ป.ป.ช. สนธิกำลังหลายหน่วยงานเปิดปฏิบัติการ "ตัดบัตรกรุงเก่า" รวบปลัดอำเภอวังน้อยพร้อมพวกรวม 6 ราย ทุจริตทำบัตรประชาชนบุคคลไร้สัญชาติ พฤติการณ์สมคบกลุ่มนายหน้า-เจ้าบ้าน รับรองต่างด้าวเป็นเท็จ อ้างมีที่อยู่ในวังน้อย
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้สนธิกำลังร่วมกับกรมการปกครอง, กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการ "ตัดบัตรกรุงเก่า" เพื่อปราบปรามขบวนการทุจริตในการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยผลการปฏิบัติการดังกล่าวได้นำไปสู่การจับกุมปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) ของอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกับพวกรวม 6 ราย ณ ที่ว่าการอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อกล่าวหาฐานเป็นเจ้าพนักงานหรือเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานผู้ใดทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50
คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากการสืบสวนดำเนินการจากการที่ บก.ปปป. ได้ส่งรายงานการตรวจสอบเบื้องต้นมายัง ป.ป.ช. หลังจากได้รับประสานจาก ป.ป.ท. เกี่ยวกับการออกบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยจำนวนมากอย่างผิดปกติในพื้นที่อำเภอวังน้อย ป.ป.ช. จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในสังกัดสำนักทะเบียนอำเภอวังน้อย จากการตรวจสอบพบว่ามีกลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าหาคนต่างด้าวจากภายนอกพื้นที่เข้ามาจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อายุไม่เกิน 15 ปี และไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาให้การรับรองการทำบัตร
กลุ่มนายหน้าได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอวังน้อย และบุคคลซึ่งเป็นเจ้าบ้าน โดยเจ้าบ้านยินยอมให้เพิ่มชื่อคนต่างด้าวเข้าในทะเบียนบ้านของตน และให้การรับรองอันเป็นเท็จว่าบุคคลเหล่านั้นมีถิ่นที่อยู่ในอำเภอวังน้อย นอกจากนี้ยังพบว่าบ้านบางหลังเป็นบ้านร้างที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยจริง หลังจากได้รับบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยแล้ว กลุ่มคนต่างด้าวดังกล่าวจะย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านทันทีและเดินทางออกนอกพื้นที่เพื่อไปประกอบอาชีพในพื้นที่อื่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่แท้จริงคือการทำบัตรเท่านั้น การตรวจสอบเบื้องต้นยังพบว่าเจ้าบ้านที่ยินยอมให้ใช้ทะเบียนบ้านจะได้รับการติดต่อจากปลัดอำเภอหรือลูกจ้างของสำนักทะเบียนอำเภอวังน้อยให้ไปลงลายมือชื่อในเอกสาร และจะได้รับค่าตอบแทนจำนวน 1,000 - 3,000 บาทต่อราย
ในคดีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติส่งเรื่องคืนให้ บก.ปปป. ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ซึ่งต่อมา บก.ปปป. ได้บูรณาการสืบสวนขยายผลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การอนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอวังน้อย กลุ่มนายหน้า และบุคคลที่เป็นเจ้าบ้าน รวม 6 ราย ในวันนี้ หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 โดยได้นำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อนึ่ง ปฏิบัติการ "ตัดบัตรกรุงเก่า" ในส่วนงานของ ป.ป.ช. อยู่ภายใต้การอำนวยการของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยมอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ, นายปริญญา วิกุลศิริรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ป.ป.ช. ไปสนธิกำลังกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาหรือจำเลยคดีนี้ยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด










