"ทรัมป์" ประกาศระงับโจมตีอิหร่าน-เตรียมหาข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยุติภัยคุกคามนิวเคลียร์ หลังเจ้าชายซาอุฯ กังวล เตหะราน ตอบโต้ในภูมิภาครุนแรง ด้านสถานทูตสหรัฐฯ เตือนพลเมืองในตะวันออกกลางเตรียมพร้อมรับสถานการณ์บานปลาย
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวบีบีซี (BBC) และการ์เดียน (Guardian) ของอังกฤษรายงานข่าวกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกประกาศผ่านโซเชียลมีเดีย Truth Social ส่วนตัวว่าให้มีการระงับการโจมตีอิหร่าน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาหลายเดือนได้อย่างรวดเร็ว การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการปรับเปลี่ยนท่าทีครั้งล่าสุดของประธานาธิบดีทรัมป์ หลังจากการข่มขู่ว่าจะโจมตีเตหะรานอย่างหนักหน่วงก่อนหน้านี้ และเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระดับสูงในภูมิภาค
การแทรกแซงจากซาอุดีอาระเบีย
การกลับลำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) มีขึ้นหลังจากที่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (Mohammed bin Salman) มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ได้ทรงโทรศัพท์ถึงประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับแผนการโจมตีอิหร่าน แหล่งข่าวระบุว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (Mohammed bin Salman) ได้ทรง "กระตุ้นให้นายทรัมป์ลดระดับความตึงเครียดและงดเว้นการโจมตี"
สำนักข่าวเอพี (Associated Press) รายงานเพิ่มเติมว่า ซาอุดีอาระเบียกังวลว่าหากสหรัฐฯ มุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน หรือดำเนินการโจมตีครั้งใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอื่นๆ เตหะรานอาจตอบโต้ด้วยการโจมตีที่คล้ายกันต่อราชอาณาจักรและประเทศอ่าวอื่นๆ ในภูมิภาค
คำเตือนและปฏิกิริยาจากอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้ออกมาเตือนอย่างหนักหน่วงต่อ "การกระทำที่บุ่มบ่าม" ใดๆ โดยสหรัฐฯ และกล่าวว่าจะตอบโต้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเด็ดขาดในกรณีที่มีการโจมตีจากสหรัฐฯ ซึ่งการเตือนของนายอับบาส อารากชี (Abbas Araqchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตุรกี ปากีสถาน และซาอุดีอาระเบีย เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากกองทัพคูเวต รายงานว่าถูกโดรนที่ยิงจากอิหร่านโจมตีเป้าหมายสำคัญหลายแห่ง รวมถึงอาคารของรัฐในคูเวตเหนือและทรัพย์สินพลเรือนบนเกาะบูบียาน (Bubiyan Island) นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุการณ์ทางทะเลสองครั้งนอกชายฝั่งโอมาน (Oman) ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีด้วยวัตถุปริศนาที่สร้างความเสียหายต่อห้องเครื่องยนต์ นายนายอาลี อับดุลลาฮี (Ali Abdollahi) หัวหน้าหน่วยบัญชาการกลางทางทหารของอิหร่าน (Iran's military central command) ยังได้กล่าวเตือนว่า "ประเทศใดก็ตามที่ทำหน้าที่เป็นโล่ป้องกันให้กับอเมริกาที่กระทำผิดและก้าวร้าว จะถูกกลืนกินด้วยเปลวเพลิงแห่งสงคราม"
เงื่อนไขการระงับและสถานการณ์ความตึงเครียด
นายโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่าอิหร่านและประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางได้ร้อ'ขอให้สหรัฐฯ ระงับการโจมตี โดยมีเงื่อนไขว่าข้อตกลงที่รวดเร็วต้องรวมถึง "การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz Strait) อย่างสมบูรณ์และทันที และการยุติภัยคุกคามนิวเคลียร์ของอิหร่าน" ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังกล่าวอ้างว่า "ประเทศอิสราเอล ได้เข้าร่วมในการให้คำมั่นสัญญานี้กับข้าพเจ้า"
แม้ว่ารัฐบาลของนายเบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล จะเคยปฏิเสธข้อตกลงที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนให้พลเมืองอเมริกันทั่วตะวันออกกลางระมัดระวังและเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพ หากสถานการณ์ในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ยังคงส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนทั่วตะวันออกกลางและเขย่าตลาดพลังงานโลกมานานหลายเดือนแล้ว




