News Logo
หน้าแรก
ฉบับเต็ม! คำพิพากษาคดีหมอเกศ ใช้ ศ. ทุจริตเลือกสว.เพิกถอนสิทธิ์ 10 ปี

ฉบับเต็ม! คำพิพากษาคดีหมอเกศ ใช้ ศ. ทุจริตเลือกสว.เพิกถอนสิทธิ์ 10 ปี

5 มี.ค. 2569 09:12
ผู้ชม 166 คน

"...ตําแหน่งศาสตราจารย์ของผู้คัดค้านได้รับมาด้วยวิธีประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษา จากสถาบันแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) โดยสถาบันดังกล่าวพิจารณาจากบทความทางวิชาการของผู้คัดค้านเพียง 5 เรื่อง แต่มิได้คํานึงถึงความรู้ความสามารถในการสอนหนังสือและผลงานทางวิชาการอันเป็นที่ประจักษ์ของผู้คัดค้านตามมาตรฐานสากลซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งบุคคลให้ดํารงตําแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. 2564 และระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้อง..."

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2569 ศาลฎีกามีคําพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี ของนางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา กรณีนางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย ใช้คำว่า ‘ศาสตราจารย์’ ทั้งที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ตามกฎหมายของประเทศไทยลงสมัคร สว. (สมาชิกวุฒิสภา)

โดยศาลพิเคราะห์ว่า การที่นางสาวเกศกมลอ้างว่าได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์จากต่างประเทศนั้น ไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ในประเทศไทย ประกอบกับการได้มาซึ่งตำแหน่งศาสตราจารย์ของนางสาวเกศกมลยังไม่ผ่านการรับรองจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อีกทั้งนางสาวเกศกมลไม่เคยมีประสบการณ์การสอนหนังสือมาก่อน ถ้าไม่เคยสอนก็ไม่สามารถใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ได้ การกระทำของนางสาวเกศกมล เป็นการทุจริต กรอกข้อมูลสมัครสว.ไม่ตรงกับความจริง ทำให้การเลือกสว.ไม่สุจริต เที่ยงธรรม

ศาลฎีกา ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง‘หมอเกศ’ 10 ปี ใช้ 'ศ.' สมัคร สว.ไม่ถูกต้อง

ศาลฎีกา ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง‘หมอเกศ’ 10 ปี ใช้ 'ศ.' สมัคร สว.ไม่ถูกต้อง

สำนักข่าว Next News นำคำพิพากษาฉบับเต็มมานำเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบรายละเอียดโดยทั่วกัน ดังนี้

คำพิพากษาคดีหมอเกศ

คำพิพากษาคดีหมอเกศ

@ สรุปคำร้องกกต.

คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคําร้องว่า ก่อนประกาศผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ผู้ร้องได้รับคําร้องว่า ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 19 โดยระบุในข้อมูลแนะนําตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ในส่วนประวัติการศึกษาว่า “ศาสตราจารย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Professor in Human Resource Development) California University” และระบุประวัติการทํางานหรือประสบการณ์ในการทํางานในกลุ่มที่สมัครว่า “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิงเกศกมล เปลี่ยนสมัย” ซึ่งอาจไม่ตรงกับความจริง เป็นการหลอกลวง หรือจูงใจ ให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณของผู้คัดค้าน เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้านอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (4) 

จากการตรวจสอบข้อมูลของผู้คัดค้านแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านไม่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลผู้ดํารงตําแหน่งศาสตราจารย์ที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) และคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กําหนด ประกอบกับไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีสถาบันอุดมศึกษาใดเคยขอให้สํานักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาดําเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้คัดค้านให้ดํารงตำแหน่งศาสตราจารย์ และจากการตรวจสอบข้อมูลปรากฏว่าสํานักงานปลัดกระทรวงการ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยังไม่เคยพิจารณาเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาจากแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ (California University)และแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี(California lifornia University Foreign Credential Evaluation) และผู้คัดค้านให้ถ้อยคําว่าไม่เคยทํางานในตําแหน่ง ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้คัดค้านจึงมิได้มีตําแหน่งทางวิชาการเป็นศาสตราจารย์ตามหลักการและขั้นตอนที่กําหนดไว้ในกฎหมายของไทย 

ดังนั้น การที่ผู้คัดค้านแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่าเป็น “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิงเกศกมล เปลี่ยนสมัย” โดยที่มิได้ดํารงตําแหน่งเป็นศาสตราจารย์ตามกฎหมายไทย จึงเป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณของผู้คัดค้าน เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นการทุจริตในการเลือก และทําให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 และมาตรา 77 (4) ผู้ร้องจึงมีคําวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 309/2568 ลงวันที่ 30 เมษายน 2568 ให้ยื่นคําร้องต่อศาลฎีกา ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 

