ศุลกากรศรีลังกาหวั่นผู้ค้ายาเสพติด ต้นตอจากไทยใช้กลวิธีซับซ้อนขึ้น หลังพบยอดยึดครึ่งปีกว่าอยู่ที่ 396 กก. พุ่งใกล้เคียงปี 68 ยึดได้ 435 กก. จ่อเพิ่มมาตรการเข้มช่องทางเข้าประเทศ พบกลุ่มเป้าหมายใหม่ เยาวชน-นักท่องเที่ยว -พระสงฆ์ถูกหลอกใช้ เตือนประชาชนระวังถูกชวนขนสัมภาระโดยไม่รู้ตัว
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เว็บไซต์ข่าวศรีลังการายงานข่าวกลยุทธ์ขบวนการค้ายาเสพติดต้นทางจากประเทศไทย ซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยสำนักงานศุลกากรศรีลังกาได้แสดงความกังวลครั้งใหม่เกี่ยวกับวิธีการลักลอบขนยาเสพติดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเตือนว่าเครือข่ายยาเสพติดระหว่างประเทศกำลังแสวงหาประโยชน์จากกลุ่มเยาวชนและนักท่องเที่ยวที่ไม่สงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังระบุถึงความเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นกับประเทศไทยในการพยายามลักลอบขนของเมื่อไม่นานมานี้
นายนูวัน อเบย์นายาเก (Nuwan Abeynayake) รองผู้อำนวยการหน่วยปราบปรามยาเสพติด สำนักงานศุลกากรศรีลังกา เปิดเผยว่า การตรวจจับของศุลกากรภายใต้โครงการ "รัตตามะ เอกะตา" (Ratama Ekata) ของรัฐบาล ส่งผลให้มีการยึดยาเสพติดได้ 396 กิโลกรัมในปีนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับยอดรวมของปีที่แล้ว แม้ว่าปีนี้จะเพิ่งผ่านไปเพียงครึ่งปีกว่าเท่านั้น นายนูวัน กล่าวและกล่าวว่าว่า ตลอดปี 2568 ศุลกากรศรีลังกามีคดียาเสพติด 127 คดี และยึดยาเสพติดได้รวม 435 กิโลกรัม
"สิ่งที่เราเห็นในตอนนี้คือ แม้ว่าปีนี้จะผ่านไปเพียงประมาณครึ่งปี แต่เราก็ยึดยาเสพติดได้ในปริมาณที่ใกล้เคียงกับยอดรวมของปีที่แล้วแล้ว" นายนูวันกล่าว และกล่าวถึงแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงที่พบจากการสอบสวนเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยระบุว่าผู้ค้ายาเสพติดกำลังหันไปใช้บุคคลที่มีอายุน้อยลงเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของพวกเขา
"ในช่วงหนึ่งหรือสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เราพบว่าผู้ค้ายาเสพติดกำลังใช้บุคคลที่มีอายุน้อยลงในการปฏิบัติงานของพวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ" นายนูวันกล่าวเสริมและเน้นย้ำถึงการเกิดขึ้นของสิ่งที่ทางการเรียกว่าเส้นทางยาเสพติดใหม่ที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย
"ประเด็นสำคัญหนึ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีเส้นทางยาเสพติดใหม่เกิดขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกับประเทศไทย ดังที่คุณอาจทราบดีว่า พระภิกษุสงฆ์หลายรูปที่เดินทางมาจากประเทศไทยถูกพบว่าขนยาเสพติดเข้ามา" นายนูวันกล่าวและเตือนว่า นักเดินทางจำนวนมากที่ไปเที่ยวประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวถูกบุคคลที่ไม่รู้จักเข้ามาทาบทามและชักชวนให้ขนกระเป๋าหรือพัสดุกลับไปยังศรีลังกา โดยที่มักจะไม่ทราบว่าภายในมีอะไรอยู่
ศุลกากรได้เรียกร้องให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งและหลีกเลี่ยงการพกพาสัมภาระ พัสดุ หรือหีบห่อที่เป็นของผู้อื่น ขณะเดียวกัน ศุลกากรกล่าวว่าได้เสริมสร้างขีดความสามารถในการคัดกรองและการรวบรวมข่าวกรองที่ท่าเรือเข้าออกอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศถูกใช้เป็นศูนย์กลางสำหรับการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ
ตามที่นายนูวัน ระบุ ตู้คอนเทนเนอร์จะถูกเลือกสำหรับการตรวจสอบโดยใช้ระบบบริหารความเสี่ยงขั้นสูง ในขณะที่สินค้าทั้งหมดจะต้องผ่านการสแกนและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ ก่อนการผ่านพิธีการศุลกากร เขากล่าวเสริมว่า เจ้าหน้าที่ที่สังกัดหน่วยปราบปรามยาเสพติดจะติดตามประเทศที่ถูกระบุว่าเป็นแหล่งที่มาของการค้ายาเสพติดอย่างใกล้ชิด โดยการขนส่งที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูงจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดและครบถ้วน
"ไม่ว่าในกรณีใด เราจะไม่ยอมให้ศรีลังกาถูกใช้เป็นศูนย์กลางในการขนส่งยาเสพติดระหว่างประเทศ" นายนูวันกล่าว และยืนยันว่ากรมศุลกากรจะรวบรวมข่าวกรองจากทั้งประเทศต้นทางและประเทศผู้ส่งออกก่อนที่จะดำเนินการตรวจสอบ โดยจะมีการตรวจสอบภายในพื้นที่ท่าเรือก่อนที่จะมีการปล่อยตู้คอนเทนเนอร์
ที่มา https://www.newsfirst.lk/2026/07/31/customs-flags-thailand-link-in-growing-narcotics-threat




