News Logo
หน้าแรก
อิหร่านฝังศพ ‘คาเมเนอี’ ปิดฉากพิธี 6 วัน กับความแค้นต่อสหรัฐฯ ที่ยังไม่สิ้นสุด

อิหร่านฝังศพ ‘คาเมเนอี’ ปิดฉากพิธี 6 วัน กับความแค้นต่อสหรัฐฯ ที่ยังไม่สิ้นสุด

10 ก.ค. 2569 11:47
ผู้ชม 12 คน

อิหร่านปิดฉากพิธีฝังศพอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เมืองมัชฮัด ท่ามกลางสงครามที่ยังดำเนินต่อและกระแสเรียกร้องล้างแค้นที่ดังก้องตลอดพิธี หลายฝ่ายจับตาว่า การอำลาผู้นำสูงสุดครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านอำนาจและความตึงเครียดระลอกใหม่ในตะวันออกกลาง

เสียงสวดในพิธีไว้อาลัยดังเคียงคู่กับเสียงตะโกนของผู้ร่วมพิธีที่เรียกร้องให้ตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอล ประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมากสวมชุดสีดำร่วมเดินในขบวนแห่ศพผ่านเมืองสำคัญ ทำให้พิธีฝังศพ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ไม่ได้เป็นเพียงการอำลาอดีตผู้นำสูงสุดของประเทศ แต่ยังเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้งที่ยังดำเนินต่อไปไม่จบสิ้น

อิหร่านจัดพิธีฝังศพอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของประเทศ ณ มัสยิดอิหม่ามเรซา เมืองมัชฮัด บ้านเกิดของอดีตผู้นำ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ปิดฉากพิธีไว้อาลัยที่ดำเนินต่อเนื่องนาน 6 วัน ท่ามกลางสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ยังไม่ยุติ โดยตลอดพิธี ความโศกเศร้าจากการสูญเสียผู้นำได้ผสานเข้ากับกระแสเรียกร้องให้ล้างแค้น จนกลายเป็นประเด็นหลักที่ถูกถ่ายทอดออกมาตลอดการจัดงาน

ขบวนแห่ศพเริ่มต้นที่กรุงเตหะราน ก่อนเคลื่อนผ่านเมืองสำคัญหลายแห่งและสิ้นสุดที่เมืองมัชฮัด มีประชาชนจำนวนมากร่วมไว้อาลัยด้วยการสวมชุดสีดำ ถือธงชาติอิหร่านและดอกไม้ ขณะเดียวกันก็มีการตะโกนคำขวัญต่อต้านสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง ภายในขบวนแห่มีป้ายข้อความภาษาอังกฤษ เช่น "We Will Kill Trump" ปรากฏอย่างชัดเจน พร้อมเสียงเรียกร้องให้ล้างแค้นต่อผู้ที่ถูกมองว่าอยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของอดีตผู้นำสูงสุด ตามรายงานของสื่อต่างประเทศหลายสำนัก

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งตามรายงานระบุว่า การโจมตีครั้งดังกล่าวคร่าชีวิตสมาชิกครอบครัวหลายคนด้วย เหตุการณ์นี้ถูกกล่าวถึงซ้ำตลอดพิธีไว้อาลัย และกลายเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลอิหร่านใช้เชื่อมโยงความสูญเสียเข้ากับการปลุกกระแสต่อต้านสหรัฐฯ และอิสราเอล

แม้พิธีจะสิ้นสุดลงด้วยการฝังศพเคียงข้างศาสนสถานสำคัญของนิกายชีอะ แต่ความแค้นจากการสูญเสียยังคงเป็นสารหลักที่รัฐบาลพยายามสื่อสารต่อประชาชน โดยระหว่างวันฝังศพ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยังกล่าวหาว่าสหรัฐฯ โจมตีสะพานที่เป็นเส้นทางเข้าสู่เมืองมัชฮัด และนำเหตุการณ์ดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ต่อต้านสหรัฐฯ

