"...ภารกิจครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญที่กำหนดอนาคตประเทศไทยเพราะต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐทุกแห่งในการยกเครื่องระบบราชการปรับเปลี่ยนกติกาการใช้อำนาจรัฐ และกำหนดบทบาทใหม่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการบริการประชาชน..."
หมายเหตุ สำนักข่าว Next News : เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 คณะทำงาน Zero Corruption : “กกร. ไม่ทน” ออกบทความเรื่อง ประเทศไทยต้องทำอย่างไรเรื่องคอร์รัปชัน เพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้สำเร็จ ตอนที่สอง “ใครต้องทำอะไร เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย”

ภาพประกอบรายงาน
โดยมีเนื้อหาว่า เพื่อให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ตามเป้าหมาย รัฐบาลได้แบ่งภารกิจแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันออกเป็นสองกลุ่มภารกิจ
-ภารกิจแรก : ปราบปรามสินบนในการค้าและการทำธุรกิจระหว่างประเทศ
Bribery in International Business Transactions
สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นเจ้าภาพในประเด็นการปราบปรามสินบนในการค้าและการทำธุรกิจระหว่างประเทศ
1. เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการให้สินบนต่างประเทศ
สมัครเป็น“ภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศในการทำธุรกรรมทางธุรกิจระหว่างประเทศ” (OECD Anti-Bribery Convention) ตามเงื่อนไขที่ OECD กำหนดก่อนเข้าเป็นสมาชิก โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแล้วเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568
2. ปรับปรุงกฎหมาย ป.ป.ช.
ปรับปรุงกฎหมายป.ป.ช. มาตรา 176 เรื่องการเอาผิดนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ให้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3. ผลักดันมาตรการผ่อนผันโทษ (Leniency Program)
เพื่อจูงใจให้ผู้กระทำผิดบางรายออกมาให้ข้อมูลหรือสารภาพผิดแลกกับการยกเว้นหรือลดโทษทางอาญาแต่อาจเพิ่มโทษทางเศรษฐกิจอย่างเหมาะสมต่อนิติบุคคลที่กระทำผิด
4. แนวปฏิบัติที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
• ลงโทษผู้กระทำผิดทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และบริษัทมหาชน ทั้งทางแพ่ง อาญา และมาตรการทางปกครอง เช่น Black List หรือสั่งหยุดกิจการ
• ส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดี เช่น No Gift Policy และการดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานของแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)
• จัดทำรายงานความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยง เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่คอร์รัปชัน พร้อมเปิดเผยข้อมูลให้ตรวจสอบได้
• ขยายความร่วมมือระหว่างประเทศในการควบคุมและลงโทษการกระทำผิด เช่น สินบนข้ามชาติ การฟอกเงิน และการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
-ภารกิจที่สอง : ผลักดันให้เกิดธรรมาภิบาลภาครัฐ (Public Governance)
สำนักงาน ก.พ.ร. ได้รับมอบหมายให้ผลักดันธรรมาภิบาลภาครัฐ ยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ ลดคอร์รัปชัน และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักลงทุน
กลไกสำคัญประกอบด้วยการพัฒนาระบบบริการประชาชน ยกระดับการเปิดเผยข้อมูล พัฒนากฎหมาย ปฏิรูปกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และฟื้นฟูหลักนิติรัฐ
ภารกิจครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญที่กำหนดอนาคตประเทศไทยเพราะต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐทุกแห่งในการยกเครื่องระบบราชการปรับเปลี่ยนกติกาการใช้อำนาจรัฐ และกำหนดบทบาทใหม่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการบริการประชาชน
-บทบาทของสำนักงาน ป.ป.ท.
สำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับมอบหมายให้จัดทำ “รายงานการวิเคราะห์และประเมินระบบความซื่อตรงของภาครัฐ” (Integrity Review) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ OECD ใช้ในการวิเคราะห์และทำความเข้าใจระบบความซื่อตรงภาครัฐของประเทศต่าง ๆ
-บทสรุป
สิ่งที่ประเทศไทยต้องดำเนินการยังมีอีกหลายประการ เพื่อให้ได้รับการยอมรับเข้าเป็นสมาชิก OECD อย่างสง่างาม
ประเด็นสำคัญที่ยังต้องผลักดันเพิ่มเติม
• มาตรการให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสาธารณะของรัฐ
• การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ
• พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ
• กฎหมายว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์
• กฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP Law)
• ยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลนำจับแก่เจ้าหน้าที่รัฐทั้ง 147 ประเภท
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Corruption Watch แชตฟ้องโกงทันใจ เพื่อให้ประชาชนและชาวต่างชาติที่ถูกเรียกรับสินบนหรือพบเห็นพฤติกรรมคอร์รัปชัน สามารถร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และติดตามผลได้
“ประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นสมาชิก OECD ได้สำเร็จ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เปิดโอกาสให้เกิดการทุจริต”




