News Logo
หน้าแรก
‘ทรัมป์’ จวกสื่อรายการ 60 นาที อ่านแถลงการณ์มือกราดยิงออกอากาศ

‘ทรัมป์’ จวกสื่อรายการ 60 นาที อ่านแถลงการณ์มือกราดยิงออกอากาศ

27 เม.ย. 2569 11:46
ผู้ชม 5 คน

‘ทรัมป์’ จวกสื่อรายการ 60 นาที ทำตัวแย่มาก หลังอ่านแถลงการณ์มือปืนกราดยิงงานเลี้ยงออกอากาศระหว่างสัมภาษณ์ ยอมรับเจ้าตัวอยากรู้อยากเห็นตอนกราดยิง ทำหน่วยอารักขาทำงานยาก ยืนยันต้องสร้างสร้างห้องจัดเลี้ยงสื่อแห่งใหม่ที่ทำเนียบขาวล้อมคอก แทนที่จะจัดงานที่โรงแรม

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมรา ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับรายการ "60 Minutes" ของสถานี CBS ซึ่งออกอากาศเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน  โดยเล่าถึงประสบการณ์ในเหตุการณ์กราดยิงที่งานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว (White House Correspondents’ Association dinner) ณ โรงแรม Washington Hilton เมื่อคืนวันเสาร์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นอย่างมาก ทั้งยังจุดประเด็นถกเถียงเรื่องความปลอดภัยและการเผชิญหน้าระหว่างทรัมป์กับสื่อมวลชน

ไม่กังวลแม้เสียงปืนสนั่น – “อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

นายทรัมป์เล่าถึงเหตุการณ์กราดยิงที่ทำให้แขกเหรื่อตกอยู่ในภาวะอลหม่านอย่างใจเย็น โดยยืนยันว่าเขา "ไม่ได้กังวล" แม้จะได้ยินเสียงปืนก็ตาม

“ผมเข้าใจชีวิต เราอยู่ในโลกที่บ้าคลั่ง” นายทรัมป์กล่าว และเปิดเผยเพิ่มเติมว่ายอมรับว่าความอยากรู้อยากเห็นของเขาอาจทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาความลับ (Secret Service) ต้องชะลอการอพยพเขาไปที่ปลอดภัย

“ผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมไม่ได้ทำให้มันง่ายสำหรับพวกเขาเลย” นายทรัมป์ยังเล่าว่าเจ้าหน้าที่ได้พยายามขอร้องให้เขากับนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง หมอบลงกับพื้นหลายครั้ง ก่อนที่ทั้งคู่จะยอมทำตามและถูกนำตัวไปยังที่ปลอดภัยในที่สุด

มือปืนและแรงจูงใจทางการเมือง

มือปืนผู้ต้องสงสัยคือ นายโคล โทมัส อัลเลน วัย 31 ปี จากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาความลับเข้าจับกุมได้ที่โรงแรม โดยพบว่าเขามีมีด ปืนลูกซอง และปืนพกติดตัว

ขณะรักษาการอัยการสูงสุด นายทอดด์ บลานเช่ เปิดเผยว่าการยิงครั้งนี้น่าจะมีแรงจูงใจทางการเมือง และอาจมีเป้าหมายโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ คนอื่นๆ นอกเหนือจากนายทรัมป์ด้วย เพราะอัลเลนยังได้ส่งข้อเขียนที่บางคนเรียกว่า "แถลงการณ์" (manifesto) ความยาว 1,100 คำ ซึ่งเต็มไปด้วยเนื้อหาต่อต้านรัฐบาลทรัมป์ ไปยังสมาชิกในครอบครัวด้วย

ปะทะคารมเดือด – ทรัมป์เรียกสื่อ "คนแย่ๆ"

บทสัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว CBS โดยนางนอราห์ โอ'ดอนเนลล์ กลายเป็นความตึงเครียดเมื่อเธออ่านส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ของผู้ก่อเหตุออกอากาศ ซึ่งมีข้อความที่กล่าวถึงทรัมป์ว่าเป็น "ฆาตกรข่มขืน" และ "ผู้ละเมิดทางเพศเด็ก" นายทรัมป์ตอบโต้ทันทีว่า “ผมกำลังรอคุณอ่านสิ่งนั้น เพราะผมรู้ว่าคุณจะอ่าน เพราะพวกคุณเป็นคนแย่ๆ” และเสริมว่า “ใช่ เขาเขียนแบบนั้น ผมไม่ใช่ฆาตกรข่มขืน... ผมอ่านแถลงการณ์แล้ว เขามันคนป่วย คุณไม่ควรจะมาอ่านสิ่งนั้นในรายการ 60 Minutes คุณมันน่าอับอาย แต่เอาเถอะ ไปต่อให้จบการสัมภาษณ์เถอะ”

นายทรัมป์ยังคงโจมตีนางโอ'ดอนเนลล์ตลอดช่วงที่เหลือของการสัมภาษณ์ และวิจารณ์สื่อมวลชนว่าเป็นพวกที่ “อ่อนแอต่ออาชญากรรม” (soft on crime)

ผลักดันโครงการห้องบอลรูมทำเนียบขาว – อ้างความจำเป็นด้านความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม แม้จะวิพากษ์วิจารณ์สื่อ นายทรัมป์กลับเรียกร้องให้สมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวกำหนดจัดงานใหม่ภายใน 30 วัน เพราะไม่อยากให้ "คนบ้า" มายกเลิกงานสำคัญเช่นนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์กราดยิงครั้งนี้ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุผลสำคัญในการผลักดันโครงการก่อสร้างห้องบอลรูมมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (12,925,800,000 บาท)ในทำเนียบขาวของทรัมป์เอง

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ โดย รักษาการอัยการสูงสุด นายทอดด์ บลานเช่ ได้ใช้โอกาสนี้กดดันกลุ่มนักอนุรักษ์ National Trust for Historic Preservation ให้ถอนฟ้องคดีที่ขัดขวางการก่อสร้าง โดยอ้างว่าโรงแรม Washington Hilton ไม่ปลอดภัยสำหรับงานที่มีประธานาธิบดีเข้าร่วม

 นายเบร็ตต์ ชูเมต ผู้ช่วยอัยการสูงสุด ระบุในจดหมายว่าห้องบอลรูมใหม่ในทำเนียบขาวจะ “รับประกันความปลอดภัยของประธานาธิบดีไปอีกหลายสิบปี และป้องกันความพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีในอนาคตที่เกิดขึ้นที่โรงแรม Washington Hilton”

ด้าน นายเอลเลียต คาร์เตอร์ โฆษกของกลุ่มนักอนุรักษ์ระบุว่าจะทบทวนจดหมายดังกล่าวกับที่ปรึกษากฎหมาย

เสียงสนับสนุนจากนักการเมือง

หลังเหตุการณ์กราดยิง ทั้งนายทรัมป์, นายบลานเช่ และผู้สนับสนุนรัฐบาลหลายคนได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียและรายการข่าว โดย สส. จิม จอร์แดน จากรัฐโอไฮโอ เห็นด้วยกับนายทรัมป์ 100% ว่าห้องบอลรูมแห่งใหม่นี้ “เห็นได้ชัดว่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยกว่ามากสำหรับงานประเภทนี้” เช่นเดียวกับ สว. ลินด์ซีย์ แกรห์ม จากรัฐเซาท์แคโรไลนา ที่กล่าวว่าห้องบอลรูมแห่งนี้ “เป็นสิ่งจำเป็นด้านความมั่นคงของชาติ”

แม้แต่ ส.ว. จอห์น เฟตเตอร์แมน จากรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครตและเข้าร่วมงานเลี้ยงดังกล่าว ก็เห็นด้วยว่าพื้นที่ใหม่ในทำเนียบขาวควรใช้ “สำหรับงานแบบนี้โดยเฉพาะ” โดยกล่าวว่าผู้เข้าร่วมงานและชาวอเมริกันโดยรวมตกอยู่ในสถานะที่ “เปราะบาง” จากเหตุการณ์นี้

ความคืบหน้าโครงการและประวัติการละเมิดความปลอดภัย

โครงการก่อสร้างห้องบอลรูมนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 หลังจากนายทรัมป์สั่งรื้อปีกตะวันออกของทำเนียบขาวเพื่อสร้างห้องบอลรูมขนาด 90,000 ตารางฟุต แม้จะมีความล่าช้าจากคำสั่งศาลที่บล็อกการก่อสร้างเหนือพื้นดิน แต่ศาลอุทธรณ์กลางก็ได้อนุญาตให้ทรัมป์ดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้

 นายทรัมป์กล่าวว่าโครงการนี้ได้รับทุนจากเงินบริจาคส่วนตัว แม้ว่าเงินสาธารณะจะถูกนำมาใช้สำหรับการสร้างบังเกอร์และการอัปเกรดระบบรักษาความปลอดภัยก็ตาม

บทความยังอ้างถึงเหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยในอดีตที่ทำเนียบขาวหลายครั้ง เช่น เหตุทหารผ่านศึกกระโดดข้ามรั้วเข้าไปในปี 2557, นักบินขับเครื่องบินขโมยมาตกในสวนทิศใต้ในปี 2537, และกรณีคู่รัก ที่แอบเข้าร่วมงานเลี้ยงรัฐบาลในปี 2552 ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการการยกระดับความปลอดภัย

นายทรัมป์คาดการณ์ว่าโครงการห้องบอลรูมจะแล้วเสร็จภายในวาระปัจจุบันของเขา “ในปี 2571 คุณจะมีบางสิ่งบางอย่าง คุณจะมีห้องบอลรูมที่ทันสมัยที่สุด พร้อมความปลอดภัยสูงสุด” ทรัมป์กล่าว “คุณจะไม่มีปัญหาอีกต่อไป”

 ที่มา https://www.theguardian.com/us-news/2026/apr/26/trump-60-minutes-interview-white-house-correspondents-dinner-shooting

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทรัมป์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตม.มาเลย์เผยขบวนการขนคนอินโดฯ เข้าประเทศ ใช้สนามบินหาดใหญ่เป็นจุดพัก
ตม.มาเลย์เผยขบวนการขนคนอินโดฯ เข้าประเทศ ใช้สนามบินหาดใหญ่เป็นจุดพัก