News Logo
หน้าแรก
3 ป.รวบผู้ต้องหา คาของกลาง แอบอ้าง ป.ป.ช.เรียกเงินล้าน แลกหลุดคดี

3 ป.รวบผู้ต้องหา คาของกลาง แอบอ้าง ป.ป.ช.เรียกเงินล้าน แลกหลุดคดี

25 มี.ค. 2569 16:42
ผู้ชม 322 คน

3 ป.เปิดปฏิบัติการ "ล้วงคองูเห่า" รวบผู้ต้องหาที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. พฤติการณ์อ้างว่ามีเครือข่ายภายใน หวังเรียกรับเงินช่วยเหลือคดี เบื้องต้นเจ้าตัวเรียกรับเงินสูงถึง 15 ล้าน ก่อนจะตกลงกันที่ 3 ล้าน ต่อมาถูกซ้อนแผน จนท.รวบคาสำนักงานกรมฝนหลวงฯ พร้อมของกลางเป็นเงินสดมัดจำ 2 แสน

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยความร่วมมือกับ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ "ล้วงคองูเห่า" เข้าจับกุม นายศรายุทธ (ขอสงวนนามสกุล) ชายวัย 41 ปี ซึ่งแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และเรียกรับเงินสูงถึง 15 ล้านบาท เพื่อแลกกับการวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. โดยสามารถจับกุมได้ขณะกำลังรับเงินมัดจำภายในกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

ปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.7/2569 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2569

สำหรับพฤติการณ์ของนายศรายุทธ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 โดยได้ติดต่อผู้เสียหาย อ้างว่ามีคดีอยู่ในสารบบของสำนักงาน ป.ป.ช. และเสนอตัวช่วยเหลือให้หลุดพ้นจากคดี โดยอ้างว่าตนมีเครือข่ายภายในสำนักงาน ป.ป.ช. แต่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ในกรณีนี้ ผู้เสียหายคือนายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งกำลังถูก ป.ป.ช. ไต่สวนคดีเกี่ยวกับการแบ่งซื้อแบ่งจ้างโครงการปรับปรุงอาคารเมื่อปี 2565 นายศรายุทธได้ใช้ชื่อ "สุรชัย" ติดต่อทางโทรศัพท์และเข้าพบนายไพจิตรถึงที่ทำงาน โดยอ้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกรรมการ ป.ป.ช. และสามารถช่วยเหลือให้คดี "ตีตก" ได้

นายศรายุทธได้เข้าพบนายไพจิตรเพื่อเจรจาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือคดี โดยแจ้งว่ามีค่าใช้จ่ายจำนวน 15 กิโลกรัม หรือเป็นเงิน 15,000,000 บาท สำหรับผู้ถูกกล่าวหาในคดีทั้ง 3 ราย (รายละ 5,000,000 บาท) พร้อมทั้งนำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสำนวนการไต่สวนมาแสดงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หลังจากเจรจาต่อรอง นายศรายุทธยอมตกลงเรียกรับเงินจำนวน 3,000,000 บาท (รายละ 1,000,000 บาท) และกำหนดให้จ่ายเป็นเงินสดล่วงหน้า 2,000,000 บาท

เบาะแสและการวางแผนจับกุม

ผู้เสียหายซึ่งยืนยันว่าการกระทำของตนและพวกเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการและไม่มีเจตนาทุจริต ไม่เชื่อในพฤติการณ์ดังกล่าว จึงได้แจ้งเบาะแสไปยังสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษของ ป.ป.ช. เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช., บก.ปปป. และสำนักงาน ป.ป.ท. จึงได้วางแผนร่วมกับผู้เสียหายเพื่อนัดหมายให้นายศรายุทธมารับเงินสดเป็นเงินมัดจำบางส่วนจำนวน 200,000 บาท ในวันนี้ (25 มีนาคม 2569) ที่ห้องทำงานรองอธิบดีกรมฝนหลวงฯ และดำเนินการจับกุมตัวทันที

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ เจ้าหน้าที่นำโดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป., พ.ต.อ.ภานุมาศ แสงส่ง ผกก.1 บก.ปปป. พร้อมด้วยนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. และ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการ ป.ป.ท. ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายศรายุทธ ภายในกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นอกจากการจับกุมแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้นำหมายค้นของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ ค.1/2569 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2569 เข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 34/32 ซอยประชาอุทิศ 54 แยก 13 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

ข้อกล่าวหาและขั้นตอนทางกฎหมาย

นายศรายุทธถูกตั้งข้อหาในความผิดฐานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาลโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด และฐานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 175 ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 โดยได้นำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

เบื้องหลังคดีกรมฝนหลวงฯ

อนึ่งคดีของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรที่นายศรายุทธแอบอ้างนั้น สืบเนื่องจากการปรับปรุงสถานที่ชั้น 6 ของกรมฝนหลวงฯ เมื่อปี 2565 ก่อนที่จะมีการร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้เรื่องยังอยู่ระหว่างการสอบสวนชั้นต้นของ ป.ป.ช. และยังไม่มีการตัดสินว่าผลจะออกมาอย่างไร อีกทั้งมูลค่าการก่อสร้างก็ไม่ได้มีมูลค่ามากถึง 15 ล้านบาทตามที่ถูกเรียกรับ

นายศรายุทธให้การรับสารภาพ อ้างว่าเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างและกำลังขัดสนเรื่องเงิน มีเพื่อนชักชวนให้มาทำ โดยจะได้ค่าจ้าง 1-2 หมื่นบาท

ด้านนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวว่า การไต่สวนของ ป.ป.ช. เกือบทุกเรื่องจะมีการเปิดเผยข้อมูล รวมถึงเอกสารที่เผยแพร่เป็นเพียงการพิจารณาขั้นต้นเท่านั้น ยังต้องมีขั้นตอนอีกหลายอย่างกว่าจะสิ้นสุดเรื่อง ทำให้มิจฉาชีพสามารถนำเอกสารดังกล่าวไปใช้ในการกระทำผิดได้

สำนักงาน ป.ป.ช. ขอแจ้งเตือนประชาชน หากพบเห็นการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. หรือการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถแจ้งเบาะแสไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 1205 เว็บไซต์ www.nacc.go.th หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ

อนึ่งการจับกุมครั้งนี้ สำหรับในส่วนงานของ ป.ป.ช.เกิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ และนายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ไปดำเนินการ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว
เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว