News Logo
หน้าแรก
ฮูตีถล่มซ้ำโรงกลั่นยักษ์ Aramco อัมพาต ส่งออกน้ำมันซาอุฯ ต่ำสุดรอบ13ปี

ฮูตีถล่มซ้ำโรงกลั่นยักษ์ Aramco อัมพาต ส่งออกน้ำมันซาอุฯ ต่ำสุดรอบ13ปี

16 ก.ย. 2569 19:41
ผู้ชม 7 คน

ฮูตีโจมตีซ้ำโรงกลั่นจาซานและโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันซาอุฯ หลายระลอก กดดันเส้นทางส่งออกฝั่งทะเลแดง ท่ามกลางความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซ ฉุดส่งออกน้ำมันดิบเดือนสิงหาคมเหลือราว 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2556

โรงกลั่นน้ำมันจาซานของ Saudi Aramco บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งรัฐบาลซาอุฯ ถือหุ้นใหญ่ และมีต้นกำเนิดจาก Arabian American Oil Company ที่เคยถือครองโดยกลุ่มบริษัทน้ำมันอเมริกัน ก่อนที่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียจะทยอยเข้าซื้อกิจการจนถือครองทั้งหมดในปี 2523 มีกำลังการผลิตสูงถึง 400,000 บาร์เรลต่อวัน กลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการโจมตีจากกลุ่มฮูตี หลังถูกโจมตีหลายระลอกตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 จนเกิดไฟไหม้และกระทบการดำเนินงานบางส่วน ท่ามกลางความตึงเครียดที่กำลังกดดันทั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและเส้นทางส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียฝั่งทะเลแดง

ความรุนแรงยกระดับขึ้นอย่างชัดเจนในวันที่ 8 กันยายน กลุ่มฮูตีเปิดปฏิบัติการโจมตีหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย ทั้ง จาซาน อับฮา คามิส มูไซต์ และนัจราน โดยใช้ทั้งขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานและพื้นที่พลเรือน ทางการซาอุดีอาระเบียระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดไฟไหม้ในสถานที่เกี่ยวข้องกับภาคพลังงานหลายแห่ง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 73 คน รวมถึงผู้หญิงและเด็ก

ฮูตีประกาศว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตอบโต้การโจมตีพื้นที่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มในเยเมน ขณะที่การสู้รบระหว่างฮูตีกับฝ่ายที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียกลับมารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การพักรบที่ช่วยลดการสู้รบขนาดใหญ่ลงตั้งแต่ปี 2565

ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ฮูตีอ้างว่าโจมตีสถานที่ของ Aramco ทั้งที่ จาซานและยันบู บนชายฝั่งทะเลแดง โดยวิดีโอที่ Reuters ตรวจสอบพบกลุ่มควันขนาดใหญ่ลอยขึ้นจากทิศทางของโรงกลั่นจาซาน ขณะที่แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุถึงความเป็นไปได้ที่พื้นที่เก็บเชื้อเพลิงและน้ำมันได้รับความเสียหาย

จากนั้นต้นเดือนสิงหาคม โรงกลั่นต้องเผชิญการโจมตีอีกระลอก โดยฮูตีอ้างว่าใช้โดรนโจมตีเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม จนเกิดไฟไหม้ภายในโรงกลั่น แม้ทางการซาอุดีอาระเบียจะสามารถควบคุมเพลิงได้และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บในครั้งนั้นก็ตาม

อามิน นาสเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Saudi Aramco ยอมรับเมื่อต้นเดือนสิงหาคมว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของบริษัททำให้การผลิตบางส่วนหยุดชะงัก แต่ในเวลานั้นยังไม่กระทบผลการดำเนินงานหรือฐานะการเงินของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ และ Aramco เชื่อว่าจะสามารถฟื้นการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การโจมตีที่เกิดขึ้นซ้ำทำให้ความสำคัญของจาซานไม่ได้อยู่เพียงขนาดของโรงกลั่น แต่รวมถึงตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของมันด้วย โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซาอุดีอาระเบีย ใกล้ชายแดนเยเมน และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Jazan Economic City ที่ Aramco ระบุว่ามีมูลค่าการลงทุนประมาณ 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โรงกลั่นถูกออกแบบให้รองรับน้ำมันดิบได้สูงสุด 400,000 บาร์เรลต่อวัน เพื่อผลิตทั้งน้ำมันเบนซิน ดีเซลกำมะถันต่ำพิเศษ เบนซีน และพาราไซลีน พร้อมเชื่อมโยงกับโรงไฟฟ้าแบบ Integrated Gasification Combined Cycle (IGCC) ซึ่งมีกำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 3.8 กิกะวัตต์

