ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'หาญ แถวนาชุม' อดีตผอ.โรงเรียนชุมชนบ้านดอนมนต์-พวก ทุจริตจัดจ้างปรับปรุงซ่อมแซมรั้ว ล่าสุดศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโทษจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน ได้รอลงอาญา เหตุรับราชการมานาน มีความดีความชอบ ไม่เคยได้รับโทษมาก่อน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายหาญ แถวนาชุม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนชุมชนบ้านดอนมนต์ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ กับพวก ทุจริตการจัดจ้างปรับปรุงซ่อมแซมรั้วคอนกรีตเสริมเสริม และพวก ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ประกอบมาตรา 192 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2564
โดยคดีนี้ ปรากฏชื่อ นายหาญ แถวนาชุม จำเลยที่ 1 , นางนิตยาพร ศรีประดู่ จำเลยที่ 2 และนายเสถียร วิชัย จำเลยที่ 3
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3
จากเดิมที่มีคำพิพากษาว่า
จำเลยทั้งสาม มีความผิดตามกฏหมาย พิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี และปรับคนละ 120,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษจึงลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตาม ป.อ. มาตรา 78
คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 80,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสามรับราชการมานาน มีความดีความชอบมาก่อน อีกทั้งไม่ปรากฏว่าเคยกระทำความผิดหรือได้รับโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี ให้คุมประพฤติไว้มีกาหนด 1 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุม 3 ครั้ง ตามเงื่อนไขและข้อกำหนดที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ตาม ป.อ. มาตรา 56 (ที่แก้ไขใหม่) หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่)
แก้เป็นว่า
สำหรับความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต จำเลยทั้งสาม มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษาคดีอาญา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




