ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีทุจริตภาษีมูลค่าเพิ่ม 4.3 พันล้าน ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษาเพิ่มโทษก๊วนข้าราชการ ‘พายุ สุขสุดเขียว’ อดีตสรรพากรพื้นที่ สมุทรปราการ 1 เป็น 415 ปี ‘สุวัฒน์ จารุมณีโรจน์’ พื้นที่กทม. เขต 22 โดน 249 ปี 332 เดือน ติดจริง 50 ชดใช้ 1,140,872,922.01 บาท อีก 3 รายโดน หลายสิบปี รวมชดใช้ด้วยร้อยล้าน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายพายุ สุขสุดเขียว อดีตสรรพากรพื้นที่ สมุทรปราการ 1 กรมสรรพากร กับพวก คือ นายป้อมเพชร วิทยารักษ์ , นางศศิพิมพ์ หรือนางจรรยรัศม์ บรรดาเสียง , นางสาวอารีย์วรรณ เถาสุวรรณ์ หรือนางสาวรุจิพัชร์ วุฒิรัฐเรืองกิจ และ นายสุวัฒน์ จารุมณีโรจน์ อดีตข้าราชการระดับ 8 สรรพากรพื้นที่ กทม. เขต 22 ทุจริตในการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 151 และ 157 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ดังนี้
1. ลงโทษจำคุก นายพายุ สุขสุดเขียว จำเลยที่ 1 กระทงละ 5 ปี รวม 43 กระทง จำคุกรวม 215 ปี รวม กับโทษจำคุกตามคำพิพากษาชั้นต้น 40 กระทง เป็น 83 กระทง
มีกำหนด 415 ปี
2. ลงโทษจำคุก นายสุวัฒน์ จารุมณีโรจน์ จำเลยที่ 5 กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 43 กระทง จำคุก 129 ปี 172 เดือน รวมกับโทษจำคุกตามคำพิพากษาชั้นต้น 40 กระทง เป็นจำคุก 83 กระทง
มีกำหนด 249 ปี 332 เดือน
3. จำคุก นายป้อมเพชร วิทยารักษ์ จำเลยที่ 2 และ นางสาวอารีย์วรรณ เถาสุวรรณ์ หรือนางสาวรุจิพัชร์ วุฒิรัฐเรืองกิจ จำเลยที่ 4 กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 6 กระทง จำคุก 18 ปี 24 เดือน รวมกับโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 11 กระทง เป็น จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 4 รวม 17 กระทง
รวมจำคุก 51 ปี 68 เดือน
4. จำคุก นางศศิพิมพ์ หรือนางจรรยรัศม์ บรรดาเสียง จำเลยที่ 3 กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 4 กระทง จำคุก 12 ปี 16 เดือน รวมกับโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 11 กระทง
เป็นจำคุก 45 ปี 60 เดือน
ความผิดที่ลงโทษแก่จำเลยทั้งห้าที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป จึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ไม่เกิน 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ให้จำเลยที่ 1 และที่ 5 ร่วมกันคืนเงิน 1,140,872,922.01 บาท
ให้จำเลยที่ 2 และที่ 4 ร่วมรับผิดไม่เกิน 130,927,245.02 บาท และจำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดไม่เกิน 101,590,064.89 บาท แก่สรรพากรผู้เสียหาย
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฏีกาคำพิพากษา

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.
สำหรับคดีนี้ เป็นคดีเดียวกับคดีทุจริตในการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากรที่สร้างความเสียหายให้กับรัฐเป็นจำนวนเงินกว่า 4.3 พันล้านบาท ที่นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิต
ขณะที่เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา มีการขนย้ายทองคำมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ในช่วงปี 2567 ให้รายการสั่งซื้อทองคำแท่งในชื่อของนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร กับบริษัท ฮั่วเซงเฮง คอมโมดิทัช จำกัด รวม 15 รายการ จำนวน 318 กิโลกรัม โดยเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินของนายสาธิต ที่ได้มาจากการร่ำรวยผิดปกติ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ไปเก็บรักษาไว้ที่ โรงกษาปณ์ กรมธนารักษา คลอง 1 แล้ว

ภาพประกอบข่าว




