กรมบังคับคดีอินเดียเดินหน้าสอบเครือข่ายค้าขนกัญชาไฮโดรโปนิกส์ข้ามชาติ มูลค่ากว่า 5.2 พันล้าน พบเชื่อมโยงคลับพัทยา-เอกชนในไทย โยงกลุ่มอาชญากรมุมไบ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 กรมบังคับคดีอินเดียหรือ Enforcement Directorate (ED) ได้ดำเนินการสืบสวนเครือข่ายฟอกเงินครั้งใหญ่ในคดียาเสพติด ซึ่งรวมถึงเครือข่ายลักลอบนำเข้ากัญชาไฮโดรโปนิกส์ระหว่างประเทศ ที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบนำเข้ายาเสพติดมูลค่าเกือบ 15,000 ล้านรูปี (5,250 ล้านบาท) เข้าสู่ประเทศอินเดียตลอดสามปีที่ผ่านมา โดยพบว่ามีเส้นทางสำคัญเชื่อมโยงกับประเทศไทย
หน่วยงาน ED ได้ขึ้นทะเบียนรายงานข้อมูลคดีบังคับใช้กฎหมาย (ECIR) เกี่ยวกับเครือข่ายลักลอบนำเข้ากัญชาไฮโดรโปนิกส์ระหว่างประเทศล่าสุดนี้ แหล่งข่าวระบุว่า ED กำลังตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่เชื่อมโยงกับการขนส่งหลายครั้งและคดีที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้ากัญชาไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งถูกกล่าวหาว่านำมาจากประเทศไทยผ่านสนามบินไฮเดอราบัดในบรรจุภัณฑ์สุญญากาศ พนักงานสอบสวนสงสัยว่าเครือข่ายนี้ได้สร้างรายได้ผิดกฎหมายจำนวนมาก และอาจมีความเชื่อมโยงทางการเงินและอาชญากรรมที่กว้างขวางขึ้น ทำให้หน่วยงานต้องนำบทบัญญัติของพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (PMLA) มาใช้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ED ยังได้ขึ้นทะเบียน ECIR ในคดีตรวจยึดกัญชาในเมืองวิสาขปัตนัม (Visakhapatnam) อลลูรี สิทาราม ราจู (Alluri Sitharama Raju) ของรัฐอานธรประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับของเถื่อนมากกว่า 1,000 กิโลกรัม
การพัฒนาคดีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากหน่วยงาน Eagle Force ได้ดำเนินการปราบปรามครั้งใหญ่และสามารถทำลายเครือข่ายลักลอบนำเข้ากัญชาไฮโดรโปนิกส์ได้ ตำรวจกล่าวว่าเครือข่ายดังกล่าวถูกดำเนินการโดยสองพี่น้องจากรัฐมหาราษฏระ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเปลี่ยนจากการลักลอบขนไม้จันทน์สีแดงมาเป็นการค้ายากัญชาไฮโดรโปนิกส์ในปี 2566 เนื่องจากมีผลกำไรที่สูงกว่า พนักงานสอบสวนประเมินว่ามีกัญชาไฮโดรโปนิกส์ประมาณ 1,700 กิโลกรัม เข้าสู่ประเทศผ่านเครือข่ายนี้ในช่วงเวลาดังกล่าว
จากการสอบสวนเชื่อว่าเครือข่ายนี้ได้ปลูกกัญชาผ่านข้อตกลงกับบริษัท Oriental (ขอสงวนชื่อเต็ม) ในประเทศไทย และถูกกล่าวหาว่าใช้คลับและบริษัท Cali (ขอสงวนชื่อเต็ม) ในพัทยาเป็นกิจการบังหน้า ยาเสพติดถูกซ่อนในกระเป๋าเดินทางและลักลอบนำเข้าอินเดียผ่านผู้ส่งของที่รับสมัครจากเมืองต่างๆ รวมถึงไฮเดอราบัด โดยผู้ส่งของแต่ละคนได้รับค่าจ้าง 20,000 รูปี (7,000 บาท) ต่อเที่ยว
ตำรวจระบุว่าของที่ถูกส่งมานั้นส่วนใหญ่มีเป้าหมายสำหรับผู้บริโภคที่มีฐานะร่ำรวยในเมืองมุมไบ ซึ่งกัญชาไฮโดรโปนิกส์มีราคาพรีเมียมในตลาดมืด การสอบสวนยังเปิดเผยถึงความเชื่อมโยงที่ถูกกล่าวหาของเครือข่ายกับสมาชิกในโลกใต้ดินของมุมไบ รวมถึงผู้ร่วมงานชาวอินเดียและต่างชาติที่รับผิดชอบด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง พนักงานสอบสวนกล่าวว่าเครือข่ายพึ่งพาผู้ส่งของหลายคนในการขนส่งกัญชาไฮโดรโปนิกส์จากประเทศไทยเข้าสู่อินเดีย พร้อมทั้งรักษาระบบซัพพลายเชนที่ซับซ้อนเพื่อรองรับฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง การดำเนินการดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าทำงานข้ามพรมแดนด้วยการสนับสนุนจากผู้ร่วมงานทั้งในประเทศไทยและอินเดีย
การสืบสวนเริ่มต้นขึ้นหลังจากการตรวจยึดกัญชาไฮโดรโปนิกส์ที่สนามบินไฮเดอราบัดในเดือนเมษายน ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัย 13 คน ขณะที่ผู้ต้องหาคนสำคัญคนหนึ่งยังคงหลบหนี ตำรวจกล่าวว่ากำลังพยายามขอความช่วยเหลือจาก Interpol เพื่อติดตามและจับกุมเขาและผู้ร่วมงานต่างชาติอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย
ในอีกคดีหนึ่งที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบของ ED ตำรวจเขตอลลูรี สิทาราม ราจู และสำนักงานควบคุมยาเสพติดได้จับกุมบุคคลสามคนและยึดกัญชา 1,125 กิโลกรัม ที่ถูกขนส่งด้วยยานพาหนะในหมู่บ้านบูซุปุตตู (Busuputtu) ภายใต้เขตสถานีตำรวจมุนชิงปุตตู (Munchingputtu) เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ของกลางที่ถูกยึดมีมูลค่าประมาณมากกว่า 15 ล้านรูปี (5.25 ล้านบาท) ตามคำกล่าวของสารวัตร P Nani ผู้ต้องหาประกอบด้วยสองคนจากรัฐอานธรประเทศและหนึ่งคนจากรัฐโอริสสา ตำรวจกล่าวว่ากัญชาถูกบรรจุในถุงและโหลดไว้ในรถตู้เมื่อยานพาหนะถูกสกัดกั้น ทำให้มีการตรวจยึดของกลางได้
หมายเหตุสำนักข่าว Next News: สืบเนื่องจากในบทความข่าวต่างประเทศต้นทาง มีการเปิดเผยชื่อของบริษัทในประเทศไทย ซึ่งสำนักข่าว Next News ยังไม่สามารถติดต่อขอสัมภาษณ์ข้อมูลอีกด้านหนึ่งได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย สำนักข่าวจึงขอสงวนการเปิดเผยชื่อเต็มจนกว่าจะได้มีการติดต่อรับทราบข้อมูลอีกด้าน




