News Logo
หน้าแรก
คุก 56 ปี 448 ด.! อดีตนายกเทศฯ หนองสาหร่าย จ่ายค่าจ้างฝึกแข่งกีฬามิชอบ

คุก 56 ปี 448 ด.! อดีตนายกเทศฯ หนองสาหร่าย จ่ายค่าจ้างฝึกแข่งกีฬามิชอบ

29 ก.ค. 2569 06:51
ผู้ชม 2,949 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา 'ประชานนท์ จำนงกูล' อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหนองสาหร่าย กาญจนบุรี เบิกจ่ายเงินค่าจ้างผู้ฝึกสอนแข่งขันกีฬา 'ตลาดเขตเกมส์' มิชอบ ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้ลงโทษ จำคุก 56 ปี 448 เดือน แต่ติดจริง 50 ปี พวกหลายรายโดนคนละหลายสิบปี

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายประชานนท์ จำนงกูล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี กับพวก เบิกจ่ายเงินค่าจ้างผู้ฝึกสอนในการแข่งขันกีฬาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสัมพันธ์ ครั้งที่ 14 “ตลาดเขตเกมส์” โดยมิชอบ และจัดหาผู้ที่มิได้มีอาชีพรับจ้างมาดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งถูกคณะกรรมการ​ ป.ป.ช.​ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา​ มาตรา 151 มาตรา 152 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 และมาตรา 86 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา

โดยคดีนี้ ปรากฏชื่อ นายประชานนท์ จำนงกูล เป็นจำเลยที่ 1, นายประเสริฐ แป้นทอง จำเลยที่ 2 , นายวีรวุฒิ สุคนธมาน จำเลยที่ 3 , นายไพศาล แดงเจริญ จำเลยที่ 4 , นายสง่า แผนกุล จำเลยที่ 5 , นายบุญส่ง จันทร์ยวง จำเลยที่ 6 , นายอาคม เห็นประเสริฐ จำเลยที่ 7 และนางสาวกัญญา อินทร์ประทับ จำเลยที่ 8

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7

จากเดิม

ที่มีคำพิพากษาดังนี้

1.จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 8 มีความผิด (ฟ้องโจทก์ข้อ 2 (1) (2) และ (3)) ตามมาตรา 151 (เดิม), 162 (1) (4) (เดิม), พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบมาตรา 83

จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 มีความผิดตามมาตรา 151 (เดิม), 162 (1) (4) (เดิม), พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบมาตรา 86

จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิด (ฟ้องโจทก์ข้อ 2 (4) ถึง (28)) ตามมาตรา 151 เดิม, 152 เดิม, 162 (1) (4) เดิม, พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบมาตรา 83

จำเลยที่ 5 และที่ 6 มีความผิดตามมาตรา 151 เดิม, 152 เดิม, 162 (1) (4) เดิม, พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบมาตรา 86

เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 151 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามมาตรา 90

ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 28 กระทง เป็นจำคุกคนละ 140 ปี

ลงโทษจำเลยที่ 3 จำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 20,000 บาท รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 15 ปี และปรับ 60,000 บาท

ลงโทษจำเลยที่ 4 จำคุกกระทงละ 2 ปี 16 เดือน และปรับกระทงละ 13,000 บาท รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี 48 เดือน และปรับ 39,000 บาท

ลงโทษจำเลยที่ 5 จำคุกกระทงละ 2 ปี 16 เดือน รวม 15 กระทง เป็นจำคุก 30 ปี 240 เดือน

ลงโทษจำเลยที่ 6 จำคุกกระทงละ 2 ปี 16 เดือน รวม 12 กระทง เป็นจำคุก 24 ปี 192 เดือน

ลงโทษจำเลยที่ 7 จำคุก 2 ปี 16 เดือน และปรับ 13,000 บาท

ลงโทษจำเลยที่ 8 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 15 ปี

2.ในการพิจารณาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ถึงที่ 6 และที่ 8 นับเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามมาตรา 78 กระทงละหนึ่งในสาม รวมทุกกระทง เป็น

ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำคุกคนละ 92 ปี 16 เดือน แต่คงให้จำคุกไว้คนละ 50 ปี ตามมาตรา 91 (3)

คงลงโทษจำเลยที่ 4 จำคุก 4 ปี 32 เดือน และปรับ 26,000 บาท

คงลงโทษจำเลยที่ 5 จำคุก 20 ปี 160 เดือน

คงลงโทษจำเลยที่ 6 จำคุก 16 ปี 128 เดือน

คงลงโทษจำเลยที่ 8 จำคุก 6 ปี 48 เดือน

3.จำเลยที่ 3 และที่ 7 ให้การรับสารภาพ นับเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามมาตรา 78 กระทงละครึ่งหนึ่ง รวมทุกกระทง คงลงโทษจำเลยที่ 3 จำคุก 6 ปี 18 เดือน และปรับ 30,000 บาท คงลงโทษจำเลยที่ 7 จำคุก 1 ปี 8 เดือน และปรับ 6,500 บาท

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี สำหรับจำเลยที่ 3 และที่ 7 ที่ให้การรับสารภาพ แสดงว่ามีความรู้สำนึกผิดชอบชั่วดีในการกระทำความผิด ทั้งไม่ปรากฏได้มีประโยชน์ส่วนตัวที่เกี่ยวกับทรัพย์สินในทางทุจริตให้เห็นอย่างเด่นชัดมากเท่าไร และการกระทำยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการมากนัก

ส่วนจำเลยที่ 4 กระทำการที่เกี่ยวด้วยความผิดเป็นผู้ติดต่อประสานงาน แม้จะรวมถึงในเรื่องการนำเช็คไปเบิกถอนเงินด้วย แต่ไม่ปรากฏมีพฤติกรรมที่ส่อให้เห็นไปในทางทุจริตอย่างร้ายแรงมากเท่าใด ประกอบกับจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 7 ไม่เคยต้องรับโทษจำคุกมาก่อน

เห็นสมควรให้โอกาสแก่จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 7 กลับตัวประพฤติตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ตามมาตรา 56 (ที่แก้ไขใหม่)

หากไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามมาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่)

ข้อหาอื่นสำหรับจำเลยที่ 4 ให้ยก

แก้เป็นว่า

เมื่อลดโทษให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 6 กระทงละหนึ่งในสามแล้ว

คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทงละ 2 ปี 16 เดือน รวม 28 กระทง เป็นจำคุกคนละ 56 ปี 448 เดือน แต่คงให้จำคุกคนละ 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)

คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4 กระทงละ 1 ปี 14 เดือน 20 วัน รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 3 ปี 44 เดือน

คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 5 กระทงละ 1 ปี 14 เดือน 20 วัน รวม 15 กระทง เป็นจำคุก 15 ปี 220 เดือน

คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 6 กระทงละ 1 ปี 14 เดือน 20 วัน รวม 12 กระทง เป็นจำคุก 12 ปี 176 เดือน

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ทั้งนี้ คดียังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) ที่จะไม่ฎีกาคำพิพากษาคดีอาญา

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
อดีตนายกเทศฯ หนองสาหร่าย
จ่ายค่าจ้างฝึกแข่งกีฬามิชอบ

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศิริโชค'จี้ สส.สุชาดาแจงเหรียญ Shuffle ไปไหน ข้องใจขายหุ้นไม่สมเหตุผล
'ศิริโชค'จี้ สส.สุชาดาแจงเหรียญ Shuffle ไปไหน ข้องใจขายหุ้นไม่สมเหตุผล