สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน หลังเกิดเหตุโดรนโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มความเสี่ยงที่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 60 วันจะล้มเหลว
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของอิหร่านบริเวณชายฝั่งและเกาะใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้เหตุโดรนโจมตีเรือสินค้าพาณิชย์เมื่อวันก่อนหน้า ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระยะเวลา 60 วัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายเพิ่งบรรลุร่วมกันเมื่อไม่นานมานี้ เผชิญความเสี่ยงที่จะล้มเหลวตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น
U.S. Central Command (CENTCOM) ระบุว่า การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 โดยกองทัพสหรัฐฯ ใช้เครื่องบินรบ 6 ลำ โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านรวม 4 แห่ง ประกอบด้วยคลังเก็บขีปนาวุธ คลังเก็บอากาศยานไร้คนขับ สถานีเรดาร์ชายฝั่ง และเป้าหมายบนเกาะเคชม์ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ใกล้เส้นทางเดินเรือหลักในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ ABC News รายงานว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมุ่งทำลายศักยภาพทางทหารที่อาจใช้โจมตีการเดินเรือในภูมิภาค
CENTCOM ระบุเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตอบโต้สิ่งที่สหรัฐฯ เรียกว่าเป็นการโจมตีโดยไม่มีเหตุอันสมควร หลังอิหร่านส่งอากาศยานไร้คนขับโจมตีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติสิงคโปร์ชื่อ เอเวอร์ เลิฟลี ขณะเดินเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซใกล้ชายฝั่งประเทศโอมาน
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า การกระทำของอิหร่านถือเป็น “การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างโง่เขลา” พร้อมอ้างว่าอิหร่านส่งอากาศยานไร้คนขับอย่างน้อย 4 ลำเข้าโจมตีเรือสินค้า โดยกองทัพสหรัฐฯ สามารถสกัดได้ 3 ลำ ส่วนอีก 1 ลำสร้างความเสียหายต่อดาดฟ้าเรือ แต่เรือยังสามารถเดินทางต่อได้
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ระบุว่า อิหร่านได้ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดความเสียหาย ขณะที่สื่อของอิหร่านรายงานว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ที่ท่าเรือซีริกไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง
NPR รายงานว่า การโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากทั้งสองฝ่ายพยายามรักษาความเข้าใจชั่วคราว เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก แต่เหตุปะทะรอบใหม่ทำให้ความหวังในการเจรจาสันติภาพลดลงอย่างรวดเร็ว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยยกเลิกปฏิบัติการโจมตีบางส่วนในช่วงที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า การเจรจากำลังมีความคืบหน้าและใกล้บรรลุข้อตกลง แต่เหตุโจมตีเรือสินค้าครั้งล่าสุดทำให้สหรัฐฯ ตัดสินใจกลับมาใช้มาตรการทางทหารอีกครั้ง
AP News รายงานว่า การแลกเปลี่ยนการโจมตีระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ใช่ครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นในปี 2569 แต่สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของกระบวนการทางการทูต ซึ่งมีปากีสถานและอีกหลายประเทศพยายามทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจา
ฝ่ายอิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่ามีสิทธิควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซตามกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ และพันธมิตรยืนยันหลักเสรีภาพในการเดินเรือในน่านน้ำสากล
แม้หลายประเทศและองค์การระหว่างประเทศจะเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดกลั้น แต่สถานการณ์ยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะหลังอิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ก่อนลบข้อความดังกล่าวออกในเวลาต่อมา
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อเป้าหมายทางทหาร โครงการนิวเคลียร์ และสถานที่ราชการของอิหร่าน ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งอากาศยานไร้คนขับโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย พร้อมปิดกั้นการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นระยะ ส่งผลให้เกิดวิกฤตด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลก ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวได้ในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม จนถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการโจมตีรอบล่าสุด แต่หลายฝ่ายประเมินว่าสถานการณ์ยังมีความเสี่ยงที่จะลุกลาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเห็นว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างร้ายแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลาง รวมถึงความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
อ้างอิง:




