News Logo
หน้าแรก
สื่อเมียนมาเผย ไทยคุย 'มิน อ่อง หล่าย' หวั่นทำนักเคลื่อนไหวถูกส่งกลับ

สื่อเมียนมาเผย ไทยคุย 'มิน อ่อง หล่าย' หวั่นทำนักเคลื่อนไหวถูกส่งกลับ

11 ส.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 5 คน

สื่อเมียนมาเผย "มิน อ่อง หล่าย" เยือนไทย หวังใช้เป็นสะพานคืนเวทีอาเซียน นักวิเคราะห์ชี้ข้อตกลงดันการค้าชายแดน 1.2 หมื่นล้านดอลล์ แต่จับตาไทยอาจรับแรงกดดันจากบทบาท "ตัวกลาง" กลุ่มเคลื่อนไหวเมียนมาห่วงความปลอดภัยนักกิจกรรม-ผู้ลี้ภัย หลังไทยเข้มงวดสอดแนมข้อมูลตามคำขอรัฐบาลทหารเมียนมา

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 สื่อเมียนมาได้ลงบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์การเมืองเมียนมา ต่อกรณีที่ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย หัวหน้าคณะรัฐประหารเมียนมา และประธานสภาบริหารแห่งรัฐเมียนมา ได้เดินทางเยือนประเทศไทย เมื่อวันที่ 6-7 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่าการเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนและสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ก็มีนัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ภายในประเทศเมียนมาและต่อประเทศไทยด้วย

การเยือนของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ซึ่งเดินทางตามคำเชิญของนายอนุทิน ชาญวีรกุร นายกรัฐมนตรีไทย ได้นำมาซึ่งการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ 4 ฉบับระหว่างสองประเทศ ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมความร่วมมือด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการทหาร นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงบริเวณชายแดนและส่งเสริมการค้าชายแดนให้เพิ่มขึ้น

นักวิเคราะห์การเมืองเมียนมาระบุว่า แม้การส่งเสริมการค้าชายแดนไทย-เมียนมาจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย แต่รัฐบาลทหารเมียนมาซึ่งไม่สามารถกลับเข้าร่วมการประชุมของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ได้ตามปกติ กำลังใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางในการสื่อสารกับประชาคมระหว่างประเทศ

นายอ่อง ตู เปียง (U Aung Thu Paing) นักวิเคราะห์การเมือง แสดงทัศนะว่า หากเกิดสงครามหรือความขัดแย้งในเมียนมา จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อประเทศไทย ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านและเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียน ไทยจึงต้องการมีบทบาทในการไกล่เกลี่ยปัญหาของเมียนมา ดังนั้น การเข้ามาเกี่ยวข้องของไทยกับเมียนมาจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ รัฐบาลทหารเมียนมายังอาศัยความช่วยเหลือจากประเทศไทยเพื่อฟื้นฟูการมีส่วนร่วมในเวทีอาเซียน โดยหวังให้ไทยเป็นสะพานเชื่อมกลับสู่เวทีระหว่างประเทศ

ด้านเศรษฐกิจ มีการคาดการณ์ว่าจะมีการเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทย-เมียนมาจากเดิมประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือ 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐในบางปี) ไปสู่ระดับ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนายอ่อง ตู เปียง มองว่านี่เป็นผลประโยชน์เชิงบวก อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการตกลงที่จะส่งเสริมการค้าชายแดน แต่เนื่องจากข้อจำกัดการนำเข้าของรัฐบาลทหารเมียนมา นักวิเคราะห์จึงยังคงมองว่าสถานการณ์ยังคงต้องจับตาดูต่อไป

ในส่วนของผลกระทบต่อประเทศไทย ระหว่างที่ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เยือนประเทศไทย เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีการประท้วงและแสดงความไม่พอใจจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย องค์กรภาคประชาสังคม และกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองเมียนมาในประเทศไทย

นายซอว์ ทุน (Saw Tun) ผู้อำนวยการองค์กรสมาพันธ์องค์กรนักศึกษาและเยาวชนกะเหรี่ยงแห่งเอเชีย (AASYC - Asian Students and Youngsters Association, Karenni State) ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของนักเคลื่อนไหวทางการเมือง

ขณะที่นายซอว์ ทุน ผู้เข้าร่วมขบวนการอารยะขัดขืน หรือที่เรียกว่ากลุ่ม CDM (Civil Disobedience Movement) และแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาในประเทศไทย เน้นย้ำว่า เราต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นในกรณีที่ข้อมูลเกี่ยวกับนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยเมียนมา ผู้เข้าร่วมขบวนการ CDM และแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา ข้อมูลเหล่านี้อาจจะถูกส่งต่อจากหน่วยงานของรัฐบาลไทย ส่งไปยังฝ่ายการเมืองหรือข่าวกรองของเมียนมา

"เราต้องระวังการแลกเปลี่ยนข่าวสารหรือการร่วมมือกันในรูปแบบต่างๆ ระหว่างทางการเมียนมาและไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การส่งตัวชาวเมียนมากลับประเทศได้" นายซอว์ ทุนกล่าว

ที่มา https://www.dmgburmese.com/သတင်း/uwlsc.html

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ผู้นำเมียนมาเยือนไทย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สีหศักดิ์’ ร่อนหนังสือถึง UN กรณีรายงานสิทธิฯ กัมพูชา ไม่เป็นกลาง
‘สีหศักดิ์’ ร่อนหนังสือถึง UN กรณีรายงานสิทธิฯ กัมพูชา ไม่เป็นกลาง