"...หลักฐานสำคัญที่ สตง. ตรวจสอบพบหลังจากติดตามสอบถามผู้มีรายชื่อเข้าร่วมการอบรมที่มีการเบิกจ่ายเงินให้ พบว่ามีหลายรายไม่ได้มาเข้าร่วมอบรมด้วย ไม่ได้พักค้างคืน ไม่ได้ลงลายมือชื่อ ไม่ได้รับเงิน ขณะที่บางรายเป็นผู้ป่วยติดเตียง เป็นผู้พิการ และป่วยทางจิต บางรายทำงานอยู่ในต่างประเทศ ..."
"ข้าพเจ้าขอชี้แจงและขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับโครงการที่ตกเป็นข่าวดังกล่าว กล่าวคือ โครงการอบรมและส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพในภาคเกษตรกรรม ปีงบประมาณ 2564 และโครงการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมและสมุนไพรสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและสุขภาพสู่ชุมขนเพื่อสร้างมูลค่าในภาระวิกฤตโควิด -19 ปีงบประมาณ 2565 "
"โดยหลังจากที่มหาวิทยาลัยได้รับแจ้งผลการตรวจสอบโครงการฯ จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 4 แล้ว ข้าฯ ก็มิได้เพิกเฉยในการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และสรุปผลการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว โดยได้มีการลงโทษทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงได้รายงานผลการสอบสวนวินัย ไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตั้งแต่ปี 2568 ตลอดจนได้มีหนังสือรายงานผลไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลมหาวิทยาลัย ตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว"
คือ คำชี้แจงของ รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) ที่ให้ต่อสำนักข่าว Next News ภายหลังนำเสนอข่าวว่าในช่วงปีงบประมาณ 2567 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ในโครงการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร การประชุมสัมมนา การศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและค่าตอบแทนของหน่วยงานภาครัฐ หลังได้รับการร้องเรียนเข้ามา ผลการตรวจสอบพบข้อบกพร่องจำนวน 52 รายงาน รวม 39 หน่วยงาน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายและมีข้อเสนอแนะให้เรียกคืนเงินรวมทั้งสิ้น 124.22 ล้านบาท
อ่านข่าวต้นเรื่อง : ได้มาแล้ว! ชื่อ 39 หน่วยงาน จัดอบรม-เบิกจ่ายเท็จ สตง.สั่งชดใช้ 124 ล.
ขณะที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) ปรากฏชื่อเป็น 1 ใน 39 หน่วยงาน ถูกสตง. ตรวจสอบพบปัญหาจำนวน 2 กรณี ได้แก่ การเบิกค่าใช้จ่ายฝึกอบรม, โครงการอบรมส่งเสริมพัฒนายกระดับทักษะอาชีพ

ภาพประกอบรายงาน
ข้อมูลที่ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นทางการ คือ ผลการตรวจสอบ สตง. เกี่ยวกับทั้ง 2 โครงการข้างต้น ว่ามีรายละเอียดเป็นอย่างไร?
สำนักข่าว Next News ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกมานำเสนอ ณ ที่นี้
@ กรณีการเบิกค่าใช้จ่ายฝึกอบรม
ประเด็นตรวจสอบ เป็นกรณีปัญหาการเบิกค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมและสมุนไพรสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและสุขภาพสู่ชุมชนเพื่อสร้างมูลค่าเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในภาวะวิกฤตโควิด -19 ปีงบประมาณ 2565 วงเงินงบประมาณ 368,054,000 บาท
โครงการมีการจัดฝึกอบรมให้กับกลุ่มเกษตรกร และชุมชน จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 37,000 คน มีค่าใช้จ่ายการจัดซื้อวัสดุสำหรับใช้ในการฝึกอบรม และวัสดุเพื่อเป็นปัจจัยการผลิตสำหรับแจกจ่ายให้ผู้เข้ารับการอบรม ตามวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ และค่าใช้จ่ายการจัดฝึกอบรมได้ยืมเงินราชการเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรมจำนวน 5 งวด เป็นเงิน 78,917,002 บาท ซึ่งได้คัดเลือกตรวจสอบหลักฐานการจ่ายเพื่อส่งใช้คืนเงินยืมค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมงวดที่ 1 จำนวน 24,461,262 บาท และงวดที่ 2 จำนวน 10,282,200 บาท รวม 2 งวด เป็นเงิน 34,743,462 าท จำนวนผู้อบรม 18,000 คน
พบว่าการจัดทำหลักฐานการจ่ายเพื่อส่งใช้คืนเงินยืมค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมระบุจำนวนผู้เข้าอบรม จำนวนวันที่ใช้อบรม สถานที่อบรม และจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรมไม่ตรงตามความเป็นจริง จัดทำเอกสารการจ่ายค่าใช้จ่ายในการอบรมรุ่นละ 2 วัน แต่จัดอบรมจริงเพียงรุ่นละ 1 วัน ขณะที่การจัดอบรมบางส่วนไม่ได้มีการจัดจริง
โดยหลักฐานสำคัญที่ สตง. ตรวจสอบพบหลังจากติดตามสอบถามผู้มีรายชื่อเข้าร่วมการอบรมที่มีการเบิกจ่ายเงินให้ พบว่ามีหลายรายไม่ได้มาเข้าร่วมอบรมด้วย ไม่ได้พักค้างคืน ไม่ได้ลงลายมือชื่อ ไม่ได้รับเงิน ขณะที่บางรายเป็นผู้ป่วยติดเตียง เป็นผู้พิการ และป่วยทางจิต บางรายทำงานอยู่ในต่างประเทศ
ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านบางราย ให้ข้อมูลยืนยันกับสตง.ว่า ได้ไปรวมอบรมที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา ในช่วงเช้ากลับตอนบ่าย โดยคนที่ไปจะได้รับเงินคนละ 300 บาท หลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ มทร.อีสานนำอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน โดยไม่มีการอบรมแต่อย่างใด
สอดคล้องกับ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอีกราย ที่ยืนยันว่า ไปเข้าร่วมอบรมด้วย แต่ไม่เต็มวัน มีแจกข้าวกล่อง 1 กล่อง หลังจากนั้นได้มีการนำอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ที่ศาลประชาคมหมู่บ้าน และก็ไม่ได้ทำอะไรต่อ
ส่วนวิทยากร ที่ทำหน้าที่ในการฝึกอบรมก็พบว่า มีการลงชื่อในใบสำคัญรับเงินไม่ตรงตามความเป็นจริง อ้างว่าทำหน้าที่ทุกวัน แต่ในความเป็นจริงมีการใช้สถานที่จัดอบรมจริงเพียงแค่ 1 วัน
ด้านเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ให้ถ้อยคำยืนยันว่า การจัดอบรมดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบปฏิบัติ มีการจัดฝึกอบรมตามรายชื่อผู้เข้ารับการอบรมจริง แต่อาจจะมีกลุ่มผู้เข้ารับการอบรมบางส่วนเดินทางกลับก่อน จึงทำให้เมื่อเจ้าหน้าที่ สตง. ไปตรวจสอบอาจได้รับคำตอบว่าจากผู้เข้ารับการอบรมบางรายว่า ไม่ได้เข้าอบรมจริง
เบื้องต้น สตง. ได้สรุปรายงานผลการสอบสวน แจ้งให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ จำนวน 4 ราย แยกเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ดูแลด้านการเบิกจ่ายเงิน จำนวน 1 ราย และอีก 3 ราย ในฐานะวิทยากรของมหาวิทยาลัย
พร้อมแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ดี ยังไม่มีข้อมูลว่า ป.ป.ช.รับเรื่องเข้าสู่กระบวนการสอบสวน และมีการชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องไปแล้วหรือไม่

อินโฟ:ปัญหาโครงการอบรม มทร.อีสาน
อนึ่ง ข้อมูลผลการตรวจสอบโครงการฯ ในส่วนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) ยังไม่จบ ยังมีอีกกรณี คือ โครงการอบรมส่งเสริมพัฒนายกระดับทักษะอาชีพ
รายละเอียดเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป
อ่านข่าวซีรีส์ทั้งหมด
สตง.พบ39 หน่วยงาน ใช้งบอบรม-สัมมนามิชอบ-เบิกจ่ายเท็จ รัฐเสียหาย 124 ล.
แฉสารพัดเล่ห์ 39 หน่วยงาน จัดอบรม-เบิกจ่ายเท็จ สตง.สั่งชดใช้ 124 ล.
ได้มาแล้ว! ชื่อ 39 หน่วยงาน จัดอบรม-เบิกจ่ายเท็จ สตง.สั่งชดใช้ 124 ล.
ประเดิมกรมอุตุฯ! สตง.ส่งป.ป.ช.ฟันอดีตอธิบดีเบิกค่าเดินทางมิชอบ 1 หมื่น
แห่งที่2! สตง.ฟัน นาวิกโยธิน 60 ราย เบิกค่าเดินทางเท็จ 48 ล้าน
กองทัพเรือแจง 60 นาวิกโยธินเบิกค่าเดินทางเท็จ 48 ล.สอบทันที-ลงโทษแล้ว
มทร.อีสาน แจงปม สตง.สั่งชดใช้เอี่ยว 'อบรมเท็จ' ยันสอบสวน-ฟัน จนท.แล้ว




