สวนคำวินิจฉัยศาล รธน. ลาม! ไม่ใช่แค่ตีตกกรณีจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ปมถือครองหุ้น หจก.บุรีเจริญ! 'ศักดิ์สยาม' รอดคดีอาญาเข้าคู่เป็นสัญญาหน่วยงานรัฐรับงานคมนาคมพันล้านด้วย ป.ป.ช.ยกคำร้องไปแล้ว ตั้งแต่ช่วง ก.พ.69
สำนักข่าว Next news รายงานความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตีตกคดีกล่าวหา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินการถือครองหุ้นห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่านายศักดิ์สยาม ยังคงถือครองไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ตัวจริง

ภาพประกอบรายงาน
ป.ป.ช.สรุปผลสอบเบื้องต้น'ศักดิ์สยาม' ไม่จงใจปกปิดหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ
ย้อนคำวินิจฉัยศาลรธน. 'ศักดิ์สยาม’ เจ้าของตัวจริง หจก.บุรีเจริญฯ
หจก.บุรีเจริญฯ‘ศักดิ์สยาม’กวาดงานรัฐหลังพ้นรมต.อีก 46 โครงการ437.5 ล.
ล่าสุด แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยสำนักข่าว Next news ว่า ในส่วนของคดีอาญาที่เป็นผลพ่วงมาจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่านายศักดิ์สยาม ยังคงถือครองไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของ หจก.บุรีเจริญฯ ตัวจริง เรื่องการเข้าเป็นคู่สัญญาหน่วยงานภาครัฐ จากการที่หจก.บุรีเจริญฯ เข้าไปเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐสังกัดกระทรวงคมนาคม อาทิ แขวงการทางหลวงบุรีรัมย์ ,แขวงทางหลวงชนบทบุรีรัมย์ และการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตีตกยกคำร้องไปแล้ว ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาด้วย
คดีที่สองนี้เป็นเรื่องการกระทำอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม เนื่องจากการที่นายศักดิ์สยาม ยังคงเป็นเจ้าของ หจก.บุรีเจริญฯ มาโดยตลอด แต่ให้นายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ เข้ามาถือหุ้นแทน ปรากฎข้อมูลว่า ในช่วงนายศักดิ์สยาม ดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม และปฏิบัติหน้าที่ รมว.คมนาคม ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2562-วันที่ 3 มี.ค.2566 หจก.บุรีเจริญฯ ได้งานจากหน่วยงานของรัฐในช่วงปี 2563-2564 กว่า 1.1 พันล้านบาท รายได้ของ หจก.บุรีเจริญฯ ส่วนหนึ่งมาจากการเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐสังกัดกระทรวงคมนาคม อาทิ แขวงการทางหลวงบุรีรัมย์ ,แขวงทางหลวงชนบทบุรีรัมย์ และการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นต้น
ภายหลังจากที่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่านายศักดิ์สยาม ยังคงถือครองไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของ หจก.บุรีเจริญฯ ตัวจริง นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ไต่สวน มีการกระทำที่ขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม กรณี หจก.บุรีเจริญฯ เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 126 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 แล้ว ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 126 (1) ระบุว่า เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้น ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งมีอำนาจไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการกำกับ ดูแลควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี
(2) ระบุว่า เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งมีอำนาจไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี เว้นแต่จะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดไม่เกินจำนวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด
ทั้งนี้ ผลจากการที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ได้สรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้น ว่า นายศักดิ์สยาม ไม่ได้จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินการถือครองหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ เพราะเชื่อตามนายศักดิ์สยาม ที่อ้างว่าเพิ่งรู้ว่าหุ้นใน หจก.บุรีเจริญ เป็นของตนเองตอนที่ศาล รธน. มีคำวินิจฉัย เจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบเรื่องการกระทำอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ก็นำประเด็นนี้มาตั้งเป็นฐานในการพิจารณา ก่อนจะสรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้น ว่า นายศักดิ์สยาม ไม่ได้การกระทำอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม และมีการเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก่อนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีการพิจารณายกคำร้องตีตกข้อกล่าวหานี้ไปแล้ว ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตามที่ปรากฏเป็นข่าวข้างต้น




