News Logo
หน้าแรก
เปิดพฤติการณ์ บิ๊กปณท.-พวก! ป.ป.ช.ฟันคดีปรับปรุงที่ทำการหัวหิน 8.85 ล.

เปิดพฤติการณ์ บิ๊กปณท.-พวก! ป.ป.ช.ฟันคดีปรับปรุงที่ทำการหัวหิน 8.85 ล.

29 ก.ค. 2569 09:23
ผู้ชม 113 คน

"...ในการจัดจ้างงานออกแบบและปรับปรุงอาคารที่ทำการไปรษณีย์หัวหิน เมื่อปี พ.ศ. 2558 เป็นงานปรับปรุงอาคารสำนักงานทั่วไป ไม่ใช่งานก่อสร้างที่ต้องใช้เทคนิคระดับสูงหรือเป็นงานที่มีความยุ่งยากซับซ้อน จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะสามารถดำเนินการจ้างออกแบบและก่อสร้างไปพร้อมกันได้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2546 ..."

กรณี สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบว่า ในช่วงปี 2568 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดผู้บริหารและเจ้าหน้าที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กรณีจัดจ้างออกแบบและปรับปรุงอาคารที่ทำการไปรษณีย์หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยวิธีพิเศษ วงเงิน 8.85 ล้านบาท โดยเห็นว่าเป็นการหลีกเลี่ยงการประกวดราคาและเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายหนึ่งได้รับงาน

จากการไต่สวนพบว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการในปี 2558 เป็นเพียงงานปรับปรุงอาคารสำนักงานทั่วไป ไม่ใช่งานก่อสร้างที่มีความซับซ้อนหรือจำเป็นต้องใช้เทคนิคพิเศษ จึงไม่เข้าเกณฑ์การว่าจ้างแบบออกแบบและก่อสร้างเบ็ดเสร็จ (Turn Key) หรือการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังไม่ใช่งานเร่งด่วนที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหากดำเนินการล่าช้า

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เสนอและอนุมัติให้ดำเนินการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ส่งผลให้ ป.ป.ช. เห็นว่าเป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้รับจ้าง

โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงต่อรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (สายงานระบบปฏิบัติการ) ซึ่งรักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ปฏิบัติการไปรษณีย์ภูมิภาค) ผู้จัดการฝ่ายก่อสร้างและบำรุงรักษา และผู้จัดการฝ่ายงบประมาณ ในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ กฎหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต และยังชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องอีกหลายรายนั้น

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

ป.ป.ช. ฟันบิ๊กไปรษณีย์ไทย-พวก จ้างปรับปรุงที่ทำการหัวหินมิชอบ 8.85 ล.

ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีนี้ เป็นทางการ

คดีกล่าวหา

คดีนี้เป็นเรื่องกล่าวหา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (สายงานระบบปฏิบัติการ) รักษาการแทนในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กับพวก จัดจ้างออกแบบและปรับปรุงอาคารที่ทำการไปรษณีย์หัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยวิธีพิเศษ โดยมิชอบ

พฤติการณ์

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ในการจัดจ้างงานออกแบบและปรับปรุงอาคารที่ทำการไปรษณีย์หัวหิน เมื่อปี พ.ศ. 2558 เป็นงานปรับปรุงอาคารสำนักงานทั่วไป ไม่ใช่งานก่อสร้างที่ต้องใช้เทคนิคระดับสูงหรือเป็นงานที่มีความยุ่งยากซับซ้อน จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะสามารถดำเนินการจ้างออกแบบและก่อสร้างไปพร้อมกันได้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2546

แต่ในการดำเนินการดังกล่าว ผู้จัดการฝ่ายก่อสร้างและบำรุงรักษา บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กลับเสนอขออนุมัติหลักการพร้อมจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการว่าจ้างออกแบบและปรับปรุงอาคารที่ทำการไปรษณีย์หัวหินโดยวิธีพิเศษ และผู้จัดการฝ่ายงบประมาณได้เสนอขออนุมัติหลักการว่าจ้างออกแบบพร้อมปรับปรุงอาคารที่ทำการไปรษณีย์หัวหิน แบบเบ็ดเสร็จ (Turn key) โดยวิธีพิเศษ ผ่านรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ปฏิบัติการไปรษณีย์ภูมิภาค) ซึ่งเสนอความเห็นว่าควรปรับปรุงเป็นกรณีเร่งด่วน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (สายงานระบบปฏิบัติการ) รักษาการแทนในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้อนุมัติในหลักการให้ว่าจ้างออกแบบและปรับปรุงอาคารแบบเบ็ดเสร็จโดยวิธีพิเศษ

ต่อมาผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้อนุมัติให้ดำเนินการจัดจ้างออกแบบและปรับปรุงอาคารที่ทำการไปรษณีย์หัวหิน โดยวิธีพิเศษตามที่ฝ่ายก่อสร้างและบำรุงรักษาเสนอ

ทั้งที่งานออกแบบและปรับปรุงอาคารดังกล่าวไม่ใช่งานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่งาน ตามระเบียบคณะกรรมการบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ฉบับที่ 3 ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2557 ข้อ 15 (1) และ (2) การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการหลีกเลี่ยงการดำเนินการด้วยวิธีประกวดราคาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดรายหนึ่งได้เป็นผู้รับจ้างออกแบบและปรับปรุงอาคารที่ทำการไปรษณีย์หัวหิน ตามสัญญาจ้างเลขที่ กร 45/จร./2558 ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2558 วงเงิน 8,850,000 บาท

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาสำนวนเอกสารหลักฐาน แล้วมีมติดังนี้

1.การกระทำของรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (สายงานระบบปฏิบัติการ) รักษาการแทนในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 และมาตรา 11 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

2.การกระทำของรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ปฏิบัติการไปรษณีย์ภูมิภาค) ผู้จัดการฝ่ายก่อสร้างและบำรุงรักษา และผู้จัดการฝ่ายงบประมาณ มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 11 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 1231/1 (ปัจจุบันเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

3.การกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัดและหุ้นส่วนผู้จัดการ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

4.การกระทำของเจ้าหน้าที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด รายอื่นที่เกี่ยวข้อง จากการไต่สวนเบื้องต้น ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่า ได้กระทำความผิดทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ตามพฤติการณ์แต่ละกรณี

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นควรให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัย ไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

พร้อมให้แจ้ง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง และแจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัดและหุ้นส่วนผู้จัดการ ให้กรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

อย่างไรก็ดี สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า ข้อมูลที่ได้รับทราบ ไม่ได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ เป็นทางการ จึงยังไม่ทราบว่า รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และพวก ที่ถูกชี้มูลความผิดเป็นใครบ้าง หากได้รับความชัดเจนแล้ว จะนำมาเสนอต่อไป

ขณะที่การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ม.ศิลปากร'จ่อยื่นอัยการฟ้อง 'สสว.' ปมตีตก-ตัดสิทธิ 2 โครงการ 994 ล้าน
'ม.ศิลปากร'จ่อยื่นอัยการฟ้อง 'สสว.' ปมตีตก-ตัดสิทธิ 2 โครงการ 994 ล้าน