"...บริษัท อินโดจีน โฮเต็ล จำกัด หรือเจ้าของโรงแรมอินโดจีน เข้ามาเกี่ยวข้องในช่วงการเดินทางไปดูงานนอกสถานที่ โดยได้รับการติดต่อให้มีการปลอมใบเสร็จเข้าพักให้ แต่ทางโรงแรมไม่ยอมดำเนินการให้ ทาง สพม.16 ร่วมกับหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก. หาดใหญ่ สมายล์ทัวร์ จึงได้ร่วมกันปลอมใบเสร็จของโรงแรมอินโดจีนที่โรงแรมออกให้จริงคือ 1 ห้องพัก 2 คน จำนวน 1 คืน ปลอมเป็น 1 ห้องพัก 1 คน จำนวน 3 คืน แทน ข้อกล่าวหาในส่วนของ บริษัท อินโดจีน โฮเต็ล จำกัด หรือเจ้าของโรงแรมอินโดจีน จึงถูกตีตกไป ..."
กรณีเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 นายทวิชาติ นิลกาญจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 9 ในฐานะโฆษกสำนักงานป.ป.ช. ภาค 9 แถลงข่าวมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหา นายศลใจ วิบูลกิจ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 16 กับพวก จัดอบรมสัมมนาเท็จจัดทำโครงการและเบิกจ่ายค่าอบรมสัมมนาและทัศนศึกษาดูงานของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด สพม.16 จำนวน 54 โรง
โดยคดีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด 57 รายและให้ส่งผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามมาตรา 64 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯจำนวน 7 ราย และให้ข้อกล่าวหาตกไปจำนวน 5 ราย นั้น
ป.ป.ช.ฟันกราวรูด!! อดีต สพม.-จนท.-ผอ.ร.ร. 57 คน คดีจัดอบรมสัมมนาเท็จ
เบื้องลึก! ฟันกราวรูด 57คน คดีจัดอบรมสัมมนาเท็จ-แผนแตก 'รร.'ไม่เอาด้วย

ทวิชาติ นิลกาญจน์
ข้อมูลสำคัญที่มีการเปิดเผยข้อมูลไปก่อนหน้านี้แล้ว คือ กลุ่มผู้ถูกกล่าวหา ที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในคดีนี้ นอกจากข้าราชการเจ้าหน้าที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 16 และผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด สพม.16 จำนวนหลายสิบรายแล้ว
ยังมีกลุ่มเอกชนที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในฐานผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐ ในการปลอมเอกสารเท็จ เพื่อเบิกจ่ายเงินหลวง ทั้งที่ไม่ได้มีการดำเนินงานจริง
ได้แก่
1.นางสาวยุวดี เจิมพรังศรี ผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัท ซี เอส โบว์ล เซ็นเตอร์เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (โรงแรมไดอิชิ) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 63 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนฯ ตามมาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 หรือมาตรา 267 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86 มาตรา 265 และมาตรา 268
2.นางสาวจันทนา จันทรโชติ หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด หาดใหญ่ สมายล์ทัวร์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 64 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนฯ ตามมาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86
สำนักข่าว Next News สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเอกชนส่วนนี้มานำเสนอ แบบชัดๆ ณ ที่นี้
@ ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ นางสาวยุวดี เจิมพรังศรี
ผลการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่า ในการจัดโครงการระยะที่ 1 วันที่ 14-16 สิงหาคม 2558 ณ โรงแรมไดอิชิ ไม่มีการดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าวแต่มีการนำเอกสารในบัญชีลงเวลาเข้าร่วมโครงการมาให้ผู้มีรายชื่อเข้าร่วมโครงการลงลายมือชื่อเข้าร่วมโครงการทั้งที่ไม่มีการจัดกิจกรรมระยะที่ 1 ดังกล่าว
สพม.16 จึงได้ติดต่อผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัท ซี เอส โบว์ล เซ็นเตอร์เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (โรงแรมไดอิชิ) เพื่อออกใบเสร็จรับเงินปลอมและมีข้อความ อันเป็นเท็จเป็นค่าอาหารกลางวัน ค่าอาหารเย็น ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ค่าห้องพัก
โดยที่เจ้าของโรงแรมไม่ได้มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด
@ ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ นางสาวจันทนา จันทรโชติ
ผลการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่า วันที่ 23-26 สิงหาคม 2558 เป็นช่วงดำเนินการระยะที่ 2 มีการดูงานจำนวน 4 วันนั้น สพม.16 ได้ว่าจ้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด หาดใหญ่ สมายล์ทัวร์ เป็นผู้จัดรถโดยสารสำหรับบริการคณะและการนำเที่ยว , 23 สิงหาคม 2558 ช่วงเช้า คณะเดินทางจากสนามบินหาดใหญ่ถึงสนามบินดอนเมืองแล้วนั่งรถบัส 2 คันไปดูงานพื้นที่จังหวัดชลบุรีและสระแก้ว แล้วเข้าที่พักโรงแรมอินโดจีน จังหวัดสระแก้ว สำรวจเพิ่มเติม วิทย์ แหล่งข้อมูลทางการศึกษา โรงเรียนประถมและมัธยม (ป.1-ม.6) , 24 สิงหาคม 2558 คณะเยี่ยมชมตลาดโรงเกลือ จากนั้นผ่านด่าน ตม.สระแก้วไปประเทศกัมพูชา โดย 24-26 สิงหาคม 2558 ทัศนศึกษาเรียนรู้แหล่งโบราณสถานและศิลปวัฒนธรรมกัมพูชาและมีการจัดงานเลี้ยงแก่ผู้เกษียณอายุราชการในโรงแรมที่กัมพูชา , 26 สิงหาคม 2558 เดินทางผ่านตม.สระแก้วกลับประเทศไทยและเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองและกลับถึงสนามบินหาดใหญ่ช่วงค่ำในการนี้ สพม.16 ร่วมกับหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.หาดใหญ่ สไมล์ทัวร์ได้ปลอมใบเสร็จของโรงแรมอินโดจีนที่โรงแรมออกให้จริงคือ 1 ห้องพัก 2 คน จำนวน 1 คืน ปลอมเป็น 1 ห้องพัก 1 คน จำนวน 3 คืน
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Next News รายงานว่า ในส่วนของ นางสาวยุวดี เจิมพรังศรี ได้พยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นทางการแล้ว แต่ยังติดต่อไม่ได้
ส่วน นางสาวจันทนา จันทรโชติ หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด หาดใหญ่ สมายล์ทัวร์ นั้น
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด หาดใหญ่ สมายล์ทัวร์ จดทะเบียนจัดตั้ง 7 กันยายน 2547 ทุนปัจจุบัน 1,000,000 บาท ตั้งอยู่เลขที่ 48/122 ถนนผดุงภักดี ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แจ้งประกอบธุรกิจจัดนำเที่ยว
ปรากฏชื่อ นางสาว จันทนา จันทรโชติ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และถือหุ้นใหญ่สุด
ช่วงปี 2562 ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด ตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ ชื่อ บริษัท หาดใหญ่ สมายล์ทัวร์ จำกัด ทะเบียนเลขที่ 0905562005451 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562
บริษัท หาดใหญ่ สมายล์ทัวร์ จำกัด จดทะเบียน เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ทุน 1,000,000 บาท ใช้ที่อยู่เดิม คือ 48/122 ถนนผดุงภักดี ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แจ้งประกอบธุรกิจนำเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ ปรากฏชื่อ นางสาว จันทนา จันทรโชติ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ
ปัจจุบันมีสถานะร้าง และสิ้นสภาพนิติบุคคลตั้งแต่วันที่นายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียนแล้ว ตามความในมาตรา 1273/3 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อวันที่19 ธันวาคม 2567
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ช่วงปี 2557 - 2562 ห้างหุ้นส่วนจำกัด หาดใหญ่ สมายล์ทัวร์ ปรากฏชื่อเป็นคู่สัญญาหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 45 โครงการ รวมวงเงิน 28.75 ล้านบาท รับจ้างเหมาบริการทัศนศึกษาและดูงานต่างประเทศของนักเรียนโรงเรียนต่างๆ จ้างจัดค่ายกิจกรรมแลกเปลี่ยนภาษา จ้างเหมาทัวร์จัดกิจกรรมทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ เป็นต้น งานที่ได้รับจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สงขลา สตูล ช่วงปี 2558 เป็นงานจ้างให้เช่าเหมายานพาหนะ เป็นหลัก (ดูข้อมูลในลิงก์ด้านล่าง https://govspending.data.go.th/search?tgsq=0903547003344)

ข้อมูลการรับงานรัฐ ของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด หาดใหญ่ สมายล์ทัวร์
ส่วนเอกชนอีก 2 ราย ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้ด้วย คือ
1.บริษัท อินโดจีน โฮเต็ล จำกัด หรือเจ้าของโรงแรมอินโดจีน เข้ามาเกี่ยวข้องในช่วงการเดินทางไปดูงานนอกสถานที่ โดยได้รับการติดต่อให้มีการปลอมใบเสร็จเข้าพักให้ แต่ทางโรงแรมไม่ยอมดำเนินการให้ ทาง สพม.16 ร่วมกับหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก. หาดใหญ่ สมายล์ทัวร์ จึงได้ร่วมกันปลอมใบเสร็จของโรงแรมอินโดจีนที่โรงแรมออกให้จริงคือ 1 ห้องพัก 2 คน จำนวน 1 คืน ปลอมเป็น 1 ห้องพัก 1 คน จำนวน 3 คืน แทน
ข้อกล่าวหาในส่วนของ บริษัท อินโดจีน โฮเต็ล จำกัด หรือเจ้าของโรงแรมอินโดจีน จึงถูกตีตกไป
2.ห้องพักรายวัน-รายเดือน “บ้านนิตา” อำเภอหาดใหญ่ เข้ามาเกี่ยวข้อง ในส่วนของการจัดประชุมสรุปผลตามโครงการฯ ในวันที่ 28-30 สิงหาคม 2558 (ซึ่งไม่ได้เขียนกิจกรรมนี้ในการขออนุมัติดำเนินโครงการ) แต่ข้อเท็จจริงพบว่ามีการประชุมเพียง 1 วัน บริเวณห้องโถงของสถานที่ดังกล่าว โดยไม่มีการเข้าพักไม่มีอาหารกลางวัน ไม่มีอาหารเย็นสำหรับผู้เข้าประชุม มีเพียงอาหารว่างเท่านั้น แต่มีการทำเอกสารการลงเวลาเข้าร่วมประชุมทั้ง 3 วัน และให้ห้องพักบ้านนิตาออกใบเสร็จรับเงินให้เป็นค่าอาหารกลางวัน 2 มื้อ อาหารเย็น 2 มื้อ อาหารว่างและเครื่องดื่ม 4 มื้อค่าที่พัก 2 คืน 16 ห้อง
โดยกรณีนี้เจ้าหน้าที่ห้องพักบ้านนิตา ให้การเป็นประโยชน์ จึงได้รับการกันไว้เป็นพยานตามหลักเกณฑ์
.......
ทั้งหมดนี้ คือ ข้อมูลในส่วนของเอกชน 4 ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้ ที่สำนักข่าว Next News พอจะสามารถสืบค้นได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า บริษัท อินโดจีน โฮเต็ล จำกัด หรือเจ้าของโรงแรมอินโดจีน ที่ไม่ร่วมวงขบวนการทุจริตด้วย ถูกตีตกข้อกล่าวหาไป ส่วนบ้านนิตา ให้การเป็นประโยชน์ ได้รับการกันไว้เป็นพยานตามหลักเกณฑ์
ขณะที่ นางสาวยุวดี เจิมพรังศรี นางสาวจันทนา จันทรโชติ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย จึงถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในฐานะผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด โดยไม่มีข้อยกเว้น
อย่างไรก็ดี เกี่ยวกับคดีนี้ สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า การชี้มูลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุดผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลได้อีก
บทสรุปสุดท้ายการต่อสู้คดีในชั้นศาลจะออกมาเป็นอย่างไร ต้องติดตามดูกันต่อไป




