News Logo
หน้าแรก
ข้อมูลใหม่! คดียกฟ้อง'อนุสรณ์'เอื้อทีมบอลชัยนาท-อสส.สั่งไม่อุทธรณ์

ข้อมูลใหม่! คดียกฟ้อง'อนุสรณ์'เอื้อทีมบอลชัยนาท-อสส.สั่งไม่อุทธรณ์

20 เม.ย. 2569 07:40
ผู้ชม 20 คน

Next News พบข้อมูลใหม่! คดี'อนุสรณ์ นาคาศัย' อดีตนายก อบจ.ชัยนาท-พวก เอื้อประโยชน์ทีมบอลชัยนาท ใช้สนามกีฬาจว.ไม่เก็บค่าใช้จ่าย หลังศาลชั้นต้นยกฟ้อง! อัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่อุทธรณ์สู้ต่อ เผยผลหารือ ป.ป.ช.มีความเห็นแย้งควรอุทธรณ์ปมทำผิดตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่ใช่บทบัญญัติกำหนดฐานความผิดกำหนดโทษไว้ ส่วนกรณีขัดขวาง ประวิง หรือจงใจละเว้นไม่เสนอร่างข้อบัญญัติเพื่อเก็บค่าธรรมเนียมนสำนวนไต่สวนไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาชี้มูลความผิดไว้ ไม่พบหยิบยกความเห็นอธิบดีผู้พิพากษา แย้งคำพิพากษาไม่ควรยกฟ้องขึ้นมาหารือด้วยหรือไม่

สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายอนุสรณ์ นาคาศัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชัยนาท และพวก คือ บริษัท ชัยนาท เอฟ.ซี. จำกัด และนางศศิธร อยู่ประยงค์ อนุญาตให้สโมสรฟุตบอลชัยนาท เอฟ.ซี. หรือสโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล เข้าไปใช้ประโยชน์ในสนาม กีฬาจังหวัดชัยนาท (เขาพลอง) ตั้งแต่ ปี 2554-2559 โดยไม่เรียกเก็บค่าสาธารณูปโภค ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 , 157 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช.พ.ศ 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ก.ค.2566 ที่ผ่านมา

โดยเมื่อวันที่ 3 กรกฏาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษายกฟ้อง

ขณะที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 เห็นควรที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลเพื่อให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสาม

ต่อมาสำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบข้อมูลใหม่ว่า ในสำนวนคำพิพากษาตัดสินคดีของ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่ยกฟ้อง กรณีกล่าวหา นายอนุสรณ์ นาคาศัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชัยนาท และพวก คือ บริษัท ชัยนาท เอฟ.ซี. จำกัด และนางศศิธร อยู่ประยงค์ อนุญาตให้สโมสรฟุตบอลชัยนาท เอฟ.ซี. หรือสโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล เข้าไปใช้ประโยชน์ในสนาม กีฬาจังหวัดชัยนาท (เขาพลอง) ตั้งแต่ ปี 2554-2559 โดยไม่เรียกเก็บค่าสาธารณูปโภค

นายกำจัด พ่วงสวัสดิ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ได้ทำความเห็นแย้งคำพิพากษาของศาลฯ ที่ตัดสินยกฟ้องคดีนี้ไว้ด้วย

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบข้อมูลใหม่ว่า เกี่ยวกับคดีนี้ อัยการสูงสุด ได้มีคำสั่งไม่อุทธรณ์คำพิพากษาไปแล้ว

โดยความเห็นของอัยการสูงสุด สั่งไม่อุทธรณ์คำพิพากษาคดีนี้ ถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 1 เป็นเอกสารทางการ

ระบุว่า คดีนี้ อัยการสูงสุด โดยพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 1 เป็น โจทก์ยื่นฟ้อง นายอนุสรณ์ นาคาศัย กับพวกรวม 3 คน เป็นจำเลยที่ - 3 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 91, 151, 157 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172, 192

ศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ว่ายกฟ้อง

อัยการสูงสุดมีความเห็นจะไม่อุทธรณ์ และหารือกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีความเห็นแย้งให้อุทธรณ์คำพิพากษา โดยเห็นว่า ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยตามคำฟ้องของโจทก์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดออกข้อบัญญัติเพื่อเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ซึ่งใช้ประโยชน์จากบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2541 หรือไม่ ถือเป็นกรณีที่ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดตามฟ้องของโจทก์หรือไม่ นั้น

อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า ระเบียบกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว มิใช่บทบัญญัติกำหนดฐานความผิดและกำหนดโทษไว้ และในประเด็นดังกล่าว ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยแล้ว ว่า ไม่ปรากฏว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุมีการเสนอให้จัดทำข้อบัญญัติจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และการไม่มีการเสนอมิได้เป็นเพราะจำเลยที่ 1 มีพฤติกรรมขัดขวาง

ส่วนการจะวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ไม่เสนอร่างข้อบัญญัติขึ้นมาเองตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 52 จะฟังว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือไม่ จะเป็นการวินิจฉัยเกินว่าที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคแรก

ซึ่งกรณีดังกล่าว ข้อเท็จจริงตามสำนวนการไต่สวนไม่ปรากฏว่า คณะกรรมการป.ป.ช. ได้แจ้งข้อกล่าวหาและชี้มูลความผิดจำเลยที่ 1 ว่า ขัดขวาง ประวิง หรือจงใจละเว้นไม่เสนอร่างข้อบัญญัติเพื่อเก็บค่าธรรมเนียมและค่าสาธารณูปโภคจากผู้ใช้สนามกีฬา โดยทุจริตหรือโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท และโจทก์ก็มิได้บรรยายฟ้องถึงการกระทำซึ่งจำเลยที่ 1 มิได้รับทราบข้อกล่าวหาและถูกชี้มูลดังกล่าว การที่ศาลไม่วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวย่อมชอบแล้ว คดีไม่มีเหตุอุทธรณ์เช่นกัน

สำนักข่าว Next News รายงานเพิ่มเติมว่า เกี่ยวกับความเห็นสั่งไม่อุทธรณ์คำพิพากษาคดีนี้ อัยการสูงสุด ได้มีการมอบหมายให้สำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินการชี้แจงเหตุผลกรณีไม่อุทธรณ์คำพิพากษาจำเลยทั้งสาม ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 94 และระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีของพนักงานอัยการในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2562 ข้อ 22 วรรคสอง ด้วย

อย่างไรก็ดี ในการเผยแพร่คำชี้แจง คำสั่งอัยการสูงสุดกรณีไม่อุทธรณ์คำพิพากษาคดีนี้ ไม่มีการระบุข้อมูลว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด ได้มีการหยิบยกความเห็นของ นายกำจัด พ่วงสวัสดิ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่ทำความเห็นแย้งคำพิพากษาของศาลฯ ที่ตัดสินยกฟ้องคดีนี้ ขึ้นมาหารือด้วยหรือไม่

ซึ่งความเห็นแย้ง ของ นายกำจัด พ่วงสวัสดิ์ มีประเด็นสำคัญอยู่ที่ กรณีที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท โดยจำเลยที่ 1 ไม่เรียกเก็บ กลับปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปนับแต่ปี 2554 ที่มีการทำบันทึกข้อตกลงการใช้สนามกีฬาจังหวัดชัยนาทฉบับที่ 1 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2559 ที่จำเลยที่ 1 รับคำสั่งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ไม่เคยมีการเรียกให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าสาธารณูปโภคดังกล่าวแต่อย่างใด และถึงแม้จำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 จะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาว่า การเข้าบริหารจัดการสโมสรฟุตบอลชัยนาท เอฟ.ซี. ของจำเลยที่ 2 เป็นการดำเนินการแทนสมาคมกีฬาจังหวัดชัยนาท และจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของสมาพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (AFC) เท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร เป็นการดำเนินการเพื่อสนับสนุนด้านกีฬาของประชาชนจังหวัดชัยนาท เป็นการเสียสละทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เหตุที่ยังไม่ชำระค่าสาธารณูปโภคที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาทเรียกเก็บเมื่อเดือนตุลาคม 2559 นั้น เนื่องจากยังไม่สามารถหาข้อยุติค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพราะสนามกีฬาจังหวัดชัยนาทมีประชาชนหรือหน่วยงานอื่น ๆ เข้าใช้สนามกีฬาจังหวัดชัยนาทด้วย ขอให้คิดค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง นั้น

ดังได้กล่าวมาแล้วว่า จำเลยที่ 2 มีรายได้จากการเก็บค่าบัตรเข้าชมการแข่งขัน และจำหน่ายของที่ระลึกที่เกิดจากการใช้สนามกีฬาจังหวัดชัยนาท กลับไม่ชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการใช้สนามกีฬาจังหวัดชัยนาท เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ประชาชนทั่วไปเป็นผู้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวนี้จากเงินงบประมาณอันมีที่มาจากภาษีอากร ย่อมไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนทั่วไป พลเมืองผู้ต้องเสียภาษีในประเทศไทยทั้งประเทศ การไม่ชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ปล่อยเวลาล่วงเลยไปนับจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท เรียกเก็บเมื่อเดือนตุลาคม 2559 โดยอ้างเหตุว่าไม่สามารถหาข้อยุติได้ จึงมีมูลความผิดตามฟ้อง

ขณะที่ความเห็นแย้งของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้อุทธรณ์คำพิพากษา ตามคำชี้แจงของอัยการสูงสุด ระบุ เพียงแค่ประเด็นเรื่อง ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยตามคำฟ้องของโจทก์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดออกข้อบัญญัติเพื่อเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ซึ่งใช้ประโยชน์จากบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2541 หรือไม่ ถือเป็นกรณีที่ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดตามฟ้องของโจทก์หรือไม่

ก่อนที่อัยการสูงสุด จะมีความเห็นว่าระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่อ้างถึง ไม่ใช่กฎหมายที่กำหนดความผิดหรือโทษโดยตรง อีกทั้งศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า ในช่วงเกิดเหตุไม่มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเสนอร่างข้อบัญญัติขึ้นมา และไม่พบว่าจำเลยที่ 1 มีพฤติกรรมขัดขวางการเสนอร่างดังกล่าว ส่วนประเด็นที่ว่าจำเลยที่ 1 ไม่เสนอร่างข้อบัญญัติด้วยตนเองตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 52 จะถือเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือไม่นั้น หากศาลวินิจฉัยในเรื่องนี้จะเกินกว่าข้อหาที่โจทก์ฟ้องไว้ ซึ่งกฎหมายห้ามไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192

นอกจากนี้ จากสำนวนไต่สวนไม่ปรากฏว่า ป.ป.ช. เคยแจ้งข้อกล่าวหาหรือชี้มูลจำเลยที่ 1 ในประเด็นขัดขวาง ประวิงเวลา หรือจงใจไม่เสนอร่างข้อบัญญัติเพื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียมสนามกีฬา และโจทก์ก็ไม่ได้ระบุเรื่องนี้ไว้ในคำฟ้อง

ตามข้อมูลข้างต้นที่นำเสนอไปแล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
อนุสรณ์ นาคาศัย
ข่าวทุจริต
อบจ.ชัยนาท
คดีเอื้อประโยชน์ทีมบอลชัยนาท
อัยการสูงสุด
ป.ป.ช.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โครงการคริปโตฯ 'ทรัมป์' เจอข้อครหา หลังพบโยงสแกมเมอร์ Prince Group
โครงการคริปโตฯ 'ทรัมป์' เจอข้อครหา หลังพบโยงสแกมเมอร์ Prince Group