ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษายกฟ้อง 'อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา' อดีตผู้อำนวยการ สทอภ. คดีใช้รถยนต์ส่วนกลาง ทั้งที่ได้เงินเดือน-ค่าพาหนะตอบแทนเป็นแสน ชี้พฤติการณ์ใช้เพื่อปฏิบัติภารกิจงาน ไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว การกระทำไม่ครบองค์ประกอบความผิด
สำนักข่าว Next News รายงานว่า จากกรณีปรากฏข่าวในช่วงเดือนมิถุนายน 2567 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กับพวก ใช้รถยนต์ส่วนกลางเป็นรถประจำตำแหน่งของตน ทั้งที่ ได้รับค่าตอบแทนอัตราเงินเดือนประจำ เดือนละ 150,000 บาท และผลประโยชน์ตอบแทนอื่น รวมถึงค่าพาหนะหรือรถยนต์ประจำตำแหน่งในอัตราร้อยละ 25 ของเงินเดือนประจำ จำนวน 37,500 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 187,500 บาท
ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษายกฟ้องคดีนี้ เนื่องจากพิจารณาเอกสารหลักฐาน คำให้การเป็นพยานแล้ว เชื่อว่าการที่จำเลยขออนุมัติใช้รถส่วนกลางดังกล่าวเป็นไปโดยสุจริต ไม่ได้นำรถส่วนกลางไปใช้เสมือนเป็นรถประจำตำแหน่ง การใช้รถส่วนกลางในแต่ละครั้งเพื่อไปปฏิบัติภารกิจของ สทอภ. เท่านั้น ไม่ได้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนแต่อย่างใด
ข้อเท็จจริงจึงยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำการโดยทุจริตและมีเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ สทอภ. หรือผู้หนึ่งผู้ใด การกระทำของจำเลยจึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์การ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานข่าวว่า อัยการสูงสุด (อสส.) โดยพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ในฐานะ โจทก์ ฟ้องคดีแทน ป.ป.ช. ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีนี้อีกหรือไม่
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เกี่ยวกับคดีนี้ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2567 สำนักงาน ป.ป.ช. เผยแพร่ข่าวมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คดีนี้เป็นทางการ ระบุว่า ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้สั่งการให้เลขานุการขออนุมัติ ใช้รถยนต์ส่วนกลางของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เพื่อเดินทางไปปฏิบัติงานในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง นางนิรมล ศรีภูมินทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ได้อนุมัติให้ใช้รถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ชฐ 5663 กรุงเทพมหานคร ในการเดินทาง ไปปฏิบัติงานดังกล่าว รวมทั้งอนุมัติให้เบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าผ่านทางพิเศษ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2558 รวมเป็นเงินจำนวน 254,685 บาท ทั้งที่ตามสัญญาปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2555 กำหนดให้นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ได้รับค่าตอบแทนอัตราเงินเดือนประจำ เดือนละ 150,000 บาท และผลประโยชน์ตอบแทนอื่น รวมถึงค่าพาหนะหรือรถยนต์ประจำตำแหน่งในอัตราร้อยละ 25 ของเงินเดือนประจำ จำนวน 37,500 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 187,500 บาท นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา จึงไม่มีสิทธิใช้รถยนต์ส่วนกลางของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 13 วรรคสาม
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติดังนี้
1. การกระทำของนายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 และมาตรา 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
2. การกระทำของนางนิรมล ศรีภูมินทร์ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่า ได้กระทำการอันมีมูลความผิดในทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาในทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มีมูลความผิด ทางวินัยอย่างร้ายแรง
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจ และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณี และให้แจ้งสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง
ก่อนที่ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จะมีคำพิพากษายกฟ้องคดีนี้ตามรายงานข่าวข้างต้น