@ คำคัดค้านของ 'หมอเกศ'

ผู้คัดค้านยื่นคําคัดค้านว่า ผู้คัดค้านได้รับตําแหน่งทางวิชาการ “ศาสตราจารย์ ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” โดยมีหนังสือรับรองความถูกต้องจากแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) และรัฐแคลิฟอร์เนียในนามรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการโดยคณะกรรมการวิชาการของแคลิฟอร์เนียร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) ผู้คัดค้านระบุ ไว้อย่างชัดเจนในแบบ สว. 3 ว่า “แคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ สหรัฐอเมริกา” ซึ่งเป็นตําแหน่งจากสหรัฐอเมริกา และมีการรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐอเมริกา แต่ผู้ร้องนําข้อมูลจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตําแหน่ง ทางวิชาการของอาจารย์ ข้าราชการในระบบของไทย และตําแหน่งศาสตราจารย์ของไทยที่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ มาเป็นข้ออ้างในการวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านกระทําการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (4) ซึ่งเป็นคนละกรณีกับกรณีของผู้คัดค้านที่ได้รับตําแหน่งศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ตามระบบการศึกษาของต่างประเทศโดยมีหนังสือรับรองการได้รับมาอย่างถูกต้อง 

ผู้คัดค้านทําหนังสือขอหารือไปยังสํานักงานของผู้ร้อง เรื่องการกรอกเอกสารข้อมูลการแนะนําตัวผู้สมัคร (สว. 3) ในส่วนข้อที่ 1. ว่าผู้คัดค้านสามารถใส่ตําแหน่งทางวิชาการระดับ “ศาสตราจารย์” ได้หรือไม่ นายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหนังสือแจ้งว่า การกรอกเอกสารข้อมูลแนะนําตัวผู้สมัคร (สว. 3) ในส่วนข้อ 1. ไม่สามารถใส่ตําแหน่งทางวิชาการได้เนื่องจากเป็น ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร แต่หากผู้คัดค้านประสงค์จะใส่ตําแหน่งทางวิชาการ สามารถนําไปใส่ในส่วนของข้อ 3. คือประวัติการทํางานหรือประสบการณ์ในการทํางานในกลุ่มที่สมัครได้ ซึ่งการตอบข้อซักถามดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นว่าข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็นศาสตราจารย์ของผู้คัดค้านได้มีการตรวจสอบแล้ว พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้ผู้สมัครที่ได้รับวุฒิการศึกษาหรือได้รับตําแหน่งทางวิชาการจากต่างประเทศระบุในเอกสารแนะนําตัวตามแบบ สว.3 ผู้คัดค้าน จึงไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง หรือจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติจนทําให้ผู้มีสิทธิเลือกเข้าใจผิดในคะแนนนิยม ขอให้ยกคําร้อง 

@ มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า 'หมอเกศ' ทุจริตเลือกสว.หรือไม่

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านกระทําการอันเป็นการทุจริตในการเลือก สมาชิกวุฒิสภาอันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 หรือไม่ 

จากการไต่สวนพยาน เห็นว่า สมาชิกวุฒิสภาถือเป็นตําแหน่งที่มีบทบาทสําคัญอย่างยิ่ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีอํานาจหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย รวมถึงการพิจารณาให้ความเห็นชอบในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังทําหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินผ่านการตั้งกระทู้ถามและการเปิดอภิปรายในการประชุมของวุฒิสภา ตลอดจนมีอํานาจในการพิจารณาให้การรับรองบุคคลเข้าดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระต่าง ๆ ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจึงต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่กระทําการใดอันเป็นการกระทบต่อความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อวุฒิสภา 

และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง กําหนดว่า เอกสารและหลักฐานประกอบการสมัคร ประกอบด้วย (1)... (2) ข้อความแนะนําตัวของผู้สมัครซึ่งมีความยาวไม่เกินที่คณะกรรมการกําหนด และวรรคสอง กําหนดให้ผู้สมัครต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องและเป็นจริงของเอกสารและหลักฐานตามวรรคหนึ่งทุกฉบับและทุกหน้า ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ข้อ 51 วรรคหนึ่ง กําหนดให้ผู้สมัครยื่นเอกสารและหลักฐานประกอบการรับสมัครด้วยตนเองต่อผู้อํานวยการการเลือกระดับอําเภอ ณ สถานที่ที่ผู้อํานวยการการเลือกระดับอําเภอกําหนดภายในระยะเวลาการรับสมัคร ดังนี้ (1)... (2) แบบข้อมูลแนะนําตัวของผู้สมัคร (สว. 3) และวรรคสอง กําหนดให้แบบข้อมูลแนะนําตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ตามวรรคหนึ่ง (2) ให้มีข้อความ และข้อมูล ดังนี้ (1) ข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัคร (2) ประวัติการศึกษาของผู้สมัคร (3) ประวัติการทํางานหรือประสบการณ์ในการทํางานในกลุ่มที่สมัคร (ไม่เกิน 5 บรรทัด) 

แบบข้อมูลแนะนําตัวผู้สมัคร (สว. 3) จึงเป็นเอกสารประกอบการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่ผู้สมัคร ทุกคนต้องยื่นพร้อมใบสมัคร มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ผู้สมัครอื่นใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเลือก โดยผู้สมัครต้องระบุข้อมูลส่วนตัว ประวัติการศึกษา รวมถึงประวัติหรือประสบการณ์การทํางานในกลุ่มที่สมัคร ที่ถูกต้องและชัดเจน ไม่เอาเปรียบกันด้วยข้อมูลที่บิดเบือน เพื่อให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภามีข้อมูลของผู้สมัครที่ถูกต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน อันทําให้การลงคะแนนเลือกมีความโปร่งใสและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 

@ ตำแหน่ง 'ศ.' ในสังคมไทยเป็นที่ทราบโดยทั่วว่ามีคุณสมบัติในด้านสอนหนังสือ มีผลงานทางวิชาการ มีจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการอย่างครบถ้วน 

เมื่อตําแหน่งศาสตราจารย์ในบริบทของสังคมไทยเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่า บุคคลที่ดํารงตําแหน่งศาสตราจารย์ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าบุคคลนั้นมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุมดมศึกษา (ก.พ.อ.) กําหนด ทั้งในด้านการสอนหนังสือ ผลงานทางวิชาการ ตลอดจนมีจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ศาสตราจารย์เป็นตําแหน่งทางวิชาการที่ต้องมีการดําเนินการเพื่อขอพระราชทานโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

แต่ผู้คัดค้าน ไม่ได้ดํารงตําแหน่งทางวิชาการ “ศาสตราจารย์” ตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งบุคคลให้ดํารงตําแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. 2564 และระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งศาสตราจารย์ 

ที่ผู้คัดค้านอ้างว่าผู้คัดค้านได้รับตําแหน่งศาสตราจารย์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Professor in Human Resource Development) California University จากต่างประเทศมาอย่างถูกต้องนั้น 

เห็นว่า ตําแหน่งศาสตราจารย์ของผู้คัดค้านได้รับมาด้วยวิธีประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษา จากสถาบันแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) โดยสถาบันดังกล่าวพิจารณาจากบทความทางวิชาการของผู้คัดค้านเพียง 5 เรื่อง แต่มิได้คํานึงถึงความรู้ความสามารถในการสอนหนังสือและผลงานทางวิชาการอันเป็นที่ประจักษ์ของผู้คัดค้านตามมาตรฐานสากลซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งบุคคลให้ดํารงตําแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. 2564 และระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้อง 

สําหรับตําแหน่งศาสตราจารย์ของผู้คัดค้านที่ได้รับมาด้วยวิธีประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาจากสถาบันแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) ปัจจุบันยังไม่ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาและรับรองการเทียบตําแหน่งทางวิชาการจากสํานักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จึงทําให้ตําแหน่งศาสตราจารย์ดังกล่าวยังไม่สามารถนํามาใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้ 

นอกจากนี้ ในส่วนของประวัติการทํางานหรือประสบการณ์ในการทํางานในกลุ่มที่สมัครของผู้คัดค้าน พบว่าข้อมูลที่ระบุยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เนื่องจากผู้คัดค้านไม่เคยมีประสบการณ์การทํางานในตําแหน่งศาสตราจารย์มาก่อน การระบุข้อมูลในส่วนนี้จึงถือว่ามีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง 

ที่ผู้คัดค้านอ้างว่า ตําแหน่งศาสตราจารย์ เป็นตําแหน่งทางวิชาการ ไม่ใช่วิชาชีพ หรือ อาชีพอิสระในกลุ่มที่สมัคร ผู้คัดค้านสมัครในกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ (กลุ่ม 19) จึงไม่ต้องสอนหนังสือหรือเทียบตําแหน่งกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมนั้น 

เห็นว่า ประวัติการทํางานหรือประสบการณ์ในการทํางานเป็นการระบุถึงงานที่ผู้คัดค้านกําลังหาอยู่หรือเคยทํามาแล้วในอดีต เมื่อผู้คัดค้านระบุว่า “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิงเกศกมล เปลี่ยนสมัย” ผู้คัดค้านจึงต้องมีประสบการณ์การสอนหนังสือหรือประวัติการทํางานสอนหนังสือมาก่อน หากผู้คัดค้านไม่เคยทําการสอนหนังสือมาก่อนก็ไม่อาจระบุว่าเป็นศาสตราจารย์ในเอกสารข้อมูลแนะนําตัวผู้สมัคร (สว. 3) ข้อ 3. ประวัติการทํางานหรือประสบการณ์ในการทํางาน ในกลุ่มที่สมัครได้ 

