"...ตามวันและเวลาดังกล่าว นายชัยทิพย์ ได้ตั้งวงเล่นไพ่สามกองกับบุคคลอื่นหลายคนในห้องดังกล่าว โดยการเล่นไพ่สามกอง มีการใช้ชีปสำหรับการเล่นการพนันและจัดเตรียมโต๊ะสี่เหลี่ยมมีลิ้นชักเป็นอุปกรณ์ไว้เพื่อเล่นการพนันโดยเฉพาะ ซึ่งโดยปกติทั่วไป ชิปมีการใช้อย่างแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับสากลว่าชิปเป็นสิ่งที่ใช้แทนเงินหรือทรัพย์สินตามบ่อนการพนันหรือคาสิโน น่าเชื่อว่าการเล่นไพ่ดังกล่าวเป็นการพนันเอาทรัพย์สินกัน..."
กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลคดีกล่าวหา นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เล่นไพ่ในสภาผู้แทนราษฏร เมื่อปี 2566 กระทำการฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรม ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 นั้น
สำนักข่าว Next News นำข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ คดีนี้มาเสนอให้สาธารณชนไปแล้ว ดังนี้
1.คดีนี้ เป็นผลจากการไต่สวนของสำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ กรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2566 ภายในห้องทำงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข CA 535 ชั้น 5 อาคารรัฐสภา ระหว่างเวลาราชการ ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายชัยทิพย์ร่วมกับบุคคลอื่นรวม 4 คน ตั้งวงเล่นไพ่ “สามกอง” โดยใช้ชิปแทนเงินและมีการนับแต้มแพ้–ชนะ อันมีลักษณะเป็นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตในสถานที่ราชการ
2.แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะชี้แจงว่าเป็นเพียงการเล่นไพ่เพื่อสันทนาการ เพื่อผ่อนคลายไม่ได้เล่นพนันเอาเงินหรือทรัพย์สิน แต่คณะไต่สวนพิจารณาพยานหลักฐาน ทั้งคำให้การพยานบุคคล ภาพเคลื่อนไหวจากคลิปวิดีโอ และการยอมรับข้อเท็จจริงของผู้ถูกกล่าวหา เห็นว่า การใช้ชิปซึ่งเป็นสิ่งแทนเงินในบ่อนการพนันทั่วไป ประกอบกับการจัดเตรียมอุปกรณ์เฉพาะสำหรับการเล่นพนัน ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันจริง
คณะไต่สวนเห็นว่า การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของสภาผู้แทนราษฎร ระบบราชการ และสังคมส่วนรวม เป็นการไม่ให้เกียรติสถานที่ราชการ และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561
3.ส่วนกรณีที่นายชัยทิพย์ลาออกจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องมาตรฐานจริยธรรม เห็นว่า การลาออกภายหลังเกิดเหตุไม่เป็นเหตุให้สิ้นอำนาจการไต่สวน เนื่องจากการกระทำความผิดเกิดขึ้นในขณะดำรงตำแหน่ง และยังอยู่ในบังคับของกฎหมายและมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว

ภาพประกอบรายงานเล่นไพ่ในสภา
คดีอดีต สส.จั่วไพ่ในสภาฯ เข้าคกก.กลั่นกรอง รอชง ป.ป.ช.ชุดใหญ่แล้ว
ป.ป.ช.มติเอกฉันท์ ชี้มูลคดีจริยธรรม อดีต สส.ชัยทิพย์ จั่วไพ่ในสภาฯ
สภาไม่ใช่บ่อน! เปิดมติป.ป.ช.ชี้มูลสส.จั่วไพ่ ตีตกข้ออ้างเล่นผ่อนคลาย
ต่อไปนี้ เป็นมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดคดีนี้ ฉบับเต็ม
ปรากฏรายละเอียดดังต่อไปนี้
@ จุดเริ่มต้นคดี
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 เวลา 09.00- 16.30 น. เป็นวันและเวลาที่มีการปฏิบัติหน้าที่ราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเป็นวันที่มีการประชุมคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร
นายชัยทิพย์ ปรากฏชื่อหนึ่งในกรรมาธิการฯ ชุดนี้ด้วย และเป็น สส. มีหน้าที่เข้าร่วมประชุม ได้มาปฏิบัติหน้าที่เข้าร่วมประชุมในวันและเวลาดังกล่าว
ในระหว่างเวลาปฏิบัติหน้าที่ราชการ เวลาประมาณ 13.35 - 16.00 น. นายชัยทิพย์ กับพวกรวม 4 คน ได้ร่วมกันเล่นไพในห้องทำงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร CA 535 ชั้น 5 อาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นสถานที่ราชการและในเวลาราชการ โดยมีการใช้ชิปแทนเงินสดและนับแต้มเพื่อให้ได้ผลแพ้ชนะกันอันมีลักษณะเป็นการเสี่ยงโชคต่อการได้หรือเสียประโยชน์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน
ต่อมาปรากฎข่าวตามสื่อมวลชน เกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าว นายชัยทิพย์ ได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาว่า ไม่ได้เล่นไพ่เพื่อพนันเอาเงินหรือทรัพย์สินอันเป็นความผิดตามกฎหมาย แต่ยอมรับว่าเล่นไพ่สามกองกับเพื่อน สส.จริง โดยเล่นเป็นกีฬาสันทนาการเพื่อการผ่อนคลาย
@ ผลการไต่สวนคดี
ในการไต่สวนได้ความจากพยานว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 เวลาช่วงบ่าย พยานเปิดประตูห้อง CA 535 (หรือห้อง 5083) เจอนายชัยทิพย์ กับพวก รวม 4 คน นั่งล้อมวงอยู่ที่โต๊ะสี่เหลี่ยม ในมือมีไพ่ถืออยู่และมีชิปวางอยู่บนโต๊ะ
