เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธบัลลิสติกราว 12 ลูกลงสู่ทะเลตะวันออก หลังเกาหลีใต้เสนอเปิดการเจรจาทางทหารเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดตามแนวชายแดน ท่ามกลางความขัดแย้งจากเหตุทุ่นระเบิดที่ทำให้ทหารเกาหลีใต้บาดเจ็บ 3 นาย ขณะที่กองทัพเกาหลีใต้เพิ่มการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือการยิงขีปนาวุธเพิ่มเติม
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 กองทัพเกาหลีใต้รายงานว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธบัลลิสติกประมาณ 10-12 ลูก จากบริเวณเมืองวอนซาน ทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศ มุ่งหน้าสู่ทะเลตะวันออก ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสองเกาหลีที่เพิ่มสูงขึ้น หลังเกิดเหตุทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ข้อมูลจากคณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ (Joint Chiefs of Staff) เผยว่า การยิงขีปนาวุธเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยขีปนาวุธบินเป็นระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร ก่อนตกลงในทะเลตะวันออก ขณะที่กองทัพเกาหลีใต้และสหรัฐฯ อยู่ระหว่างวิเคราะห์รายละเอียดเกี่ยวกับชนิดและขีดความสามารถของอาวุธที่ใช้ในการยิงครั้งนี้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทหารเกาหลีใต้ประเมินว่าอาวุธที่ใช้ยิงอาจเป็นระบบจรวดหลายลำกล้องขนาดใหญ่รุ่น KN-25 ซึ่งเกาหลีเหนือเคยประกาศว่าสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าขีปนาวุธที่ยิงออกมาในครั้งนี้ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์
Yonhap News Agency รายงานว่า การยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เสนอให้มีการเจรจาทางทหารระหว่างสองประเทศเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่งเส้นแบ่งเขตทหาร การฟื้นฟูช่องทางติดต่อสื่อสาร และมาตรการป้องกันเหตุปะทะโดยไม่ตั้งใจตามแนวชายแดน
ข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นหลังเกิดเหตุทุ่นระเบิดในเขตปลอดทหารระหว่างสองเกาหลีเมื่อวันที่ 21 กันยายน ส่งผลให้ทหารเกาหลีใต้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย โดยเกาหลีใต้กล่าวหาว่าเกาหลีเหนือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายเกาหลีเหนือปฏิเสธความรับผิดชอบและกล่าวหาว่าเกาหลีใต้พยายามใส่ร้าย
รายงานจาก Reuters ระบุว่า ความขัดแย้งหลังเหตุทุ่นระเบิดทำให้สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดมากขึ้น โดยเกาหลีเหนือขู่ว่าจะกลับมาใช้ลำโพงกระจายเสียงโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านเกาหลีใต้ตามแนวชายแดน รวมถึงนำอาวุธรุ่นใหม่เข้าประจำการในพื้นที่แนวหน้า
ทั้งนี้ จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม เกาหลีเหนือยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอเจรจาทางทหารของเกาหลีใต้ และดำเนินการยิงขีปนาวุธหลังจากได้รับข้อเสนอดังกล่าวเพียงไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกาหลีเหนือว่าการยิงครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อตอบโต้ข้อเสนอเจรจาโดยตรง
ขณะที่สำนักข่าว AFP รายงานว่า ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือยิงออกไปตกลงนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น โดยกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นยืนยันว่าตรวจพบการยิงขีปนาวุธ และแจ้งเตือนให้เรือที่เดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวเพิ่มความระมัดระวัง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายจากการยิงครั้งนี้
กองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า ได้เพิ่มระดับการเฝ้าระวังและรักษาความพร้อมทางทหาร พร้อมประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือและเตรียมรับมือหากมีการยิงขีปนาวุธเพิ่มเติม
Yonhap News Agency รายงานว่า การยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดถือเป็นการยิงขีปนาวุธบัลลิสติกครั้งที่ 17 ของเกาหลีเหนือในปี 2569 และเป็นการยิงครั้งแรกในรอบ 17 วัน นับตั้งแต่การยิงขีปนาวุธหลายลูกจากพื้นที่ใกล้กรุงเปียงยางเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ซึ่งบางลูกสามารถบินได้ไกลกว่า 900 กิโลเมตร
การยิงขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องเกิดขึ้นควบคู่กับการพัฒนาอาวุธชนิดใหม่ของเกาหลีเหนือ ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือมีการทดสอบระบบตอร์ปิโดนำวิถีและขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง ซึ่งเกาหลีเหนืออ้างว่ามีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้เพิ่มขีดความสามารถของระบบอาวุธ
ภายหลังการยิงขีปนาวุธ สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อประเมินสถานการณ์ พร้อมเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการยิงขีปนาวุธบัลลิสติก ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
เกาหลีใต้ยังคงยืนยันความจำเป็นในการเปิดการเจรจาทางทหารเพื่อป้องกันการปะทะโดยไม่ตั้งใจ ขณะที่สถานการณ์บริเวณชายแดนยังตึงเครียดจากการก่อสร้างแนวป้องกัน การเสริมกำลังทหาร และความขัดแย้งเกี่ยวกับตำแหน่งเส้นแบ่งเขตทหารระหว่างสองประเทศ
อ้างอิง:




