News Logo
หน้าแรก
อดีตรองฯ อบจ.ชัยภูมิ อุทธรณ์คดีซื้อสื่อฯ17 ล. ย้ำไม่พบหลักฐานชงอนุมัติ

อดีตรองฯ อบจ.ชัยภูมิ อุทธรณ์คดีซื้อสื่อฯ17 ล. ย้ำไม่พบหลักฐานชงอนุมัติ

23 ก.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 6 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

อดีตรองนายก อบจ. ชัยภูมิ "มณเฑียร เลิศรัฐการ" ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีทุจริตจัดซื้อสื่อการเรียนรู้ฯอาเซียน 17 ล้าน ยกเหตุไร้หลักฐานโน้มน้าวอนุมัติวิธีพิเศษ-เจตนาร่วมทุจริต ชี้ชัดการใช้อำนาจเป็นไปตามขั้นตอนราชการ-ย้ำเป็นบทบาท "นายก อบจ." ตัดสินใจจัดซื้อขั้นสุดท้าย

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายมณเฑียร เลิศรัฐการ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชัยภูมิ ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ต่อศาลอุทธรณ์ หลังจากที่ปรากฎเป็นข่าวว่าเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาตัดสินคดีกล่าวหา นายมนตรี ชาลีเครือ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชัยภูมิ และ นายมณเฑียร เลิศรัฐการ อดีตรองนายก อบจ.ชัยภูมิ กรณีกล่าวหากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โครงการจัดซื้อสื่อการเรียนรู้ชุดพัฒนาทักษะภาษาเกี่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียน ตามโครงการพัฒนาทักษะภาษาสู่ประชาคมอาเซียน งบประมาณ 17,360,200 บาท โดยวิธีพิเศษ ทั้งที่สามารถดำเนินการจัดซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ส่อไปในทางทุจริต

คุกคนละ 6 ปี! 'มนตรี' อดีตนายก อบจ.ชัยภูมิ-พวก ทุจริตซื้อสื่อการเรียน

คุกคนละ 6 ปี! 'มนตรี' อดีตนายก อบจ.ชัยภูมิ-พวก ทุจริตซื้อสื่อการเรียน

 โดยนายมณเฑียรได้ยกประเด็นในเรื่องของการรับฟังและชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน การวินิจฉัยฐานะและขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตนในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ รวมถึงกระบวนการกล่าวหาและไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และการตีความถึงการกระทำ เจตนา และการมีส่วนร่วมกับจำเลยที่ 1 (นายก อบจ.) ในเรื่องของการจัดซื้อ

นายมณเฑียรเชื่อว่าพยานหลักฐานในสำนวนยังคงปรากฏข้อขัดแย้งในสาระสำคัญ และมีข้อเท็จจริงหลายประการที่เป็นคุณแก่ตนเอง ซึ่งอาจมิได้ถูกนำมาวินิจฉัยหรือมิได้ให้น้ำหนักอย่างเพียงพอ

การอุทธรณ์ในครั้งนี้ นายมณเฑียรให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับประเด็นด้านอำนาจหน้าที่ตามคำสั่งมอบหมายที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุการณ์ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการริเริ่มและจัดทำโครงการ การกำหนดคุณลักษณะและราคา การจัดหาผู้เสนอราคา การจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ ตลอดจนพฤติการณ์เกี่ยวกับการออกหนังสือเร่งรัด และข้อกล่าวหาเรื่องการร่วมรู้เห็นหรือแบ่งหน้าที่กันกระทำความผิด โดยยืนยันว่าการกระทำของตนนั้นเป็นไปตามกรอบของกฎหมายและอำนาจที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด

ลำดับเวลาแห่งอำนาจ: รักษาราชการแทนกับการอนุมัติจัดซื้อ

ใจความสำคัญของการอุทธรณ์คือการชี้แจงลำดับเหตุการณ์และอำนาจหน้าที่ของนายมณเฑียรในฐานะรักษาราชการแทนนายก อบจ. ชัยภูมิ โดยนายมณเทฑียรระบุว่าตนเองได้รับมอบหมายให้รักษาราชการแทนนายก อบจ. ชัยภูมิ ตั้งแต่วันที่ 21 ถึง 27 พฤษภาคม 2557 ตามคำสั่ง 864/2557 และ 874/2557 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นายก อบจ. (จำเลยที่ 1) เดินทางไปราชการต่างประเทศ โดยตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 39/1 วรรคสองและวรรคสาม ผู้รักษาราชการแทนย่อมมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทนทุกประการ ซึ่งหมายความรวมถึงการอนุมัติโครงการและดำเนินการในกิจการต่าง ๆ ที่จำเป็น

ในช่วงเวลานี้เอง ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 นายมณเฑียรได้อนุมัติโครงการตามที่กองการศึกษาเสนอให้จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี e-procurement และต่อมาในวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 หลังจากที่กองพัสดุเสนอเรื่องเข้ามา นายมณเฑียรก็ได้อนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ อันเป็นอำนาจที่พึงมีในฐานะผู้รักษาราชการแทน

นายก อบจ. ตัดสินใจขั้นสุดท้าย

จุดที่นายมณเฑียรเน้นย้ำคือ เมื่อนายก อบจ. (จำเลยที่ 1) เดินทางกลับมาปฏิบัติราชการในวันที่ 28 พฤษภาคม 2557 นายมณเฑียรได้นำเสนอทั้งสองวิธีการจัดซื้อดังกล่าวต่อนายก อบจ. (ทั้งจัดซื้อตามปกติและวิธีพิเศษ) เพื่อให้เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจขั้นสุดท้าย ซึ่งในวันที่ 29 พฤษภาคม 2557 ผู้อำนวยการกองพัสดุได้ทักท้วงวิธีการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษต่อนายก อบจ. แล้ว อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 4 มิถุนายน 2557 นายก อบจ. ซึ่งได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่โดยสมบูรณ์และรับทราบข้อทักท้วงทั้งหมด ได้มีคำสั่งให้กองพัสดุดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษตามที่นายมณเฑียรได้อนุมัติไว้ก่อนหน้านี้

ด้วยลำดับเหตุการณ์เช่นนี้ นายมณเฑียรจึงโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นที่ว่ามีการ "ร่วมกันกระทำความผิด" โดยอาศัยข้อเท็จจริงที่นายก อบจ. ทราบว่านายมณเฑียรได้อนุมัติไปโดยไม่ชอบ โดยนายมณเฑียรชี้ว่าคำวินิจฉัยนี้ไม่สามารถแยกแยะเหตุการณ์และอำนาจของผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง เพราะคำสั่งอนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษอย่างเป็นทางการและขั้นสุดท้ายนั้น เป็นคำสั่งของนายก อบจ. เอง ซึ่งกระทำภายหลังจากที่ตนได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่แล้ว และรับทราบข้อมูลทุกอย่างรวมถึงข้อทักท้วง ทำให้การตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ภายใต้อำนาจของนายก อบจ. อย่างสมบูรณ์ การกระทำของนายมณเฑียรจึงเป็นเพียงการใช้อำนาจตามที่ได้รับมอบหมายชั่วคราวและเป็นไปตามระเบียบขั้นตอน มิได้มีเจตนาร่วมรู้เห็นเป็นใจในการทุจริตใดๆ

โต้แย้งการตีความคำสั่ง 994/2557: มิใช่หลักฐานสมคบคิด

นอกจากนี้ การอุทธรณ์ยังได้กล่าวถึงการที่ศาลชั้นต้นตีความคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิที่ 994/2557 ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2557 ซึ่งเป็นคำสั่งมอบหมายให้นายมณเฑียรดูแลงานกองพัสดุและทรัพย์สิน ว่าเป็นพยานแวดล้อมที่บ่งชี้ถึงการสมคบคิดเพื่อโยกย้ายเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ โดยนายมณเฑียรยืนยันว่าการตีความนี้ไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง

อดีตรองนายก อบจ.ชัยภูมิ ชี้แจงว่า คำสั่งอนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษเกิดขึ้นในวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่คำสั่ง 994/2557 จะถูกออกในวันที่ 6 มิถุนายน 2557 ดังนั้น การใช้อำนาจของตนในวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 จึงต้องพิจารณาจากกฎระเบียบที่ใช้บังคับ ณ เวลานั้น ไม่ใช่จากคำสั่งที่ออกในภายหลัง นอกจากนี้ คำสั่ง 994/2557 เป็นคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยนายก อบจ. (จำเลยที่ 1) ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุด เพื่อมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบให้กับนายมณเฑียรในการดูแลงานกองพัสดุฯ ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2557 เป็นต้นไป

การเข้ามารับผิดชอบงานในกองพัสดุฯ ในภายหลัง จึงเป็นผลมาจากการปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่การกระทำที่เกิดขึ้นจากเจตนาของนายมณเฑียรเพื่อเข้าควบคุมหรือเป็นส่วนหนึ่งของการสมคบคิดทุจริตแต่อย่างใด

นายมณเฑียรยังได้อ้างถึงประวัติการออกคำสั่งมอบหมายหน้าที่ของนายก อบจ. ในลักษณะเดียวกัน เช่น คำสั่ง 377/2555, 1693/2555, และ 1347/2556 ซึ่งล้วนเป็นการกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมถึงวงเงินอนุมัติของนายมณเฑียรตามความเหมาะสมในการบริหารราชการ แสดงให้เห็นว่าการออกคำสั่ง 994/2557 เป็นเพียงการดำเนินงานบริหารราชการปกติของนายก อบจ. มิได้เป็นพยานหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการร่วมกันวางแผนทุจริตตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย

เอกสารอุทธรณ์ระบุว่าไม่มีหลักฐานว่ารองนายก อบจ.ชัยภูมิมีส่วนร่วมในการโน้มน้าวให้จัดซื้อ

เอกสารอุทธรณ์ระบุว่าไม่มีหลักฐานว่ารองนายก อบจ.ชัยภูมิมีส่วนร่วมในการโน้มน้าวให้จัดซื้อ

การปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาและลำดับเหตุการณ์การอนุมัติ

นายมณเฑียรระบุอีกว่าตนเข้ามารับผิดชอบในส่วนงานกองพัสดุและทรัพย์สินตามคำสั่งของนายก อบจ. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา และถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย การกระทำดังกล่าวจึงไม่อาจนำมาตีความว่าเป็นพฤติการณ์แห่งการสมคบคิดหรือร่วมกระทำความผิดได้โดยทันที เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการออกคำสั่งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตกลงหรือแผนการร่วมกันระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 เพื่อกระทำความผิด

นอกจากนี้ การอุทธรณ์ยังได้ชี้แจงถึงลำดับเหตุการณ์เกี่ยวกับการอนุมัติโครงการจัดซื้อที่ศาลชั้นต้นมิได้พิจารณาอย่างแยกแยะสถานะและช่วงเวลาของผู้ใช้อำนาจนายมณเฑียรในฐานะรองนายก อบจ. ได้รับมอบหมายให้รักษาราชการแทนนายก อบจ. ระหว่างวันที่ 21 ถึง 27 พฤษภาคม 2557 โดยคำสั่งรักษาราชการแทนดังกล่าวมิได้มีข้อจำกัดเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติโครงการ ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 39/1 วรรคสองและวรรคสาม กำหนดให้ผู้รักษาราชการแทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับนายก อบจ. ในระหว่างรักษาราชการแทน

ในระหว่างนั้น นายมณเฑียรได้อนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 และต่อมาได้อนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2557

อย่างไรก็ตาม เมื่อนายก อบจ. (จำเลยที่ 1) กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในวันที่ 28 พฤษภาคม 2557 นายมณเฑียรได้นำเรื่องที่มีการอนุมัติวิธีการจัดซื้อที่แตกต่างกันทั้งสองแนวทางเสนอให้นายก อบจ. เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจขั้นสุดท้าย ซึ่งแสดงให้เห็นว่านายมณเฑียรไม่ได้ถือว่าการอนุมัติของตนเป็นที่สุด และตระหนักว่าอำนาจหน้าที่ในการรักษาราชการแทนได้สิ้นสุดลงแล้ว

การตัดสินใจขั้นสุดท้ายโดยนายก อบจ. (จำเลยที่ 1)

ข้อเท็จจริงที่สำคัญคือ หลังจากได้รับข้อทักท้วงจากกองพัสดุฯ เกี่ยวกับการดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ นายก อบจ. (จำเลยที่ 1) ได้มีบันทึกสั่งการในวันที่ 4 มิถุนายน 2557 ให้ดำเนินการตามวิธีพิเศษตามที่นายมณเฑียรได้อนุมัติไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้น การตัดสินใจให้ดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษจึงเป็นคำสั่งของนายก อบจ. ในฐานะผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด หลังจากได้รับทราบข้อเท็จจริงและข้อทักท้วงต่าง ๆ แล้ว

เอกสารอุทธรณ์อ้างว่าเป็นบทบาทนายก อบจ.ตัดสินใจจัดซื้อขั้นสุดท้าย

เอกสารอุทธรณ์อ้างว่าเป็นบทบาทนายก อบจ.ตัดสินใจจัดซื้อขั้นสุดท้าย

การยื่นอุทธรณ์ในครั้งนี้จึงเป็นการขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องลำดับเวลาของการใช้อำนาจและเจตนาในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อนายมณเฑียร เลิศรัฐการ อดีตรองนายก อบจ. ชัยภูมิ

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ทุจริตจัดซื้อ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุกคนละ 6 ปี! อดีตนายกเทศฯเขาพระงาม ลพบุรี-พวก ฮั้วปรับปรุงแผนที่ภาษี
คุกคนละ 6 ปี! อดีตนายกเทศฯเขาพระงาม ลพบุรี-พวก ฮั้วปรับปรุงแผนที่ภาษี