มาเลเซียบังคับใช้กฎหมายใหม่ทั่วประเทศ ให้แพลตฟอร์มตรวจสอบอายุผู้ใช้ด้วยเอกสารราชการ ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเปิดหรือถือครองบัญชีโซเชียลมีเดีย เริ่ม 1 มิ.ย.
วันที่ 1 มิถุนายน 2569 สำนักข่าว Next News รายงานว่า มาเลเซียเริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีลงทะเบียนหรือเป็นเจ้าของบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันนี้ โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ต้องดำเนินมาตรการตรวจสอบอายุผู้ใช้อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์สามารถสร้างหรือถือครองบัญชีของตนเองได้
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Malaysian Communications and Multimedia Commission (MCMC) ประกาศเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ติดตั้งระบบป้องกันการลงทะเบียนและการเป็นเจ้าของบัญชีของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปี พร้อมยกระดับการกำกับดูแลเนื้อหาออนไลน์ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น
มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ภายใต้กฎหมาย Online Safety Act 2025 โดยเฉพาะ Child Protection Code และ Risk Mitigation Code ซึ่งมีเป้าหมายลดความเสี่ยงที่เด็กและเยาวชนจะเข้าถึงเนื้อหาไม่เหมาะสมหรือเป็นอันตรายบนโลกออนไลน์
โดยผู้ใช้งานจะต้องยืนยันอายุผ่านเอกสารราชการ เช่น บัตรประชาชน MyKad หนังสือเดินทาง หรือระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล MyDigital ID โดยแพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้มาตรการดังกล่าวประกอบด้วย Facebook, Instagram, TikTok, YouTube และบริการออนไลน์อื่นที่มีผู้ใช้งานในมาเลเซียอย่างน้อย 8 ล้านคน
เตียว นี ชิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการสื่อสารของมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อท้องถิ่นว่า มาตรการดังกล่าวเป็นแนวทางเชิงรุกเพื่อปกป้องเด็กจากความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ การหลอกลวง หรือการล่วงละเมิดทางเพศ
อย่างไรก็ตาม แม้กฎใหม่จะห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเปิดบัญชีใหม่ แต่บัญชีที่มีอยู่ก่อนหน้านี้จะได้รับระยะเวลาปรับตัว เพื่อให้แพลตฟอร์มตรวจสอบและดำเนินการตามข้อกำหนด โดยเด็กยังอาจเข้าถึงเนื้อหาบางส่วนผ่านบัญชีที่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง
รัฐบาลมาเลเซียอ้างอิงข้อมูลจากองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งเกี่ยวกับแนวโน้มปัญหาเนื้อหาอันตรายบนโลกออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น โดย UNICEF Malaysia เคยเผยแพร่รายงานที่พบว่า เด็กจำนวนมากเผชิญความเสี่ยงจากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศและการเข้าถึงเนื้อหารุนแรงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว AP News รายงานเมื่อช่วงปลายปี 2568 ว่า ฟามี ฟัดซิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของมาเลเซีย ยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติมาตรการดังกล่าวแล้ว โดยศึกษาประสบการณ์จากหลายประเทศที่เริ่มดำเนินนโยบายในลักษณะเดียวกัน
ผู้ปกครองจำนวนหนึ่งในมาเลเซียสนับสนุนกฎหมายดังกล่าว โดยมองว่าจะช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพจิตและปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์มากเกินไปในกลุ่มเด็กและเยาวชน
ในอีกด้านหนึ่ง องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนหลายแห่งแสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านความเป็นส่วนตัว โดย ARTICLE 19 และองค์กรภาคประชาสังคมมากกว่า 70 แห่ง ออกแถลงการณ์ร่วมระบุว่าการห้ามแบบครอบคลุมทุกกรณีอาจกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคล เนื่องจากผู้ใช้งานต้องส่งข้อมูลจากเอกสารประจำตัวให้กับบริษัทเอกชน และอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านการติดตามหรือเฝ้าระวังข้อมูลในวงกว้าง
ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลบางส่วนให้ความเห็นผ่านสื่อท้องถิ่นว่า การห้ามเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด เนื่องจากเด็กบางรายอาจหันไปใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือนหรือบริการออนไลน์ที่อยู่นอกการกำกับดูแล ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในรูปแบบใหม่
สำหรับบทลงโทษนั้น Reuters รายงานว่า MCMC สามารถดำเนินมาตรการลงโทษต่อแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยมีโทษปรับสูงสุดประมาณ 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 70 ล้านบาท
กฎหมาย Online Safety Act 2025 เริ่มมีผลบังคับใช้บางส่วนตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมีบทบาทและความรับผิดชอบมากขึ้นในการดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน
ข้อมูลสถิติที่รัฐบาลมาเลเซียอ้างอิงยังระบุว่า เด็กอายุระหว่าง 12-17 ปี มากกว่า 94% ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำ ทำให้ภาครัฐมองว่าจำเป็นต้องมีมาตรการเฉพาะเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในสภาพแวดล้อมดิจิทัล
ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีการส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัลและการใช้งานสื่อออนไลน์อย่างปลอดภัยแก่เด็กและผู้ปกครองควบคู่กันไป
มาตรการใหม่นี้ยังส่งผลต่อภาคธุรกิจเทคโนโลยีที่ต้องลงทุนเพิ่มเติมในระบบตรวจสอบอายุผู้ใช้งานและการกำกับดูแลเนื้อหา ขณะที่สังคมมาเลเซียกำลังถกเถียงถึงความเหมาะสมของการจำกัดการเข้าถึงสื่อออนไลน์ในยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา การเรียนรู้ และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
ในวันแรกของการบังคับใช้ หลายแพลตฟอร์มเริ่มแสดงข้อความแจ้งเตือนและขั้นตอนการยืนยันอายุแก่ผู้ใช้งาน ขณะที่ผู้ปกครองจำนวนหนึ่งเริ่มพูดคุยกับบุตรหลานเกี่ยวกับข้อกำหนดใหม่ที่มีผลบังคับใช้แล้วในวันนี้
มาตรการของมาเลเซียเกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มระดับโลกที่หลายประเทศกำลังพิจารณาหรือดำเนินมาตรการลักษณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และสหราชอาณาจักร ซึ่งต่างกำลังเผชิญความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองเด็กจากอันตรายบนโลกออนไลน์กับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในยุคดิจิทัล
อ้างอิง:




