สหรัฐฯ กล่าวหาจีนเตรียมส่งอาวุธใหม่ให้อิหร่าน ด้านจีนปฏิเสธ “ไม่เป็นความจริง” ขณะโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนอาจเกิดปัญหาใหญ่
สำนักข่าว CNN รายงานอ้างข้อมูลข่าวกรองสหรัฐฯ ว่า จีนอาจกำลังเตรียมจัดส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบใหม่ให้อิหร่านภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ท่ามกลางสถานการณ์หยุดยิงที่ยังเปราะบาง หลังการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยาวนานราว 5 สัปดาห์
รายงานของ CNN เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ระบุว่า การส่งมอบดังกล่าวอาจใช้ ประเทศที่สาม เป็นตัวกลาง เพื่อปกปิดแหล่งที่มา โดยอาวุธที่ถูกจับตาคือ MANPADS หรือ ขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานแบบประทับบ่า ซึ่งเคยถูกใช้สร้างแรงกดดันต่อเครื่องบินรบสหรัฐฯ ที่บินในระดับต่ำ และอาจกลายเป็นปัจจัยเสี่ยง หากข้อตกลงหยุดยิงล่มลง
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 12 เมษายน ระหว่างออกจากทำเนียบขาวว่า “หากจีนทำแบบนั้น จีนจะมีปัญหาใหญ่” แต่ไม่ได้ยืนยันว่ามีการหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในประเด็นดังกล่าวหรือไม่
ขณะที่โฆษกสถานทูตจีนในกรุงวอชิงตันออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน ระบุว่า “จีนไม่เคยจัดหาอาวุธให้ฝ่ายใดในความขัดแย้ง ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง” พร้อมย้ำว่าจีนปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศในฐานะประเทศมหาอำนาจอย่างเคร่งครัด
จีนยังเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน เชื่อมโยงอย่างไม่เป็นธรรม และขยายความเกินจริง พร้อมระบุว่าทุกฝ่ายควรมีบทบาทในการลดระดับความตึงเครียดมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่า อิหร่านอาจใช้ช่วงเวลาของการหยุดยิงที่เพื่อเสริมกำลังอาวุธจากพันธมิตรต่างชาติ และหากมีการส่งมอบอาวุธดังกล่าวจริง จะถือเป็นการยกระดับการสนับสนุนจากจีน นับตั้งแต่การปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2569
ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าบริษัทจีนยังคงจำหน่ายเทคโนโลยีใช้ได้สองทาง (Dual-use) ที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรให้กับอิหร่าน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอาวุธและระบบนำทาง แต่การส่งอาวุธโดยตรงจากรัฐ จะถือเป็นอีกระดับหนึ่งที่แตกต่างออกไป
แหล่งข่าวด้านข่าวกรองอ้างว่า จีนอาจไม่ต้องการเข้าแทรกแซงอย่างเปิดเผย เนื่องจากมองว่าไม่สามารถปกป้องอิหร่านจากแรงกดดันของสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ แต่ยังคงต้องรักษาความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรด้านพลังงาน ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาภาพลักษณ์ความเป็นกลางในเวทีระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ จีนอาจให้เหตุผลว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศเป็นอาวุธเชิงรับ ไม่ใช่อาวุธเชิงรุก แตกต่างจากบทบาทของรัสเซียที่ให้การสนับสนุนด้านข่าวกรองแก่อิหร่านในช่วงที่ผ่านมา
อิหร่านมีความสัมพันธ์ทางทหารและเศรษฐกิจกับทั้งจีนและรัสเซียมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรไปยังจีน และความร่วมมือด้านอาวุธ เช่น การส่งโดรนพลีชีพให้รัสเซียใช้ในสงครามยูเครน
การกล่าวหาครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่ทรัมป์มีกำหนดเดินทางเยือนจีนในต้นเดือนหน้า เพื่อพบหารือกับสี จิ้นผิง ซึ่งทำเนียบขาวยืนยันว่า มีการติดต่อประสานงานระดับสูงระหว่างสองประเทศในช่วงการเจรจาหยุดยิงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ข่าวกรองสหรัฐฯ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการส่งมอบอาวุธเกิดขึ้นจริง แต่กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของสถานการณ์ แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้แล้ว
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยเตือนว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณามาตรการตอบโต้ทางการค้า เช่น การเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 50% กับประเทศที่สนับสนุนอาวุธให้อิหร่าน โดยมีจีนเป็นเป้าหมายหลัก
สถานการณ์ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของการหยุดยิงและการพบปะระหว่างผู้นำสหรัฐฯ-จีน ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญว่าจะช่วยคลี่คลาย หรือยิ่งซ้ำเติมความตึงเครียดในระยะต่อไป
อ้างอิง:




