News Logo
หน้าแรก
ฉบับเต็ม! คำพิพากษาคดี ‘จุฑามาศ ชารัมย์’ จงใจปกปิดทรัพย์สิน

ฉบับเต็ม! คำพิพากษาคดี ‘จุฑามาศ ชารัมย์’ จงใจปกปิดทรัพย์สิน

12 ก.ค. 2569 20:04
ผู้ชม 53 คน

เปิดคำพิพากษาศาลฎีกาฯ คุก 3 เดือน ปรับ 10,000 บาท รอลงโทษ 1 ปี ‘จุฑามาศ ชารัมย์’ อดีตนายก อบต.เมืองแฝก จงใจปกปิดเงินฝาก-สลากออมสิน รวม 2.8 ล้านบาท-ทำธุรกรรมด้วยตนเองแต่อ้างเป็นเงินบำนาญพี่ชาย

สืบเนื่องสำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาคดีกล่าวหา นางจุฑามาศ ซารัมย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ โดยไม่แสดงรายการเงินฝากธนาคารและสลากออมสินรวมมูลค่ากว่า 2.84 ล้านบาท

โดยศาลฯ มีคำพิพากษา ให้นางจุฑามาศ พ้นจากตำแหน่งนายก อบต.เมืองแฝก ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป นอกจากนี้ องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากยังพิพากษาให้จำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท ตามมาตรา 167 แต่เนื่องจากไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปี

1781273797049-51ca97c77c4f59e4

'จุฑามาศ ซารัมย์' จงใจปกปิดทรัพย์สิน ตัดสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิต

ผู้สื่อข่าวเรียบเรียงรายละเอียดคำพิพากษาคดีนี้มารายงานให้สาธารณชนรับทราบโดยทั่วกัน มีรายละเอียด ดังนี้

คดีหมายเลขดำที่ อม. 12/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 12/2569 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง นางจุฑามาศ ชารัมย์ ผู้ถูกกล่าวหา

เรื่อง การแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

@ ป.ป.ช. ร้อง ‘จุฑามาศ’ ซุกเงินฝาก-สลากออมสิน กรณีพ้นตำแหน่ง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งนายก อบต.เมืองแฝก วาระที่ 1 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2555 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่งวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 ผู้ถูกกล่าวหา ไม่แสดงรายการทรัพย์สิน 2 รายการ ได้แก่

1.เงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ชารัมย์ หรือนางฉัฐธยาน์ สุวรรณศรีทวี จำนวน 847,654.71 บาท

2.สลากออมสินพิเศษ ธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ มูลค่า 2,000,000 บาท

ต่อมาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นายก อบต.เมืองแฝก ในวาระที่ 2 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 และดำรงตำแหน่งจนถึงปัจจุบัน ขอให้ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหา กับลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81, 114 วรรคสอง (1), 167

ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ

@ 'จุฑามาศ' อ้างเงินพี่ชาย-ฟังไม่ขึ้น

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกอบต.เมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ วาระที่ 1 หรือไม่

ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงว่า เงินในบัญชีทั้งสองไม่ใช่ทรัพย์สินของตน แต่เป็นเงินบำนาญทหารผ่านศึกของนายธีรวัฒน์ ชารัมย์ พี่ชาย ซึ่งเป็นบุคคลไร้ความสามารถที่อยู่ในความดูแล โดยอ้างพฤติการณ์ว่าในอดีต นางละไม มารดา จะเป็นผู้เบิกถอนเงินบำนาญของพี่ชายมาเก็บไว้เป็นเงินสดครั้งละ 100,000 ถึง 200,000 บาท เพื่อนำมาซื้อสลากออมสินหวังผลตอบแทน และเมื่อมารดาถึงแก่กรรม ผู้ถูกกล่าวหาได้ถอนเงินจากบัญชีสลากออมสิน มูลค่า 2,000,000 บาท มาจัดสรรใหม่โดยนำเงิน 500,000 บาท ฝากเข้าบัญชีธนาคารออมสิน นำเงินอีก 500,000 บาท ไปซื้อสลากออมสินพิเศษ และเก็บที่เหลืออีก 1,000,000 บาท ไว้เป็นเงินสด

มีรายละเอียดวันเวลาการซื้อสลากดังนี้

  • ระหว่างวันที่ 9 มิถุนายน 2546 - 13 มกราคม 2558: นางละไมถอนเงินสดจากบัญชีบำนาญของนายธีรวัฒน์ รวม 1,971,000 บาท และนำไปซื้อสลากออมสินพิเศษ ครั้งแรกมูลค่า 1,000,000 บาท เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2558