การเลือกฝังศพที่มัสยิดอิหม่ามเรซาไม่ได้มีความหมายเพียงเพราะเป็นบ้านเกิดของอดีตผู้นำ แต่ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดแห่งหนึ่งของชาวชีอะ ทำให้พิธีครั้งนี้มีนัยทั้งทางศาสนาและการเมือง ระหว่างพิธียังมีเครื่องบินรบบินผ่านพื้นที่ พร้อมการประดับธงแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการล้างแค้นในความเชื่อของชาวชีอะ ปรากฏอยู่ทั่วบริเวณพิธี

ตลอดการจัดงาน รัฐบาลอิหร่านระบุว่ามีผู้เข้าร่วมพิธีรวมหลายสิบล้านคน อย่างไรก็ตาม การประเมินจากภาพถ่ายดาวเทียมและผู้สังเกตการณ์อิสระพบว่า จำนวนผู้เข้าร่วมในแต่ละเมืองอยู่ในระดับหลายแสนคน ซึ่งแตกต่างจากตัวเลขที่รัฐบาลประกาศ นักวิเคราะห์มองว่า การนำเสนอตัวเลขผู้เข้าร่วมจำนวนมากเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามแสดงภาพความเป็นเอกภาพของประเทศ หลังเผชิญสงครามและการสูญเสียผู้นำสูงสุด

โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะตลอดพิธีฝังศพของอดีตผู้นำสูงสุด ทำให้กระบวนการส่งผ่านอำนาจภายในอิหร่านยังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนประเมินว่า บทบาทของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อาจมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นทั้งด้านการเมืองและความมั่นคงในยุคหลังคาเมเนอี ตามรายงานของ Al Jazeera และ BBC

แม้พิธีจะมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก แต่หลายสำนักข่าวรายงานตรงกันว่า ภายในอิหร่านยังคงมีความไม่พอใจต่อปัญหาเศรษฐกิจ ผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตร และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น โดยระหว่างพิธียังมีรายงานการรวมตัวประท้วงขนาดเล็กและกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แม้จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินพิธีโดยรวม

บรรยากาศตลอดพิธีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการไว้อาลัยต่ออยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี แต่ยังเชื่อมโยงกับแนวนโยบายด้านความมั่นคงและการต่างประเทศของอิหร่าน ทั้งการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค และโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่อาจทำให้ความขัดแย้งดำเนินต่อไป ตามการวิเคราะห์ของ The New York Times

ภาพผู้ร่วมพิธีถือป้ายต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมข้อความเรียกร้องให้ล้างแค้น ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกจนกลายเป็นภาพที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดภาพหนึ่งของพิธีฝังศพครั้งนี้ โดยการอำลาอดีตผู้นำสูงสุดถูกใช้ควบคู่ไปกับการประกาศจุดยืนทางการเมืองของอิหร่านต่อประชาคมระหว่างประเทศ ตามรายงานของ The Jerusalem Post

นักวิเคราะห์ที่หลายสำนักข่าวอ้างถึงประเมินว่า พิธีฝังศพครั้งนี้เป็นมากกว่าพิธีกรรมทางศาสนา แต่เป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลอิหร่านใช้เชื่อมโยงความสูญเสียของอดีตผู้นำเข้ากับความรู้สึกของประชาชน เพื่อเสริมความชอบธรรมของระบอบการปกครองในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจ อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความไม่พอใจภายในประเทศได้ กระแสความโกรธแค้นที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาลในระยะต่อไป ตามการประเมินของนักวิเคราะห์

แม้พิธีฝังศพของอดีตผู้นำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไป ภาพประชาชนจำนวนมากร่วมไว้อาลัยพร้อมเสียงเรียกร้องให้ล้างแค้นสะท้อนให้เห็นว่า การอำลาผู้นำครั้งนี้ไม่ได้ยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ตรงกันข้าม ความสูญเสียจากสงครามยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางการเมืองและความมั่นคงของอิหร่านในช่วงเวลาต่อจากนี้

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปธน.อินโดฯถก 3 อดีตนายกฯชินวัตรชื่นมื่น- หารือ 'ทักษิณ' วาระเศรษฐกิจ
ปธน.อินโดฯถก 3 อดีตนายกฯชินวัตรชื่นมื่น- หารือ 'ทักษิณ' วาระเศรษฐกิจ