ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'อรสา ช่วยบำรุง' อดีตนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ปธ.ตรวจรับพัสดุสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา ตรวจรับวัสดุตามโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตามแนวพระราชดำริ ปี 2563 มิชอบ ทำราชการ-เอกชนเสียหาย ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 8 พิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี คำให้การเป็นประโยชน์ ลดเหลือ 2 ปี ไม่รอลงอาญา
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลความคืบหน้าคดีกล่าวหา นางสาวอรสา ช่วยบำรุง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา กับพวก ไม่ตรวจรับวัสดุการเกษตร ตามโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตามแนวพระราชดำริตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดพังงา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ทำราชการ-เอกชนเสียหาย ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 (1) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า นางสาวอรสา ช่วยบำรุง จำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 (1) พ.ร.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามมาตรา 157 กับตาม พ.ร.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 มีระวางโทษเท่ากัน แต่มีระวางโทษสูงกว่าความผิดตามมาตรา 162 (1) ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
จำคุก 3 ปี
คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78
คงจำคุก 2 ปี
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยมีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีมติเห็นชอบในกรณีที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




