ก.ต.เผยมติพิจารณาผลสอบวินัยข้าราชการตุลาการ 3 ราย พบให้คำปรึกษาคู่ความ ทุจริตเบิกค่าทำงานล่วงเวลา จัดหาทนายให้จำเลย มีมติลงโทษตั้งแต่งดเลื่อนตำแหน่งจนถึงให้ออกราชการ/ไล่ออก บางรายหมดสิทธิขึ้นเป็นผู้พิพากษาอาวุโส/หัวหน้าศาลหลังถูกสอบสวนทางวินัย
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ได้เผยแพร่ข่าวผลประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ครั้งที่ 13/2569 ซึ่งมีการพิจารณารายงานผลการสอบสวนข้าราชการตุลาการจำนวน 3 ราย
รายแรก กรณีให้คำปรึกษาคดีแก่บุคคลอื่นซึ่งเป็นคู่ความในคดี เป็นการกระทำอันเป็นการกระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่หรืออาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ และเป็นการไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนประเพณีปฏิบัติของทางราชการ โดยมีมติว่ากรณีเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ลงโทษงดเลื่อนตำแหน่งหรืองดเลื่อนเงินเดือน เป็นเวลา 3 ปี แล้วแต่กรณีใดถึงก่อน แต่เห็นสมควรงดโทษ เนื่องจากพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการไปแล้ว ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 75 วรรคสอง
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ข้าราชการตุลาการรายนี้ เป็นอดีตหัวหน้าอุทธรณ์ ขณะถูกสอบสวนเป็นผู้พิพากษาระดับสูง เมื่ออายุครบ 65 ปี จะได้เป็นผู้พิพากษาอาวุโส แต่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย คณะกรรมการตุลาการจึงไม่ให้ขึ้นเป็นผู้พิพากษาอาวุโส
รายสอง กรณีถูกกล่าวหาว่าไม่มาปฏิบัติงานนอกเวลาราชการเพื่อการออกหมายค้นและหมายจับ แต่ได้ลงลายมือชื่อในบัญชีการลงเวลาปฏิบัติราชการฯ แล้วรับเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ อันเป็นการละทิ้งหน้าที่ราชการ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ และไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนประเพณีปฏิบัติของทางราชการ โดยมีมติว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ลงโทษให้ออกจากราชการ
โดยอดีตข้าราชการตุลาการรายนี้ เป็นผู้พิพากษาที่ได้รับเลื่อนตำแหน่งหัวหน้าศาลต่างจังหวัด แต่ถูกสอบสวนทางวินัยก่อน จึงไม่ได้รับเลื่อนตำแหน่ง
รายสาม เป็นอดีตข้าราชการตุลาการ 1 ราย กรณีมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยเป็นผู้จัดหาทนายความให้แก่จำเลยในคดีของศาลแห่งหนึ่ง และมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาปกป้องทรัพย์สินและดำเนินคดี โดยมีการเรียกค่าดำเนินการจากผู้ร้อง อันเป็นเหตุให้ประชาชนทั่วไปเสื่อมศรัทธาต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของสถาบันศาลยุติธรรม เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง โดยมีมติว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ลงโทษไล่ออกจากราชการ
สำหรับข้าราชการรายนี้ เป็นอดีตหัวหน้าคณะชั้นต้น

เอกสารข่าว ก.ต.




