มหาดไทยออกคำสั่งให้ ‘ปลัดภูเก็ต’ ออกจากราชการไว้ก่อน หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีเรียกเงิน 9 แสน อ้างช่วยสอบบรรจุขรก.ท้องถิ่น พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ถึงความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 เข้าจับกุมตัวนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ตามข้อกล่าวหาเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น มีผู้เสียหาย 3 ราย ถูกเรียกรับเงินรายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 900,000 บาท เหตุเกิดในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายรุ่งเรือง ไปสืบสวน
ที่ สภ.เมืองสงขลา ก่อนนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 พร้อมคัดค้านการประกันตัว เพราะเกรงว่าจะหลบหนีและยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ต่อมา นายรุ่งเรือง ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนเอง เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันต่อศาล ศาลพิจารณาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว และให้วางเงินประกันจำนวน 1 แสนบาท โดยมีเงื่อนไข ห้ามมีพฤติการณ์ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดีโดยเด็ดขาด จากนายรุ่งเรืองพร้อมภรรยา เดินลงจากศาลและขึ้นรถขับออกไปทันทีนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ปฏิบัติแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ให้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ออกจากราชการไว้ก่อน กรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาจากคดีดังกล่าว และพิจารณาเห็นว่าการดำเนินคดีจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว จึงสั่งให้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ออกจากราชการไว้ก่อน ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเป็นต้นไป
วันเดียวกัน นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ปฏิบัติแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็มีคำสั่งกรมการปกครองที่ 1898/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง
คำสั่งระบุว่า ด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทอำนวยการ ระดับสูง ตำแหน่ง ปลัดจังหวัด (ผู้อำนวยการสูง) จังหวัดภูเก็ต มีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ในเรื่องมีพฤติกรรมในการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในพื้นที่ภาคใต้โดยเรียกรับเงินรายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 900,000 บาท
และกล่าวอ้างว่าจะนำไปจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยปรากฏผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เป็นคดีอาญาที่ 8/25649 เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ตามกฎหมาย อันเป็นมูลเหตุที่มาให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้ออกหมายจับ ที่ จ.12/2569 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2569ให้กับผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อดำเนินการจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร
ต่อมาได้มีจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย อาศัยอำนาจตามมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบกับข้อ 15 ของ กฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 251/2565 เรื่อง การมอบหมายอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการอุทธรณ์ ลงวันที่
27 มกราคม 2565 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 820/2568 เรื่อง แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ลงวันที่ 14 มีนาคม 2568 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
1. นายวินัย โตเจริญ เป็นประธานกรรมการ
2. นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ เป็นกรรมการ
3. ร้อยตำรวจตรี สิงห์คำ คำยอด เป็นกรรมการ
4. นายตรีรัตน์ หนูแก้วขวัญ เป็นกรรมการ
5. นายอนุชา เรืองอมรวิวัฒน์ เป็นกรรมการและเลขานุการ
6. นายกิตติธัช พรพุทธพงศ์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
7. นางสาวฐิติมา แช่มช้อย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ให้คณะกรรมการสอบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.พ.ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
อนึ่ง ถ้าคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่ากรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสอบสวนพาดพิงไปถึงผู้อื่น ให้ดำเนินการตามข้อ 49 หรือข้อ 50 ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 แล้วแต่กรณี




