News Logo
หน้าแรก
คุก 3 ปี! รอลงอาญาอดีตนายกอบต.หนองบัวโคก ชัยภูมิ สารภาพทุจริตถนนลูกรัง

คุก 3 ปี! รอลงอาญาอดีตนายกอบต.หนองบัวโคก ชัยภูมิ สารภาพทุจริตถนนลูกรัง

8 มิ.ย. 2569 06:53
ผู้ชม 893 คน

ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'สุขสันต์ ชำนาญกุล' อดีตนายก อบต.บัวโคก อำเภอจัตุรัส ชัยภูมิ ทำโครงการปรับปรุงถนนลูกรังโดยวิธีลงหินคลุก ปี 63 ราคาสูงเกินจริงเข้ามีส่วนได้เสียในโครงการ ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี หลังรับสารภาพ พวก 2 ราย โดน 2 ปี ได้รอลงอาญาทั้งหมด - ป.ป.ช. เห็นชอบตาม อสส. ไม่อุทธรณ์สู้

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายสุขสันต์ ชำนาญกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บัวโคก อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ กับพวก ดำเนินโครงการปรับปรุงถนนลูกรังโดยวิธีลงหินคลุก หมู่ที่ 8 เมื่อปี 2563 ในราคาที่สูงเกินจริง และเข้ามีส่วนได้เสียในโครงการ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 86, 151, 152 และ 157 ,พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 126 (1), 168 และ 172 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567

โดยคดีนี้ นายสุขสันต์ ชำนาญกุล เป็นจำเลยที่ 1, นางสมปอง ชาลีวรรณ จำเลยที่ 2 และนางรัศมี หรือ พัชภณกช มนชาลีเครือ หรือ โกสินทร์ จำเลยที่ 3

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาดังนี้

1.นายสุขสันต์ ชำนาญกุล จำเลยที่ 1, นางสมปอง ชาลีวรรณ จำเลยที่ 2 และนางรัศมี หรือ พัชภณกช มนชาลีเครือ หรือ โกสินทร์ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามกฏหมาย

2.การกระทำของจำเลยทั้งหมดเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

สำหรับจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ลงโทษจำคุก 6 ปี และปรับ 300,000 บาท

ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี และปรับคนละ 200,000 บาท

3.จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

จำเลยที่ 1 คงจำคุก 3 ปี และปรับ 150,000 บาท

จำเลยที่ 2 และที่ 3 คงจำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 100,000 บาท

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและรายงานสืบเสาะแล้ว เห็นว่าไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงเห็นควรรอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี และให้คุมประพฤติจำเลยทั้งสามมีกำหนดคนละ 2 ปี

พร้อมกันนี้ ให้จำเลยทั้งสามไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติคนละ 4 เดือนต่อครั้ง ตลอดระยะเวลาคุมประพฤติ และให้จำเลยทั้งสามทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่เห็นสมควร เป็นเวลาคนละ 48 ชั่วโมง ภายในระยะเวลาคุมประพฤติ

กรณีจำเลยทั้งสามไม่ชำระค่าปรับ ให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาคดีอาญา

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ป.ป.ช.
ศาลอาญาคดีทุจริต
อดีตนายก อบต.บัวโคก ชัยภูมิ
ทุจริตถนนลูกรัง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.วิน ถึงไทยคุมเข้มสอบปากคำ ล่าสุด รวบตัว ผอ.พิชิต ได้แล้ว
ดร.วิน ถึงไทยคุมเข้มสอบปากคำ ล่าสุด รวบตัว ผอ.พิชิต ได้แล้ว