ป.ป.ช. เผยแพร่ผลคดีกล่าวหา 'เรณุภา กันภัย' อดีตผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาโคกอุดม อำเภอกบินทร์บุรี ปราจีนบุรี ยักยอกเงินทุกรูปแบบ 'บัญชีลูกค้า-กล่องบรรจุธนบัตรตู้เอทีเอ็ม-ห้องมั่นคง' ไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตน ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 2 พิพากษาลงโทษจำคุก 104 กระทง 624 ปี สารภาพลดเหลือ 312 ติดจริง 50 ปี ชดใช้ 24 ล้าน ผู้เสียหาย
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางเรณุภา กันภัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาโคกอุดม อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ถอนเงินออกจากบัญชีของลูกค้า นำเงินสดออกจากกล่องบรรจุธนบัตรของเครื่องฝาก–ถอนอัตโนมัติ และนำเงินสดออกจากห้องมั่นคงธนาคารออมสิน สาขาโคกอุดม ไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตน ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญา ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 , 8 และ 11 ประกอบ ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบ ป.อ. มาตรา 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 มีคำพิพากษาดังนี้
1.นางเรณุภา กันภัย จำเลยมีความตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมีความผิดตามมาตรา 4, 8 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 , 8 กับความผิดตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท โดยความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 เป็นบท ที่มีโทษหนักที่สุด และแต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน
ให้ลงโทษตาม มาตรา 4 เพียงบทเดียวตาม ป.อ. มาตรา 90 รวม 104 กระทง จำคุกกระทงละ 6 ปี (รวม 624 ปี)
3.จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 312 ปี
แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกจำเลย 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) และให้จำเลยคืนเงิน 24,260,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบกรณีที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว
สำหรับพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 ผู้ใดเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
*****
เรื่องแนะนำ
เปิดพฤติการณ์คดีทุจริตรับน.ร.เตรียมอุดมฯ สั่งจ่ายเช็คเข้าส.ผู้ปกครอง
ศาลฯสั่งจำคุก 'สจ.กอล์ฟ'-พวกรวม 9 ราย คดีซ่องโจร ทำร้าย จนท.-ขวาง กกต.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