จากฮอร์มุซสู่ทะเลแดง เส้นทางสำรองก็เริ่มไม่ปลอดภัย

ความเสี่ยงของจาซานยิ่งมีนัยสำคัญขึ้น เพราะซาอุดีอาระเบียต้องพึ่งโครงสร้างพื้นฐานฝั่งทะเลแดงมากขึ้น หลังความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียทำให้การเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักสำหรับส่งออกน้ำมันจากอ่าวอาหรับเผชิญข้อจำกัดอย่างหนัก

ซาอุดีอาระเบียจึงส่งน้ำมันผ่าน East-West Pipeline ข้ามประเทศไปยังท่าเรือ ยันบู บนทะเลแดงมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงฮอร์มุซ แต่เส้นทางสำรองนี้กลับเผชิญความเสี่ยงอีกด้าน เมื่อฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของซาอุดีอาระเบียในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และเพิ่มการโจมตีทั้งเรือและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบริเวณทะเลแดง

ผลกระทบเริ่มปรากฏชัดในเดือนสิงหาคม ข้อมูลของ Kpler ระบุว่า การส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียลดจากประมาณ 5.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม เหลือราว 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2556 เป็นอย่างน้อย ขณะที่ข้อมูลติดตามเรือจากแหล่งอื่นประเมินตัวเลขใกล้เคียงประมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน

สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ยังประเมินว่า ปริมาณน้ำมันดิบซาอุดีอาระเบียที่เข้าสู่ตลาดในเดือนสิงหาคมลดลงเหลือประมาณ 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำที่สุดในรอบกว่า 30 ปี โดยเชื่อมโยงการลดลงกับการโจมตีและข้อจำกัดด้านการขนส่งน้ำมันในภูมิภาค ทั้งบริเวณทะเลแดง จาซาน และเส้นทางใกล้ยันบู

แรงกดดันยังไม่จบเพียงเท่านั้น ช่วงกลางเดือนกันยายน การส่งน้ำมันจากยันบูต้องหยุดชะงักอีกครั้ง หลัง East-West Pipeline ได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรน ซึ่งซาอุดีอาระเบียระบุว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรัก ส่งผลให้ Aramco ต้องยกเลิกการขนส่งน้ำมันบางเที่ยวไปยังยุโรป และทำให้ความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันโลกเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง

สถานการณ์ด้านการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียยังเผชิญข้อจำกัดจากหลายจุดพร้อมกัน โดยการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซลดลงจากความขัดแย้งในภูมิภาค ขณะที่ East-West Pipeline ซึ่งใช้ลำเลียงน้ำมันจากฝั่งตะวันออกของประเทศไปยังท่าเรือยันบูบนทะเลแดง ต้องหยุดดำเนินงานชั่วคราวหลังถูกโจมตี ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันออกจากยันบูบางส่วนหยุดชะงักตามไปด้วย Reuters รายงานเมื่อวันที่ 16 กันยายนว่า การหยุดส่งน้ำมันจากยันบูและการปิดท่อดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ตลาดน้ำมันกำลังจับตา

ขณะเดียวกัน การโจมตีของฮูตียังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องต่อเป้าหมายในซาอุดีอาระเบีย หลังจากก่อนหน้านี้โรงกลั่นจาซานและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งได้รับผลกระทบ ข้อมูลของ Kpler ที่ Financial Times รายงานระบุว่า การส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในเดือนสิงหาคมลดลงเหลือประมาณ 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2556 จากประมาณ 5.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม ท่ามกลางข้อจำกัดของเส้นทางขนส่งและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ยังดำเนินอยู่

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สีหศักดิ์’ ซัดกัมพูชากลางวง UNCLOS สกัดคุยผลประโยชน์ก่อนแบ่งเขตแดน
‘สีหศักดิ์’ ซัดกัมพูชากลางวง UNCLOS สกัดคุยผลประโยชน์ก่อนแบ่งเขตแดน