  • ระหว่างวันที่ 13 มกราคม 2558 - 18 กุมภาพันธ์ 2561: มีการถอนเงินรวม 1,010,000 บาท และนำไปซื้อสลากครั้งที่สอง มูลค่า 1,000,000 บาท เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 รวมมูลค่า 2,000,000 บาท

  • วันที่ 12 มิถุนายน 2561: ภายหลังนางละไมถึงแก่กรรม นางจุฑามาศได้ถอนเงินจากบัญชีสลากออมสิน 2,000,000 บาท มาจัดสรรใหม่ โดยนำเงิน 500,000 บาท ไปฝากธนาคาร นำอีก 500,000 บาท ไปซื้อสลากออมสินพิเศษ และเก็บเป็นเงินสดไว้ 1,000,000 บาท

  • วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562: นางจุฑามาศนำเงินสด 1,000,000 บาท ที่เก็บไว้เข้าบัญชีธนาคารของตนเอง และในอีก 6 วันต่อมา คือ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ได้ถอนเงินจำนวนนี้ออกมาซื้อสลากออมสินพิเศษ 1,000,000 บาท และก่อนมารดาถึงแก่กรรม ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่านางละไม มารดา มอบเงินให้นายธีรวัฒน์ 500,000 บาท และนำเงินจำนวนนี้ไปรวมซื้อสลากออมสินพิเศษด้วย ซึ่งทำให้เงินที่นำมาซื้อสลากออมสินพิเศษ มีมูลค่า 2,000,000 บาท พอดี

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบรายการเดินบัญชีพบว่า รายการฝากและถอนเงินบำนาญของพี่ชายไม่สัมพันธ์กับบัญชีเงินฝากและสลากออมสินทั้ง 2 บัญชี อีกทั้งปรากฏหลักฐานว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ทำการฝากและถอนเงินด้วยตนเองมาโดยตลอด และการที่อ้างว่ามารดาถอนเงินหลักล้านบาทมาเก็บไว้กับตัวเป็นเงินสดนานหลายปี แทนที่จะฝากธนาคาร ถือเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยของวิญญูชนทั่วไป เนื่องจากเสี่ยงต่อการสูญหายและเสียประโยชน์ที่ควรได้รับ

นอกจากนี้ ในวันที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าซื้อสลากออมสินนั้น บัญชีบำนาญของพี่ชายมีเงินเหลือเพียงหลักหมื่นบาท ซึ่งไม่เพียงพอที่จะซื้อสลากมูลค่า 1,000,000 บาทได้ และยังพบว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้นำเงินสด 1,000,000 บาท เข้าบัญชีชื่อตนเองเพียง 6 วัน ก่อนจะถอนออกมาซื้อสลากออมสินพิเศษ ซึ่งส่อให้เห็นถึงความพยายามสร้างเส้นทางการเงินให้สอดคล้องกับคำให้การเพื่อปกปิดทรัพย์สินที่แท้จริง

เมื่อพยานหลักฐานตามทางไต่สวนไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้เชื่อได้ว่าเงินในบัญชีสลากออมสินพิเศษมีที่มาจากบัญชีของนายธีรวัฒน์ และผู้ถูกกล่าวหามีชื่อในบัญชีธนาคารตามคำร้องทั้งสองบัญชี จึงต้องรับฟังว่าเงินในบัญชีธนาคารทั้ง 2 บัญชี เป็นของผู้ถูกกล่าวหา พฤติการณ์จึงเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน

@ จำคุก 3 เดือน-ปรับ 10,000 บาท-รอลงโทษ 1 ปี

พิพากษาว่า นางจุฑามาศ ชารัมย์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกอบต.เมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)

ให้ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งนายกอบต.เมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ นับแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ศาลสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตามมาตรา 81 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167

องค์คณะผู้พิพากษามีมติเสียงข้างมากให้จำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

Screenshot (1347)

คำพิพากษา

ข่าวคดีบัญชีทรัพย์สินก่อนหน้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง
บัญชีทรัพย์สิน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่องที่ดิน‘อนุทิน’จ.สมุทรปราการ แปลงเดียว 9.6 ล. ในสนามกอล์ฟดัง
ส่องที่ดิน‘อนุทิน’จ.สมุทรปราการ แปลงเดียว 9.6 ล. ในสนามกอล์ฟดัง