News Logo
หน้าแรก
เกาหลีเหนือเร่งเสริมพลังนิวเคลียร์ ประณามสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ซ้อมสงคราม

เกาหลีเหนือเร่งเสริมพลังนิวเคลียร์ ประณามสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ซ้อมสงคราม

2 พ.ย. 2569 17:59
ผู้ชม 13 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เกาหลีเหนือประกาศเร่งเสริมกำลังนิวเคลียร์ ประณามการซ้อมรบร่วมสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ว่าเป็นการซักซ้อมสงครามนิวเคลียร์เพื่อโจมตีกรุงเปียงยาง กล่าวหาสหรัฐฯ มีความทะเยอทะยานที่จะบดขยี้เกาหลีเหนือด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ย้ำการเพิ่มขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์เป็นนโยบายกลาโหมที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง หลังเพิ่งทดสอบหัวรบระเบิดลูกปรายสำหรับขีปนาวุธเมื่อปลายเดือนตุลาคม

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ประณามการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ โดยกล่าวหาว่าเป็นการเตรียมทำสงครามนิวเคลียร์เพื่อโจมตีเกาหลีเหนือ พร้อมประกาศเร่งเสริมสร้างกำลังป้องปรามทางนิวเคลียร์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อรับมือภัยคุกคามทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยยืนยันว่าการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เป็นนโยบายกลาโหมของชาติที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ KCNA เผยแพร่แถลงการณ์ของ คิม จง-ซิก รองผู้อำนวยการฝ่ายแรกของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลี ผู้รับผิดชอบงานด้านอุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งประณามการซ้อมรบรหัสกระบองเหล็ก หรือ Iron Mace ระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ว่าเป็น “การซักซ้อมสงครามนิวเคลียร์ที่น่ารังเกียจที่สุด” โดยกล่าวหาว่ามีเป้าหมายใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีเกาหลีเหนือ และแสดงให้เห็นถึง “ความทะเยอทะยานที่ไม่เปลี่ยนแปลงของสหรัฐฯ ที่ต้องการบดขยี้เกาหลีเหนือด้วยอาวุธนิวเคลียร์” พร้อมเตือนว่าระดับภัยคุกคามกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน

รายงานของ The Korea Herald ระบุว่า คิม จง-ซิก ยืนยันว่า เกาหลีเหนือจะเร่งพัฒนาขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อรับมือภัยคุกคามทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยประกาศว่าการเสริมสร้างกำลังป้องปรามทางนิวเคลียร์เป็น “นโยบายกลาโหมของชาติที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้” พร้อมย้ำว่า “กำลังคือสันติภาพ และสันติภาพจะได้รับการรับประกันด้วยกำลังเท่านั้น” โดยเกาหลีเหนือระบุว่าการเสริมสร้างกำลังนิวเคลียร์มีเป้าหมายปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของชาติ และสันติภาพในภูมิภาค

สำหรับการซ้อมรบรหัสกระบองเหล็ก สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ดำเนินการฝึกร่วมกันระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2569 รวม 4 วัน ณ กองบัญชาการเสนาธิการร่วมในกรุงโซล โดยเป็นการฝึกจำลองสถานการณ์ทางทหารที่มุ่งประสานกำลังรบตามแบบของเกาหลีใต้เข้ากับขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องปรามและตอบโต้ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

การฝึกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านความมั่นคงภายใต้ Nuclear Consultative Group หรือกลุ่มที่ปรึกษาด้านนิวเคลียร์ ซึ่งสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ใช้เป็นกลไกประสานงานด้านการป้องปรามทางนิวเคลียร์ โดยการซ้อมรบกระบองเหล็กเริ่มดำเนินการครั้งแรกในปี 2567 และจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อพัฒนาแนวทางการวางแผน การตัดสินใจ และการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะการเตรียมรับมือสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธนิวเคลียร์

รายงานของ The Korea Herald ระบุว่า การซ้อมรบกระบองเหล็กในปี 2569 ดำเนินการโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้าต่อสาธารณะ ก่อนกองบัญชาการเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้จะเปิดเผยรายละเอียดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ขณะที่รัฐบาลประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ยังคงดำเนินความร่วมมือด้านการป้องปรามกับสหรัฐฯ ตามแนวทางความมั่นคงที่มีอยู่ โดยฝ่ายเกาหลีใต้ยืนยันว่าการฝึกดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องปรามและเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคาม ไม่ใช่การเตรียมโจมตีเกาหลีเหนือตามข้อกล่าวหาของกรุงเปียงยาง

นอกเหนือจากการซ้อมรบกระบองเหล็ก เกาหลีเหนือยังประณามกิจกรรมทางทหารอื่นของสหรัฐฯ และพันธมิตร ได้แก่ การซ้อมรบภาคสนามโฮกุกของเกาหลีใต้ การซ้อมรบทางอากาศฟรีดอมแฟลกระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ และการซ้อมรบร่วมคีนซอร์ดระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-29 ตุลาคม โดยคิม จง-ซิก กล่าวหาว่าประเทศเหล่านี้กำลังเพิ่มความเข้มข้นของกิจกรรมทางทหารทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย รวมถึงการนำกำลังทหารและอากาศยานจากสหรัฐฯ เข้าร่วมการฝึกในภูมิภาค

คิม จง-ซิก ยังกล่าวถึงการส่งนาวิกโยธินสหรัฐฯ เข้าร่วมการฝึกด้านการลาดตระเวนและปฏิบัติการหลายมิติในเกาหลีใต้ รวมถึงการนำเครื่องบินรบจากฐานทัพในสหรัฐฯ เข้าร่วมการฝึกในญี่ปุ่น โดยกล่าวหาว่ากิจกรรมเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมทางทหารสำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลี พร้อมยืนยันว่าเกาหลีเหนือจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อป้องปรามและตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม

ด้านกระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้แถลงเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนว่า การออกแถลงการณ์โดยคิม จง-ซิก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รับผิดชอบอุตสาหกรรมอาวุธ ถือเป็นกรณีที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก อย่างไรก็ตาม ยุน มิน-โฮ โฆษกกระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ ระบุว่า เนื้อหาของแถลงการณ์ยังเป็นการยืนยันจุดยืนเดิมของเกาหลีเหนือ ที่กล่าวหาว่าการซ้อมรบร่วมภายใต้การนำของสหรัฐฯ เป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ และใช้กิจกรรมทางทหารดังกล่าวเป็นเหตุผลสนับสนุนการเสริมสร้างกำลังป้องปรามทางนิวเคลียร์ของตน

Reuters รายงานความเห็นของ ยัง มู-จิน ศาสตราจารย์กิตติคุณจาก University of North Korean Studies ว่า การที่คิม จง-ซิก ออกแถลงการณ์ด้านนโยบายนิวเคลียร์ถือเป็นเรื่องผิดจากแนวปฏิบัติปกติ เนื่องจากการประกาศจุดยืนลักษณะนี้มักดำเนินการโดยกระทรวงกลาโหมหรือกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือ จึงมีความเป็นไปได้ว่าบทบาทของคิม จง-ซิก อาจขยายจากการกำกับงานพัฒนาและผลิตขีปนาวุธไปสู่การกำหนดนโยบายด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธด้วย

ขณะเดียวกัน อิม อึล-ชอล นักวิชาการจาก Kyungnam University ให้ความเห็นผ่าน The Korea Herald ว่า คิม จง-ซิก เป็นบุคคลสำคัญในงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทหารของเกาหลีเหนือ โดยมีบทบาทกำกับงานอุตสาหกรรมอาวุธและหน่วยงานพัฒนาขีปนาวุธ การมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการพัฒนาอาวุธออกแถลงการณ์ครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับความพยายามเร่งนำอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีและขีดความสามารถทางทหารรูปแบบอื่นเข้าสู่การใช้งานจริง เพื่อตอบโต้การเพิ่มความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเกาหลีเหนือเพิ่งทดสอบหัวรบระเบิดลูกปรายที่ติดตั้งบนขีปนาวุธบัลลิสติกทางยุทธวิธีเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 โดย Yonhap News Agency รายงานอ้างข้อมูลจาก KCNA ว่า คิม จง-ซิก เป็นผู้กำกับการทดสอบด้วยตนเอง ขณะที่หน่วยงานพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีเหนืออ้างว่าหัวรบระเบิดลูกปรายมาตรฐานชนิดที่ 2 สามารถสร้างความเสียหายในพื้นที่เป้าหมายประมาณ 12-13 เฮกตาร์ หรือ 75-81 ไร่ และมีแผนจัดเตรียมหัวรบประเภทนี้รวม 4 รูปแบบให้หน่วยทหารสามารถเลือกใช้ตามภารกิจได้ภายในสิ้นปี 2569 โดยตัวเลขพื้นที่ทำลายล้างดังกล่าวเป็นผลการทดสอบตามคำกล่าวอ้างของฝ่ายเกาหลีเหนือ

รายงานของ Yonhap News Agency ระบุเพิ่มเติมว่า เกาหลีเหนือเคยประกาศทดสอบหัวรบระเบิดลูกปรายที่ติดตั้งบนขีปนาวุธบัลลิสติกทางยุทธวิธีฮวาซอง-11รา เมื่อเดือนเมษายน 2569 ภายใต้การกำกับดูแลของ คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ และ คิม จู-แอ บุตรสาว โดยระบุว่าการทดสอบมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินอานุภาพของหัวรบระเบิดลูกปรายและหัวรบที่บรรจุทุ่นระเบิดสะเก็ดระเบิดสำหรับระบบอาวุธดังกล่าว

สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนสองเกาหลียังตึงเครียดจากเหตุระเบิดทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนเมื่อเดือนกันยายน 2569 ก่อนที่เกาหลีเหนือจะขู่ว่าจะกลับมาใช้ลำโพงกระจายเสียงโฆษณาชวนเชื่อตามแนวชายแดนภายในสิ้นเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตาม Reuters รายงานว่า กองทัพเกาหลีใต้ระบุเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนว่า ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเกาหลีเหนือดำเนินการตามคำขู่ดังกล่าวแล้ว

แถลงการณ์ล่าสุดของเกาหลีเหนือยืนยันการเดินหน้าเสริมสร้างกำลังนิวเคลียร์ โดยใช้การซ้อมรบร่วมของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้เป็นเหตุผลสำคัญในการประกาศจุดยืน ขณะที่ฝ่ายเกาหลีใต้ยืนยันว่าการฝึกมีวัตถุประสงค์ด้านการป้องปราม ส่วนการทดสอบหัวรบระเบิดลูกปรายเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมเป็นความเคลื่อนไหวด้านอาวุธล่าสุดที่เกาหลีเหนือเปิดเผย แม้แถลงการณ์วันที่ 2 พฤศจิกายนจะไม่ได้ระบุกำหนดเวลาหรือมาตรการทางทหารใหม่ที่จะดำเนินการทันที แต่รัฐบาลเกาหลีเหนือยังคงยืนยันว่าจะเร่งเพิ่มขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์โดยไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลูกค้า Binance ผวา! แห่ถอนเงิน 3.64 พันล้านดอลลาร์หลังถูกแฮ็กครั้งใหญ่
ลูกค้า Binance ผวา! แห่ถอนเงิน 3.64 พันล้านดอลลาร์หลังถูกแฮ็กครั้งใหญ่