สอดคล้องกับภาพเคลื่อนไหวจากคลิปและคำให้การพยานอีกราย ทำนองเดียวกันว่า เคยพบเจอนายชัยทิพย์กับพวกเล่นไพในห้องทำงานดังกล่าว
ขณะที่นายชัยทิพย์ มีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหารับว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ ได้มีการเล่นไพ่สามกองกันจริง
ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ตามวันและเวลาดังกล่าว นายชัยทิพย์ ได้ตั้งวงเล่นไพ่สามกองกับบุคคลอื่นหลายคนในห้องดังกล่าว โดยการเล่นไพ่สามกอง มีการใช้ชีปสำหรับการเล่นการพนันและจัดเตรียมโต๊ะสี่เหลี่ยมมีลิ้นชักเป็นอุปกรณ์ไว้เพื่อเล่นการพนันโดยเฉพาะ ซึ่งโดยปกติทั่วไป ชิปมีการใช้อย่างแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับสากลว่าชิปเป็นสิ่งที่ใช้แทนเงินหรือทรัพย์สินตามบ่อนการพนันหรือคาสิโน
น่าเชื่อว่าการเล่นไพ่ดังกล่าวเป็นการพนันเอาทรัพย์สินกัน
การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ไม่รักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของสภาผู้แทนราษฎร และเป็นการกระทำการใด ๆ อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของประเทศชาติและสภาผู้แทนราษฎร ไม่ให้เกียรติและเคารพต่อสถานที่ และไม่สำรวมกิริยาวาวาจาในบริเวณรัฐสภา ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการตำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกกล่าวหาอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 252661 ข้อ 12 และข้อ 17
เมื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม เจตนาและความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการผ้าฝืนหรือไม่ปฏิบัติดังกล่าวถือว่ามีลักษณะร้ายแรง ตามข้อ 27 วรรคสอง
@คำชี้แจง
ในระหว่างการไต่สวนคดี นายชัยทิพย์ ได้ชี้แจง โดยอ้างว่า เมื่อได้ลาออกจาก สส. ทำให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง เป็นเหตุให้ไม่อยู่ในบังคับของมาตรฐานทางจริยธรรมฯ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจพิจารณา
@ ผลการพิจารณา
คณะไต่สวน พิจารณาแล้วว่า สส. มีสถานะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตาม พ.ร.บ.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2566 จึงอยู่ในบังคับตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธธรรมนูญฯ พ.ศ. 2561 ขณะเกิดเหตุวันที่ 11 มกราคม 2566 ผู้ถูกกล่าวหาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหหวัดราชบุรี จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดขณะดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงอยู่ในบังคังคับตามมาตรฐานทางจริยธรรรมของตุลาการศาสรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2561 ดังกล่าว
แม้ผู้ถูกกล่าวหาได้ลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 ภายหลังจากวันกระทำความผิดแล้วก็ตาม ก็ไม่ทำให้หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะไต่สวนและมีความเห็นหมดสิ้นไป
เมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 235 ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 28 (3) เห็นได้ว่าเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงและมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่แล้วเห็นว่าผู้นั้นมีพฤติการณ์หรือการกระทำความผิดตามที่ไต่สวน ถ้าเป็นกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกา ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดไว้แต่เพียงว่าหากศาลฎีกาประทับรับฟ้อง ให้สั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ในกรณีที่ผู้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงก่อนที่ศาลประทับรับฟ้อง หาได้มีบทฎหมายใดจำกัดอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ป.ช. ที่จะไต่สวนและมีความเห็นต่อไป แต่อย่างใด
ดังนั้น การกระทำของนายชัยทิพย์ จึงเป็นการกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เห็นควรส่งเรื่องดังกล่าวต่อศาลฎีกา ตามพ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไป
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์เห็นชอบตามคณะไต่สวน ให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
***********************************
อย่างไรก็ดี สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ขณะที่ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้สมัคร สส. ราชบุรี เขต 5 หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าไม่รู้สึกกังวลต่อกรณีดังกล่าว และขอให้ผลการเลือกตั้งเป็นเครื่องพิสูจน์การยอมรับจากประชาชน
บทสรุปผลคดีในชั้นศาลจะเป็นอย่างไร ยังต้องติดตามต่อไป
หมายเหตุ : ภาพประกอบปกนายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ จากผู้จัดการออนไลน์




