ป.ป.ช. ชี้มูล อดีตนายก อบต.แก่งกระจาน-เจ้าหน้าที่ 3 ราย-พนง.เอกชน คดีดทุจริตซื้อรถบรรทุกกระเช้า เผยพฤติการณ์ จนท.รัฐรับรองบริษัทเฉพาะราย กีดกันเสนอราคาอย่างเป็นธรรม
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ข่าวแจกกรณีการชี้มูลความผิดต่อนายสุรสิทธิ์ บัวจีน อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี พร้อมผู้เกี่ยวข้องอีก 5 ราย ในข้อหาทุจริตเกี่ยวกับการกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและเงื่อนไข (TOR) เพื่อจัดซื้อรถบรรทุกกระเช้าซ่อมไฟฟ้าจำนวน 1 คัน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยมีการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทบางรายและกีดกันการแข่งขันราคาจากคู่แข่งอย่างไม่เป็นธรรม ส่งผลให้ราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
ส่วนผู้ถูกชี้มูลความผิดในครั้งนี้รายอื่นที่เหลืออีก 5 ราย ประกอบด้วย
นายนพพร มาลีเนตร นายช่างโยธาชำนาญงาน
นายอิษรา ถิรดารงกุล เจ้าพนักงานการประปาชำนาญงาน
นายสมเดช สังข์สุริยะ
นายวชิระวิชญ์ ตันทัดประเสริฐ
นางสาวเนตรยา คดบัว
โดย นายสุรสิทธิ์ บัวจีน ถูกชี้มูลว่ากระทำความผิดทางอาญาและทางวินัยหลายกรรมฐาน เช่น กำหนด TOR โดยใช้มาตรฐานที่ไม่เกี่ยวข้องและเอื้อประโยชน์ให้บริษัท นิวสตาร์ แมชชินเนอรี่ จำกัด และบริษัท พูลทวีทรัพย์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ซึ่งมีนายสมเดช สังข์สุริยะ เป็นเจ้าของแท้จริง โดยใช้ชื่อบุคคลอื่นเป็นกรรมการผู้จัดการ และดำเนินการผ่านขั้นตอนประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) อย่างไม่โปร่งใส รวมถึงปกปิดร่างประกาศซื้อและร่างเอกสารประกวดราคาไม่ให้นำเสนอสาธารณะ เพื่อป้องกันรายอื่นเข้าร่วมเสนอราคา อันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทดังกล่าวเข้าสู่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐ ซึ่งเกิดความเสียหายแก่รัฐเป็นจำนวนเงิน 2,447,000 บาท
นายนพพร มาลีเนตร และนายอิษรา ถิรดารงกุล ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย เพราะเป็นกรรมการผู้กำหนดคุณลักษณะเฉพาะและราคากลาง โดยมิได้สอบราคาหรือรับฟังข้อมูลที่หลากหลาย เป็นการกำหนดข้อกำหนด TOR ที่เป็นผลประโยชน์เฉพาะบริษัทหนึ่งเพียงรายเดียว ซึ่งขัดกับระเบียบและหลักธรรมาภิบาลในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ในส่วนของนายสมเดช สังข์สุริยะ นายวชิระวิชญ์ ตันทัดประเสริฐ และนางสาวเนตรยา คดบัว ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัท นิวสตาร์ แมชชินเนอรี่ จำกัด และบริษัท พูลทวีทรัพย์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ถูกชี้มูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐในการกระทำผิด ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ
อย่างไรก็ตาม จ่าเอก บุญมา แก้วเสียง นักวิชาการพัสดุชำนาญการ แม้เข้าร่วมในขั้นตอนการจัดทำบันทึกเสนอร่างประกาศซื้อและประกาศร่างเอกสารประกวดราคาเพื่อเผยแพร่สาธารณะ แต่เบื้องต้นไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนว่ากระทำผิดทางอาญา โดยมีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรงเท่านั้น ส่วนคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และนางสาวกุลธิดา หรืออชิรญาณ์ สังข์สุริยะ ไม่มีหลักฐานว่ากระทำผิดตามข้อกล่าวหา จึงให้ข้อกล่าวหาตกไป
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน รวมทั้งคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีทางอาญาต่อไป พร้อมส่งต่อให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนหรือผู้บังคับบัญชา ดำเนินการทางวินัยและตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งรับทราบด้วย
ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะได้รับคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด




