อิหร่านยืนยัน ‘ไม่มีแผน’ เจรจารอบใหม่กับสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 20 เมษายน 2569 รัฐบาลอิหร่านประกาศชัดเจนว่า ยังไม่มีแผน และ ยังไม่ได้ตัดสินใจ ในการส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมการเจรจารอบที่สองกับสหรัฐฯ ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าจะส่งทีมเจรจาเดินทางไปยังปากีสถานอีกครั้ง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้น จากกรณีที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ยึดเรือสินค้าของอิหร่าน และการปิดล้อมทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่กำลังจะหมดอายุในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
เอสมาเอล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์เมื่อวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 ว่า “ณ ตอนนี้ ขณะที่ผมอยู่ที่นี่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ เราไม่มีแผนสำหรับการเจรจารอบต่อไป และยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ ในเรื่องนี้” โดยคำแถลงดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านสื่อของรัฐอิหร่านหลายแห่งพร้อมกัน
การประกาศของอิหร่านเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า สหรัฐฯ จะส่งคณะผู้แทนไปยังกรุงอิสลามาบัดในวันจันทร์ เพื่อเดินหน้าการเจรจารอบใหม่ พร้อมย้ำว่า หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ อาจใช้กำลังโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน
คณะผู้แทนสหรัฐฯ ประกอบด้วยบุคคลระดับสูง อาทิ สตีฟ วิทคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ขณะเดียวกันมีกระแสข่าวว่า เจดี แวนซ์ อาจเป็นผู้นำคณะเจรจา แม้จะมีรายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับประเด็นด้านความปลอดภัย
สื่อของรัฐอิหร่านอย่าง IRNA และ IRIB ระบุว่า บรรยากาศการเจรจาโดยรวม ไม่สามารถเป็นไปในเชิงบวก เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน
สถานการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียด หลังเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ยึดเรือสินค้าสัญชาติอิหร่านชื่อ Touska ในอ่าวโอมาน หลังจากเรือลำดังกล่าวไม่ตอบสนองต่อคำเตือน และพยายามฝ่าการปิดกั้นทางทะเล โดยทรัมป์ระบุว่าการปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการบังคับใช้ของสหรัฐฯ
อิหร่านตอบโต้ทันที โดยประณามการยึดเรือดังกล่าวว่าเป็นการโจรกรรมด้วยอาวุธ และประกาศว่าจะดำเนินการตอบโต้ในเวลาอันใกล้ ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศย้ำว่า เหตุการณ์นี้ทำให้ แทบไม่มีโอกาสที่การเจรจาจะประสบผลสำเร็จ
ขณะเดียวกัน สื่อที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลอิหร่านอย่าง Tasnim News Agency และ Fars News Agency รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า อิหร่านต้องการ กรอบความเข้าใจร่วมกัน ที่ชัดเจน ก่อนจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา และปฏิเสธที่จะเจรจาในสถานการณ์ที่อีกฝ่ายยังคงใช้มาตรการกดดัน
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากข้อตกลงหยุดยิงล้มเหลว อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม เอสมาเอล บาเกอี ย้ำว่า อิหร่านยังคงเปิดกว้างต่อการใช้ทุกช่องทาง รวมถึงการทูต เพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ แต่จะไม่เข้าร่วมการเจรจาในบรรยากาศที่ขาดความจริงใจจากอีกฝ่าย
อ้างอิง:




