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีแผนจัดการเจรจาแบบตัวต่อตัวในกรุงอิสลามาบัดในลำดับถัดไป นอกจากปากีสถานแล้ว ยังมีอียิปต์และตุรกีร่วมเป็นตัวกลาง ขณะที่การติดต่อบางส่วนดำเนินผ่านช่องทางไม่เป็นทางการ ระหว่างสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน
รัฐบาลปากีสถานย้ำว่า “ทุกองค์ประกอบต้องได้รับความเห็นชอบภายในวันนี้” เพื่อให้กรอบความเข้าใจเบื้องต้นสามารถมีผลบังคับใช้ในรูปแบบบันทึกความเข้าใจทางอิเล็กทรอนิกส์ โดย Reuters ระบุเพิ่มเติมว่า ข้อเสนอนี้ในขณะนี้ถูกส่งผ่านปากีสถานเพียงช่องทางเดียว
ก่อนหน้านี้ สถานการณ์ตึงเครียดทวีความรุนแรง หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันคิดเป็นกว่า 20% ของการขนส่งทั่วโลก ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยขู่ว่าจะโจมตีเป้าหมายสำคัญ หากอิหร่านไม่เปิดเส้นทางดังกล่าว
ด้าน Iran International รายงานว่า ตัวกลางกำลังเร่งผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายยอมรับข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงของการปะทะครั้งใหญ่ โดยอิหร่านยังคงยืนยันข้อเรียกร้องเรื่องค่าชดเชยความเสียหาย และการถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่ายว่าได้ยอมรับแผนดังกล่าวเต็มรูปแบบ ขณะที่สำนักข่าว Al Arabiya ระบุว่า การหารือยังคงดำเนินต่อไป และมีความเป็นไปได้ที่จะขยายระยะเวลาหยุดยิง หากจำเป็นเพื่อให้การเจรจาเดินหน้าต่อ
บทบาทของปากีสถานในครั้งนี้นับว่าโดดเด่นขึ้นอย่างไม่คาดคิด โดยมีรายงานว่าความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างผู้บัญชาการกองทัพ พลเอกอาซิม มูนีร์ กับประธานาธิบดีทรัมป์ มีส่วนช่วยเปิดช่องทางการสื่อสาร นอกจากนี้ ปากีสถานยังเคยทำหน้าที่ส่งต่อข้อเสนอกรอบข้อเสนอ 15 ประเด็นจากสหรัฐฯ ไปยังอิหร่าน และอำนวยความสะดวกในการติดต่อทางอ้อมมาตั้งแต่เดือนมีนาคม
ทั้ง BBC และ Al Jazeera ชี้ว่า ปากีสถานซึ่งก่อนหน้านี้เคยเผชิญภาวะโดดเดี่ยวทางการทูต กำลังกลับมาเป็นผู้เล่นสำคัญในภูมิภาคอีกครั้ง หลังเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจากหลายประเทศ รวมถึงตุรกี อียิปต์ และซาอุดีอาระเบียเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ และรัฐมนตรีต่างประเทศ อิชัค ดาร์ ย้ำว่าปากีสถานยินดีและเป็นเกียรติ หากได้เป็นเจ้าภาพการเจรจาโดยตรงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า หากแผนนี้ล้มเหลว อาจนำไปสู่การโจมตีตอบโต้ที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งจะกระทบต่อราคาน้ำมันโลกและเศรษฐกิจในวงกว้าง
อ้างอิง:
Reuters: Iran, US receive plan to end hostilities, immediate ceasefire
Axios: Iran mediators make last-ditch push for 45-day ceasefire
Iran International: Pakistan-backed proposal sketches two-phase deal




