ป.ป.ช. สนธิกำลัง ตร. รวบอดีตเจ้าพนักงานการเงิน ศาลหนองบัวลำภู ผู้ต้องหา โดน ป.ป.ช.ชี้มูล ช่วง ก.ค. 67 คดียักยอกเงินหลวง หลังหนีกบดานเกาหลีใต้
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสบความสำเร็จในการติดตามจับกุมนางสาวนพรัตน์ คำพิไล อดีตเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ในคดีทุจริตยักยอกเงินหลวง หลังหลบหนีคดีไปต่างประเทศ
การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากมติชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อครั้งนางสาวนพรัตน์ คำพิไล ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและการบัญชีชำนาญงาน สำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดหนองบัวลำภู โดยถูกกล่าวหาว่าในฐานะเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ ได้เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต หรือยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นไปโดยทุจริต. พฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับการแก้ไขข้อความในตั๋วเงินซึ่งใช้ในราชการ เพื่อให้ตนเองกับพวกเป็นผู้มีสิทธิรับเงินโดยมิชอบ.
หลังจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดและมีการออกหมายจับของศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ จ.130/2567 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ข้อมูลทางการสืบสวนของสำนักงาน ป.ป.ช. พบว่านางสาวนพรัตน์ฯ ได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปยังสาธารณรัฐเกาหลี. ด้วยเหตุนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. จึงได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะสำนักงานกลางแห่งชาติ ตำรวจสากลกรุงเทพฯ เพื่อขอความร่วมมือในการติดตามจับกุมผู้ถูกกล่าวหาและนำตัวส่งกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย.
ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานได้นำไปสู่การผลักดันและส่งตัวนางสาวนพรัตน์ฯ กลับประเทศไทย โดยนางสาวนพรัตน์ฯ เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ทันทีที่เดินทางถึง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจากกองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งได้สนธิกำลังร่วมกัน ได้เข้าแสดงหมายจับและจับกุมตัวนางสาวนพรัตน์ฯ.
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาที่ปรากฏตามหมายจับให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมายอย่างครบถ้วน. นอกจากนี้ การดำเนินการยังเป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565. หลังจากนั้น นางสาวนพรัตน์ฯ ได้ถูกนำตัวไปทำบันทึกจับกุม และจะถูกส่งตัวไปยังสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 4 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป




