แอร์โฮสเตสไทยวัย 26 ปี ถูกจับที่เมลเบิร์นหลังพบเฮโรอีนซุกในกระเป๋า 12 ใบ ขณะที่การบินไทยยืนยันให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่เต็มที่ และดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด
สำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) รายงานว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงชาวไทย อายุ 26 ปี ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หลังตรวจพบเฮโรอีนน้ำหนักกว่า 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในซับในของกระเป๋าผ้า 12 ใบ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบิน TG465 จากกรุงเทพมหานคร ไปยังนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
AFP ระบุว่า ผู้ต้องหาเดินทางในฐานะลูกเรือของเที่ยวบินดังกล่าว โดยหลังเครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์น เจ้าหน้าที่ของ Australian Border Force (ABF) ได้สุ่มตรวจสัมภาระและใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจค้น ก่อนนำกระเป๋าเข้าสู่การเอกซเรย์และพบความผิดปกติภายในกระเป๋าทั้ง 12 ใบ เมื่อเปิดตรวจอย่างละเอียดพบผงสีขาวซุกซ่อนอยู่ภายในซับในของกระเป๋าทุกใบ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน มีมูลค่าในตลาดมืดราว 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 11 ล้านบาท ก่อนที่ ABF จะส่งตัวผู้ต้องหาให้ AFP ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ข้อมูลจาก AFP ระบุเพิ่มเติมว่า หญิงชาวไทยรายดังกล่าวถูกตั้งข้อหา 2 กระทง ได้แก่ นำเข้ายาเสพติดควบคุมชายแดนในปริมาณเพื่อการค้า และครอบครองยาเสพติดควบคุมชายแดนในปริมาณเพื่อการค้า ซึ่งแต่ละข้อหามีโทษสูงสุดจำคุก 25 ปี ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2569 และมีกำหนดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นอีกครั้งในวันที่ 14 กันยายน 2569
ด้านบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า บริษัทได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตามกระบวนการของกฎหมาย
การบินไทยยืนยันว่า บริษัทมีระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานทุกคน รวมถึงนักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอย่างเคร่งครัด โดยห้ามมิให้พนักงานครอบครอง นำเข้า ขนส่ง หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด พร้อมทั้งมีการสื่อสารและกำชับให้พนักงานปฏิบัติตามระเบียบของบริษัท รวมถึงกฎหมายของประเทศที่ให้บริการอย่างเคร่งครัดก่อนการปฏิบัติหน้าที่ทุกเที่ยวบิน หากพบการกระทำผิด บริษัทจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด
แถลงการณ์ของการบินไทยยังระบุว่า จากข้อมูลเบื้องต้น บริษัทเข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับพนักงานรายบุคคล ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่เกิดเหตุ โดยบริษัทได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้พนักงานได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่า ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมายของทุกประเทศที่ให้บริการ และไม่สนับสนุนการกระทำใดๆ ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ตลอดกระบวนการ
ข้อมูลจาก AFP ระบุว่า การตรวจค้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก่อนออกเดินทางไม่พบสิ่งผิดปกติ เนื่องจากระบบเอกซเรย์สำหรับผู้โดยสารขาออกมีวัตถุประสงค์หลักในการตรวจหาวัตถุระเบิดและสิ่งที่อาจเป็นภัยต่อความปลอดภัยการบิน ขณะที่การตรวจหายาเสพติดมักอาศัยการใช้สุนัขดมกลิ่นและมาตรการตรวจค้นของประเทศปลายทางเป็นหลัก
ไซมอน บุตเชอร์ รักษาการผู้บัญชาการ AFP กล่าวว่า ผู้ที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หรือความไว้วางใจจากสาธารณชนเพื่อสนับสนุนการลักลอบค้ายาเสพติดจะถูกดำเนินคดีอย่างจริงจัง พร้อมยืนยันว่า AFP จะเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมและปกป้องชุมชนจากภัยยาเสพติด
ด้าน คลินต์ ซิมส์ ผู้บัญชาการ Australian Border Force ระบุว่า ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะประกอบอาชีพใดหรืออยู่ในตำแหน่งใด หากพยายามลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่ออสเตรเลีย จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมย้ำว่า ABF ใช้ทั้งการข่าว เทคโนโลยี และการตรวจค้นอย่างเข้มงวดเพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดผ่านพรมแดน
ตามข้อมูลการบินสาธารณะ เที่ยวบิน TG465 ใช้อากาศยานแบบ Airbus A350-900 ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 19.40 น. และเดินทางถึงนครเมลเบิร์น เวลา 07.04 น. ของวันถัดไป โดยผู้โดยสารและลูกเรือรายอื่นไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ เนื่องจากการตรวจค้นเกิดขึ้นหลังจากเครื่องบินลงจอดและมีการแยกสัมภาระออกจากกันแล้ว
AFP ระบุว่า การสอบสวนดำเนินการร่วมกับ ABF โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และของกลางที่ตรวจยึดได้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยชื่อผู้ต้องหาเพื่อคุ้มครองกระบวนการยุติธรรม ขณะที่หน่วยงานของไทยยังไม่มีการแถลงรายละเอียดเพิ่มเติม นอกเหนือจากการประสานงานกับทางการออสเตรเลีย
สำหรับเฮโรอีน เป็นยาเสพติดในกลุ่มโอปิออยด์ที่ผลิตจากฝิ่น มีความเสี่ยงต่อการเสพติดสูง โดยกฎหมายออสเตรเลียจัดให้เป็นยาเสพติดควบคุมชายแดนที่มีบทลงโทษรุนแรงสำหรับการนำเข้าในปริมาณเพื่อการค้า
อ้างอิง:




