"...สิ่งที่เรายอมไม่ได้เลยก็คือบริษัททุนต่างชาติที่ใช้นอมินีคนไทยไปเข้าพื้นที่ ไปซื้อพื้นที่แล้วมาทำเกษตร อันนี้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายชัดเจนอยู่แล้ว เพราะว่า พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเราไม่ให้ทำ ส่วนคนไทย 10 คนที่มีส่วนสนับสนุนทั้งถือหุ้นแทนหรือเป็นกรรมการ และช่วยในการจดทะเบียนก็จะมีความผิดด้วย..."
กำลังเป็นประเด็นร้อนที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน!
กรณีการตรวจสอบพบกลุ่มทุนต่างชาติที่ประกอบกิจการล้งมะพร้าวน้ำหอม ใช้คนไทยเป็นนอมินี 15 บริษัท ตั้งอยู่ใน จ.ราชบุรี 11 บริษัท จ.สมุทรสาคร จ.ปทุมธานี จ.สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ จังหวัดละ 1 บริษัท นอกจากนี้ยังพบคนไทย 10 คน ที่เชื่อว่าอาจให้การสนับสนุนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินี ซึ่งมีการส่งรายชื่อและข้อมูลทั้งหมดให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายไปแล้ว
ปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลรายชื่อกลุ่มทุนต่างชาติที่ประกอบกิจการล้งมะพร้าวน้ำหอม ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี 15 บริษัท ว่าเป็นใครบ้าง?
แต่มีข้อมูลยืนยันเป็นทางการ จากนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไปแล้วว่า
กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาดูแลตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการเช่าหรือซื้อที่ดินเพื่อปลูกเอง เป็นผู้รวบรวม และเป็นผู้ส่งออก ซึ่งการทำเกษตรกรรมเป็นธุรกิจที่ต่างชาติไม่สามารถดำเนินการได้ตามบัญชีแนบท้ายบัญชี 1 ของ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จึงมีการใช้รูปแบบบริษัทนอมินีโดยให้คนไทยถือหุ้นแทน
บริษัทที่เป็นนอมินีจะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 37 และคนไทยที่เป็นนอมินีจะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 36 ของ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ 1 แสนบาทถึง 1 ล้านบาท
นายพูนพงษ์ ยังระบุด้วยว่า "สิ่งที่เรายอมไม่ได้เลยก็คือบริษัททุนต่างชาติที่ใช้นอมินีคนไทยไปเข้าพื้นที่ ไปซื้อพื้นที่แล้วมาทำเกษตร อันนี้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายชัดเจนอยู่แล้ว เพราะว่า พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเราไม่ให้ทำ ส่วนคนไทย 10 คนที่มีส่วนสนับสนุนทั้งถือหุ้นแทนหรือเป็นกรรมการ และช่วยในการจดทะเบียนก็จะมีความผิดด้วย"
"ไม่ว่าจะเป็นคนสัญชาติไหน ทั้งยุโรป จีน หรือแม้กระทั่งคนไทยเองก็จะมีทั้งกลุ่มที่ทำแบบถูกต้องและไม่ถูกต้อง สิ่งที่เราควรจะต้องทำก็คือต้องหันมาสนับสนุนคนที่ทำแบบถูกต้อง ในทางกลับกันเราก็ต้องบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนที่ทำไม่ถูกต้อง ให้เข้มงวดและเด็ดขาดในตลาดจีน"
"วันนี้ทางรัฐบาลจีนเริ่มจะให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ เริ่มจะมาตรวจสอบว่า น้ำมะพร้าวที่ไปขายอยู่ในประเทศจีน ว่ามีการปลอมปนไหม เป็นน้ำมะพร้าว 100% หรือเป็นน้ำแล้วก็มาใส่หัวเชื้อ ซึ่งกระทบภาพลักษณ์ของน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ ๆ ต้องช่วยกันว่าจะป้องกันและกำจัดเรื่องพวกนี้ได้" นายพูนพงษ์กล่าว

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์
ส่วน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาให้ข้อมูลยืนยันเรื่องนี้เช่นกันว่า หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองบังคับการปราบปราม และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ลงพื้นที่ตรวจสอบพบล้งบางรายมีการกระทำผิด ตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
เบื้องต้น ตรวจพบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง (ล้งผลไม้) ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี 15 บริษัท ตั้งอยู่ในพื้นที่ ราชบุรี สมุทรสาคร ปทุมธานี และสมุทรปราการ โดยส่งรายชื่อนิติบุคคลนั้นให้หน่วยงานข้างต้นทั้ง 7 หน่วยดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ขณะเดียวกันได้พบบุคคลไทยที่เชื่อว่าอาจให้การสนับสนุนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีอีก 10 ราย ซึ่งกรมฯ ก็ส่งรายชื่อและข้อมูลให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

ศุภจี สุธรรมพันธุ์
ขณะที่ นายณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน ผู้บริหารบริษัท เอ็นซี โคโคนัท จำกัด และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า สนับสนุนให้ภาครัฐดำเนินการกับนอมินีที่ให้ทุนต่างชาติมาทำธุรกิจมะพร้าวน้ำหอม
อย่างไรก็ตาม ทุนต่างชาติที่เข้ามาร่วมกับคนไทยทำถูกต้องก็มี แต่ก็มีหลายรายที่อาศัยนอมินีคนไทยมาเช่าที่ดินปลูกมะพร้าวน้ำหอม อันนี้ยอมรับไม่ได้ ทราบว่าใน จ.ราชบุรี มีการเช่าที่ดินปลูกหลายพันไร่
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีบางส่วนที่ส่อว่าลักลอบผลิตน้ำมะพร้าวปลอม บริเวณจังหวัดราชบุรีและสมุทรสงคราม โดยเฉพาะบริเวณถนนธนบุรี-ปากท่อ จะพบว่ามีรถขนส่งน้ำมะพร้าวออกจากโรงงานจำนวนมาก ทั้งที่ไม่มีวัตถุดิบเข้าโรงงาน
นายณรงค์ศักดิ์ ยังยืนยันว่า "สำหรับเรื่องล้ง ควรจะมีการจัดระเบียบดูแลให้ชัดเจน และควรให้ อย. และหน่วยงานรัฐเข้าตรวจสอบมาตรฐานการผลิตอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด ส่วนล้งที่ไม่ยอมขึ้นทะเบียน หรือใช้ชื่อคนไทยเป็นนอมินีให้ทุนต่างชาติ ส่งผลเสียต่อระบบภาษีและสวัสดิการแรงงาน"
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังตามมาว่า การที่นอมินี 15 บริษัท (หรือน่าจะมีมากกว่านี้) เข้ามาทำธุรกิจในไทยอย่างสะดวกสบาย เป็นเพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องค่อยให้การสนับสนุนด้วย และปัญหาเรื่องนี้ถูกปล่อยค้างมานาน จนกลายเป็นปัญหาสะสม แบบที่เห็นและเป็นอย่างในขณะนี้
ล่าสุด มีรายงานว่า ในวันที่ 10 มีนาคม 2569 นี้ กองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) จะมีการเปิดเผยแถลงข่าวผลการตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง (ล้งผลไม้) ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี 15 บริษัท อย่างเป็นทางการ
รายละเอียดเป็นอย่างไร จับตาดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด




