ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา เอกสิทธิ์ เมืองเปรม อดีตนายก อบต.คันโช้ง พิษณุโลก ทุจริตจัดทำฎีกาเบิกเงินรายจ่ายค่าทำอาหารเด็กเล็ก ผอ.คลังเอาเงินไปใช้ส่วนตัว ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 พิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี พร้อมพวก 1 คน รับสารภาพ ลดเหลือ 2 ปี 6 เดือน ที่เหลือ 5 ราย โดนคนละ 1 ปี 8 เดือน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายเอกสิทธิ์ เมืองเปรม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก กับพวก คือ สิบเอกวิชัย ยังอยู่เกตุ, นายทองสุข ปราสาททอง, นายวีระวัฒน์ ตาละนาค, นางสาวศุจินันท์ ทานัด, นายเรืองชัย สุขะหา และนายสุภโรจน์ หาญน้อย ทุจริตจัดทำฎีกาเบิกเงินรายจ่ายค่าทำอาหารสำหรับเด็กเล็ก อบต.คันโช้ง ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151, 157, 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86 พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาดังนี้
1.นายเอกสิทธิ์ เมืองเปรม จำเลยที่ 1, สิบเอกวิชัย ยังอยู่เกตุ จำเลยที่ 2, นายทองสุข ปราสาททอง จำเลยที่ 3, นายวีระวัฒน์ ตาละนาค จำเลยที่ 4, นางสาวศุจินันท์ ทานัด จำเลยที่ 5, นายเรืองชัย สุขะหา จำเลยที่ 6 และนายสุภโรจน์ หาญน้อย จำเลยที่ 7 มีความผิดตามกฎหมาย ลงโทษตามมาตรา 147 และ 151
จำคุก นายเอกสิทธิ์ เมืองเปรม จำเลยที่ 1 และนายทองสุข ปราสาททอง จำเลยที่ 3 คนละ 5 ปี
จำคุก สิบเอกวิชัย ยังอยู่เกตุ จำเลยที่ 2, นายวีระวัฒน์ ตาละนาค จำเลยที่ 4, นางสาวศุจินันท์ ทานัด จำเลยที่ 5, นายเรืองชัย สุขะหา จำเลยที่ 6 และนายสุภโรจน์ หาญน้อย จำเลยที่ 7 คนละ 3 ปี 4 เดือน
2.จำเลยทั้ง 7 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง
คงจำคุก นายเอกสิทธิ์ เมืองเปรม จำเลยที่ 1 และนายทองสุข ปราสาททอง จำเลยที่ 3 คนละ 2 ปี 6 เดือน
คงจำคุก สิบเอกวิชัย ยังอยู่เกตุ จำเลยที่ 2, นายวีระวัฒน์ ตาละนาค จำเลยที่ 4, นางสาวศุจินันท์ ทานัด จำเลยที่ 5, นายเรืองชัย สุขะหา จำเลยที่ 6 และนายสุภโรจน์ หาญน้อย จำเลยที่ 7 คนละ 1 ปี 8 เดือน
ให้นายสุภโรจน์ หาญน้อย จำเลยที่ 7 คืนหรือชดใช้เงิน จำนวน 20,800 บาท
3.นับโทษจำคุก จำเลยที่ 1, 2 และ 3 ต่อจากโทษจำคุกคดีเดิม
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.
เกี่ยวกับคดีทุจริตจัดทำฎีกาเบิกเงินรายจ่ายค่าทำอาหารสำหรับเด็กเล็ก อบต.คันโช้ง นั้น ในช่วงเดือนกันยายน 2567 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดพิษณุโลก แถลงข่าวผลการดำเนินงานตรวจสอบคดีทุจริต กรณีกล่าวหา นายเอกสิทธิ์ เมืองเปรม อดีตนายก อบต.คันโช้ง กับพวกรวม 7 ราย เบิกจ่ายค่าอาหารกลางวันสำหรับเด็กเล็กของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลคันโช้ง อันเป็นเท็จ
ระบุว่า กรณีนี้เป็นการจัดทำฎีกาเบิกเงินระบุเป็นค่าทำอาหารสำหรับเด็กเล็กของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลคันโช้ง ซึ่งไม่มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างจริง และผู้รับจ้างมิได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อในใบสำคัญรับเงิน แต่นายทองสุข ปราสาททอง ซึ่งเป็นผู้อำนวยการกองคลังได้ใช้ให้นางสุดาพร (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ออกเช็คจ่ายเงินค่าอาหารกลางวันโดยระบุหน้าเช็คเป็นชื่อ "นางสุดาพร " จากนั้นนางสุดาพร ได้นำเช็คดังกล่าวไปเบิกถอนเงินสด จำนวน 20,592 บาท และนำเงินดังกล่าวไปให้นายทองสุข ไปใช้ส่วนตัว อีกทั้งข้อเท็จจริงปรากฏว่าคณะกรรมการตรวจรับการจ้างจัดทำอาหารกลางวันได้ตรวจรับงานจ้างโดยที่ไม่มีการจัดจ้างตามฎีกาที่ได้มีการเบิกจ่ายด้วย และมีการส่งสำนวนอัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฏหมาย




