News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช.แพร่มติฟันอดีต สส.'สฤษฏ์พงษ์' ฝ่าฝืนจริยธรรมถือครองที่ดินป่าสงวน

ป.ป.ช.แพร่มติฟันอดีต สส.'สฤษฏ์พงษ์' ฝ่าฝืนจริยธรรมถือครองที่ดินป่าสงวน

20 มี.ค. 2569 09:33
ผู้ชม 308 คน

เป็นทางการ! ป.ป.ช.เผยแพร่มติเอกฉันท์ชี้มูล อดีต สส. 'สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง' คดีฝ่าฝืนจริยธรรมครอบครองที่ดินป่าสงวน เตรียมส่งเรื่องศาลฎีกาวินิจฉัยตามขั้นตอนกฎหมายต่อ-ยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ข่าวมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีถือครองเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578 – 3 - 95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยไม่มีคุณสมบัติที่จะครอบครองได้ตามกฎหมาย ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไป

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ได้ยึดถือครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578 – 3 - 95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขต ป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1,093 (พ.ศ. 2527) และเป็นที่ดินประเภทสาธารณะพรุช้างไหว้ โดยได้รับที่ดินดังกล่าวมาจากมารดาของคู่สมรสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ต่อมาเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2537 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินบริเวณดังกล่าวให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ ได้ออกประกาศให้เกษตรกรยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน

โดยไม่ปรากฏว่านายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ได้ยื่นคำร้องขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) แต่อย่างใด จนกระทั่งนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่และเข้าปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ก็ยังคงยึดถือครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยปลูกปาล์มน้ำมันและเก็บเกี่ยวผลผลิตจากปาล์มน้ำมันเรื่อยมา และได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยแสดงรายการทรัพย์สินของตนและคู่สมรสเป็นที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 2 แปลง ๆ ละ 100 ไร่ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง ที่มีการครอบครองที่ดินทั้งหมดรวมประมาณ 578 – 3 - 95 ไร่ การกระทำของนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ซึ่งยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ทั้งที่ตนมิใช่ผู้มีคุณสมบัติหรืออยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะมีสิทธิได้รับการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื่องจากไม่ได้เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีรายได้ประจำจากเงินเดือนและค่าตอบแทนเพียงพอแก่การยังชีพอยู่แล้ว และยังเพิกเฉยไม่ส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวคืนให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม โดยเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงมิให้ที่ดินที่ตนครอบครอง เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกรหรือผู้มีสิทธิตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองและเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์การดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เสนอเรื่องการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามฐานความผิดดังกล่าว ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไป

อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

เกี่ยวกับคดีนี้ สำนักข่าว Next News เคยนำเสนอข่าวไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ชี้มูล นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย การชี้มูลดังกล่าวเป็นกรณีที่นายสฤษฏ์พงษ์กระทำการฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 โดยมีสาเหตุมาจากการครอบครองที่ดินในพื้นที่ป่าสงวน ขั้นตอนต่อไป สำนักงาน ป.ป.ช. จะเสนอเรื่องการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงนี้ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ป.ป.ช.ชี้มูล จนท.รัฐ
สฤษฏ์พงษ์ อดีต สส.ภจท
ฝ่าฝืนจริยธรรมคดีที่ดินป่าสงวน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โชว์งบฯปีล่าสุด บ.ปิโตรเลียมไทย‘พิพัฒน์’รายได้ 1.7 แสนล. กำไร 110 ล.
โชว์งบฯปีล่าสุด บ.ปิโตรเลียมไทย‘พิพัฒน์’รายได้ 1.7 แสนล. กำไร 110 ล.