ที่ผู้คัดค้านอ้างว่า ผู้ร้องได้มีการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็นศาสตราจารย์ของผู้คัดค้านแล้ว โดยผู้คัดค้านทําหนังสือขอหารือไปยังสํานักงานของผู้ร้อง เรื่อง การกรอกเอกสารข้อมูลการแนะนําตัวผู้สมัคร (สว. 3) ในส่วนข้อที่ 1 ว่าผู้คัดค้านสามารถใส่ตําแหน่งทางวิชาการระดับ “ศาสตราจารย์” ได้หรือไม่ โดยนายกิตติพงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหนังสือแจ้งว่า การกรอกเอกสารข้อมูลแนะนําตัวผู้สมัคร (สว. 3) ในส่วนข้อ 1. ไม่สามารถใส่ตําแหน่งทางวิชาการได้เนื่องจากเป็นข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร แต่หากผู้คัดค้านประสงค์จะใส่ตําแหน่งทางวิชาการ สามารถนําไปใส่ในส่วนของข้อ 3. คือประวัติการทํางานหรือประสบการณ์ในการทํางานในกลุ่มที่สมัคร นั้น 

เมื่อพิจารณาหนังสือตอบข้อหารือเอกสารหมาย ค.2 แล้ว นายกิตติพงษ์ตอบข้อหารือโดยมีลักษณะเป็นการตอบในกรณีทั่วไปว่าหากผู้คัดค้านได้รับตําแหน่งทางวิชาการ ผู้คัดค้านสามารถนําตําแหน่งทางวิชาการไปใส่ในส่วนข้อ 3. คือประวัติการทํางานหรือประสบการณ์ในการทํางานในกลุ่มที่สมัครได้เท่านั้น หาเป็นการรับรองตําแหน่งทางวิชาการของผู้คัดค้านว่ามีความถูกต้องหรือไม่ เพราะเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความมีอยู่หรือความถูกต้องของตําแหน่งทางวิชาการของผู้คัดค้านตามที่ขอหารือมา 

และที่ผู้คัดค้านอ้างว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้ผู้สมัครที่ได้รับคุณวุฒิทางการศึกษาหรือได้รับตําแหน่งทางวิชาการจากต่างประเทศระบุในเอกสารแนะนําตัวตามแบบ สว. 3 นั้น 

เห็นว่า แม้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้ผู้สมัครที่ได้รับ วุฒิสภา พ.ศ. 2561 คุณวุฒิทางการศึกษาหรือได้รับตําแหน่งทางวิชาการจากต่างประเทศระบุในเอกสารแบบข้อมูล แนะนําตัวของผู้สมัคร (สว. 3) แต่ผู้คัดค้านก็ยังคงมีหน้าที่ต้องระบุข้อมูลด้วยความถูกต้อง ไม่แอบอ้างตนเองว่ามีประวัติการทํางานหรือประสบการณ์ทํางานในตําแหน่งศาสตราจารย์เพื่อให้ผู้สมัครอื่นเข้าใจผิดในสาระสําคัญของประวัติการทํางานของผู้คัดค้าน 

@ 'หมอเกศ' แนะนำตัวว่าเป็น 'ศ.' ทั้งที่ไม่ได้เป็นตามกฎหมายไทย เป็นการทุจริตเลือกสว.

การกระทําของผู้คัดค้านเป็นการกระทําอันเป็นการทุจริตด้วยการให้ข้อมูลแนะนําตัวในส่วนประวัติการทํางานหรือประสบการณ์ในการทํางานในกลุ่มที่สมัครไม่ตรงต่อความจริง เพื่อให้ผู้สมัครอื่นลงคะแนนให้แก่ตนเอง ทําให้การเลือกที่ต้องเป็นไปตามวิธีการที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาคกัน บนพื้นฐานของการนําเสนอข้อมูลประวัติการทํางานหรือประสบการณ์ในการทํางานที่ตรงต่อความเป็นจริงของผู้สมัครแต่ละราย ทําให้เจตนารมณ์ของการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ที่กําหนดให้ผู้สมัครเลือกกันเองภายในกลุ่มและเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่อยู่สายเดียวกันของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามวิธีการที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ซึ่งต้องการบุคคลที่ซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ หรือการทํางานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคมเพื่อเข้าไปทําหน้าที่ในวุฒิสภาเสียไป 

การกระทําของผู้คัดค้านจึงเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันทําให้ การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 

พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้คัดค้าน เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคําพิพากษา 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
หมอเกศ
เลือกตั้งสว.
หมอเกศ ใช้ ศ. ไม่ถูกต้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อานนท์' อดีตผอ.สทอภ.รอด! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง คดีใช้รถส่วนกลาง
'อานนท์' อดีตผอ.สทอภ.รอด! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง คดีใช้รถส่วนกลาง