News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช.ฟันอาญาซ้ำ! อดีตจนท.สสจ.กำแพงเพชร ยักยอกเงินโควิด 12.7 ล้าน

ป.ป.ช.ฟันอาญาซ้ำ! อดีตจนท.สสจ.กำแพงเพชร ยักยอกเงินโควิด 12.7 ล้าน

9 มี.ค. 2569 07:00
ผู้ชม 1,991 คน

เผยมติ ป.ป.ช. ชี้มูล 'วิสาข์ อ่ำพุธ' อดีตจนท.การเงิน สสจ.กำแพงเพชร ยักยอกค่าความเสี่ยงโควิด 41 ครั้ง 12.7 ล. ปี 64 ส่งสำนวน อสส. ฟ้องร้องคดีอาญาตามขั้นตอนทางกฏหมาย-ส่วนโทษวินัยโดนไล่ออกไปแล้ว พวกอีก 3 ราย โดนปลดออกราชการ แจ้งให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัดส่วนด้วย-ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลได้อีก  

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ พิจารณาสำนวนคดีกล่าวหา นางวิสาข์ อ่ำพุธ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นักวิชาการการเงิน ประจำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร ทุจริตในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร ผ่านระบบ KTB Corporate Online จำนวน 41 ครั้ง

โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติดังนี้

1.การกระทำของนางวิสาข์ อ่ำพุธ หรือนางวิสาข์ คูณสิน หรือนางสาวปาณิศา คูณสิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 91 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลว่าด้วยวินัยและการรักษาวินัย การดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ของพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลงวันที่ 20 กันยายน 2561 ข้อ 7 (3) ประกอบข้อ 9 (6) ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป

2.การกระทำของนางสาวอรนุช ญาติณวงษ์ษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางพรพรรณ ระฆัง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนายปริญญา นากปุณบุตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

สำหรับความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง เนื่องจากจังหวัดกำแพงเพชรได้มีคำสั่งลงโทษไล่นางวิสาข์ อ่ำพุธ หรือนางวิสาข์ คูณสิน หรือนางสาวปาณิศา คูณสิน ออกจากราชการเหมาะสมแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐานและคำวินิจฉัย ไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยอีก

ทั้งนี้ ให้แจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป

อนึ่ง จากการไต่สวนเบื้องต้น ปรากฏข้อเท็จจริงว่า การกระทำของนางสาวอรนุช ญาติณวงษ์ษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางพรพรรณ ระฆัง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายและระเบียบของทางราชการ เป็นเหตุให้นางวิสาข์ อ่ำพุธ หรือนางวิสาข์ คูณสิน หรือนางสาวปาณิศา คูณสิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 อาศัยโอกาสจากการปฏิบัติหน้าที่ กระทำการทุจริตนำเงินของทางราชการไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว พฤติการณ์จึงเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานละเว้นการกระทำหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และระเบียบแบบแผนของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และการกระทำของนางสาวอรนุช ญาติณวงษ์ษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางพรพรรณ ระฆัง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนายปริญญา นากปุณบุตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 เป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้ทางราชการเสียหาย ซึ่งจังหวัดกำแพงเพชรได้มีคำสั่งลงโทษปลดนางสาวอรนุช ญาติณวงษ์ษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางพรพรรณ ระฆัง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ออกจากราชการ และมีคำสั่งให้นางสาวอรนุช ญาติณวงษ์ษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางพรพรรณ ระฆัง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนายปริญญา นากปุณบุตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัดส่วนแล้ว

สำนักข่าว Next News รายงานว่า สำหรับคดีนี้ เคยปรากฏเป็นข่าวดังในช่วงปี 2564 เมื่อ สสจ.กำแพงเพชร ได้รายงานให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รับทราบว่า ได้ตรวจสอบพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายเงินด้วยระบบ KTB Corporate Online

โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า รายละเอียดการโอนเงินในระบบดังกล่าวเจ้าหน้าที่การเงิน จัดทำขึ้นไม่ตรงกับหลักฐานการเบิกจ่ายเงิน มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของตนเอง จำนวน 3 บัญชี แทนการโอนเงินให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร

แยกเป็นบัญชีธนาคารกรุงไทย 2 บัญชี และธนาคารไทยพาณิชย์ 1 บัญชี 

รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 12,738,415.53 บาท 

โดยการโอนเงินดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม -31 กรกฎาคม 2564

ทั้งนี้ ภายหลังรับทราบเรื่อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ในขณะนั้น  ได้สั่งการให้ สสจ.กำแพงเพชร เร่งประสานผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่การเงินรายนี้ทันที และให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด พร้อมทำหนังสือแจ้งอายัดเงินในบัญชีธนาคารโดยด่วนด้วย  

นอกจากนี้ ยังแจ้งให้หาแหล่งเงินเพื่อมาจ่ายชดเชยให้เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ก่อน พร้อมให้ สสจ.กำแพงเพชร  และโรงพยาบาลกำแพงเพชร ทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ โดยให้ความมั่นใจว่า จะได้เงินค่าตอบแทนตามภาระงานและความเสี่ยงตามที่ขอไปแน่นอน 

ขณะที่ เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2564 ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้มอบอำนาจให้นิติกรชำนาญการประจำสสจ.กำแพงเพชร เข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ นางวิสาข์ อ่ำพุธ  พร้อมสำเนาสัญญาจ้างงาน เอกสารหลักฐานการเบิกจ่ายเงิน ต่อสถานีตำรวจ สภ.เมืองกำแพงเพชร ในฐานะความผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษาทรัพย์ใด เบียดบังเอาทรัพย์นั้นไปเป็นของตน  หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต" 

ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 147 ที่ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ป.ป.ช.ฟันอาญาซ้ำ
คดีทุจริตดัง
จนท.สสจ.กำแพงเพชร
ยักยอกเงินโควิด



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว
เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว