“พงศกร-กิจ” เปิดหน้า ยอมรับเป็นบุคคลในคลิปเสียงถูกโยงคดีทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่น ยกมือไหว้ขอโทษ “ทรงศักดิ์” ยันทั้งตนและรองนายกฯไม่มีส่วนรู้เห็นโกงสอบ ชี้หลักฐานที่สังคมรับรู้ตอนนี้เป็นเพียงคลิปเสียงเท่านั้น จ่อดำเนินคดี “ส้ม”-คนปล่อยคลิป
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่านายพงศกร เสาร์ทน หรือ "กิจ" อดีต สส. และเป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิปเสียงการสนทนาซึ่งถูกเชื่อมโยงกับคดีทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่น ได้เดินทางพร้อมด้วยนายยุทธพงศ์ เพชรโชติ ทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงตัวตนและยืนยันความบริสุทธิ์ใจ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่ โดยภายหลังใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการพบพนักงานสอบสวน นายพงศกรเปิดเผยว่า การเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อต้องการยืนยันว่าตนเป็นบุคคลในคลิปเสียงจริง และเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อพนักงานสอบสวน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบแต่อย่างใด
นายพงศกรกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ให้เหตุผลทั้งหมดต่อพนักงานสอบสวนแล้วว่าเหตุใดจึงมีการเอ่ยชื่อบุคคลต่างๆ ในคลิป และยังได้ยกมือไหว้ขอโทษ พร้อมกล่าวขออภัยต่อ นายทรงศักดิ์ ทรงศรี รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกพาดพิงในคลิปเสียง โดยยืนยันว่านายทรงศักดิ์ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตสอบแต่อย่างใด เช่นเดียวกับตนเองที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ พร้อมระบุว่า หลักฐานที่สังคมรับรู้ในขณะนี้เป็นเพียงคลิปเสียง ในขณะที่คดีทุจริตเพิ่งมีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายพงศกรยืนยันความพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ พร้อมเตรียมดำเนินคดีกับ "คุณส้ม" กรณีที่มีการนำบทสนทนาส่วนตัวระหว่างคนสองคนไปเผยแพร่สู่สาธารณะ จนก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงและเจตนาของผู้เผยแพร่คลิป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงคลิปเสียงที่หลุดออกมา นายพงศกรระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงปลายปีที่ผ่านมา และยืนยันว่าไม่มีการต่อรองผลประโยชน์หรือแสวงหาผลประโยชน์จากการสนทนาดังกล่าว สำหรับเหตุผลที่พูดข้อความต่างๆ ในคลิปนั้น ได้ให้การไว้กับพนักงานสอบสวนแล้ว เนื่องจากเป็นประเด็นที่อยู่ในสำนวนคดี จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ในส่วนกรณีที่คุยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า การสนทนาในคลิปมีจุดประสงค์เพื่อนำข้อมูลไปส่งต่อให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบนั้น นายพงศกรระบุว่า ได้ให้รายละเอียดไว้แล้วในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ และขอไม่กล่าวซ้ำ เพราะขณะนี้คดีเข้าสู่กระบวนการกฎหมายแล้ว พร้อมย้ำว่า "ความจริงมีหนึ่งเดียว" และอยากให้สังคมติดตามข้อเท็จจริงที่จะปรากฏในภายหลัง รวมถึงต้องการให้มีการเปิดโปงขบวนการทุจริตทั้งหมด
นายพงศกรยังยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักหรือพูดคุยกับนายทรงศักดิ์เป็นการส่วนตัว และการออกมาแถลงชี้แจงครั้งนี้ก็เพื่อแสดงความเสียใจและขออภัยที่ทำให้รองนายกรัฐมนตรีได้รับผลกระทบจากการถูกพาดพิงในคลิป ส่วนความสัมพันธ์กับ "คุณส้ม" นายพงศกรระบุว่า รู้จักกันจากการมีผู้แนะนำ และพบพูดคุยกันเพียงครั้งเดียว ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แม้ลักษณะการสนทนาในคลิปจะดูสนิทสนม แต่เป็นเพราะตนเป็นคนพูดคุยกับผู้อื่นได้ง่าย ส่วนรายละเอียดว่าใครเป็นฝ่ายติดต่อใคร และรายละเอียดการพูดคุย ขอให้เป็นข้อมูลในสำนวนคดี
นายพงศกรยังกล่าวกับนักข่าวเชิงเปรียบเทียบว่า "พี่เป็นคนที่พูดจาแล้วก็สนิทกับทุกคนไวนะ เพราะฉะนั้นน้ำเสียงเรานี่มันฟังแล้วดูอบอุ่น" พร้อมหันกลับมาถามนักข่าวว่า "เราสนิทกันหรือยัง ถ้ายังไม่สนิท มันต้องพูดเยอะกว่านี้ ถ้าสนิทเราค่อยพูดเยอะกว่านี้"
นอกจากนี้ นายพงศกรยังระบุว่า ไม่ทราบสถานะที่ชัดเจนของ "คุณส้ม" แต่ยืนยันว่าเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริง ไม่ใช่ AI และยอมรับว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นเสียงของตนเอง พร้อมย้ำอีกครั้งว่าออกมาเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการพาดพิงบุคคลสำคัญจนได้รับความเสียหาย
ด้านนายยุทธพงศ์ เพชรโชติ ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อบุคคลใด แต่เป็นการเข้าให้ข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้รวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบว่าใครเป็นผู้บันทึกหรือเผยแพร่คลิป รวมถึงพิจารณาว่ามีเจตนาทำให้นายพงศกรได้รับความเสียหายหรือไม่ หากพบว่ามีผู้กระทำความผิด ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับทุกคนที่เกี่ยวข้องทันที ทนายความระบุเพิ่มเติมว่า ส่วนคดีที่นายทรงศักดิ์มาแจ้งความต่อนายพงศกรเมื่อวานนี้ ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายพงศกร เนื่องจากการเข้าพบครั้งนี้เป็นการเดินทางมาด้วยตนเอง ไม่ได้เข้าพบตามหมายเรียก มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงตัว ยืนยันว่าไม่หลบหนี และพร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการสอบสวนอย่างเต็มที่
ทั้งนี้นายพงศกรยืนยันอีกครั้งว่า ไม่มีส่วนพัวพันกับการทุจริตสอบบรรจุ และไม่ได้มีผู้ใดเอ่ยชื่อตนในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิด พร้อมระบุว่าตนอยู่ในแวดวงการเมือง จึงรู้จักนักการเมืองท้องถิ่นจำนวนมาก แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็พร้อมเข้าพบเจ้าหน้าที่และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งยืนยันว่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกให้ไปให้ข้อมูล ก็พร้อมให้ความร่วมมือทุกประการ
ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายพงศกรว่า การกระทำในวันนี้เป็นการแก้เกี้ยวหรือไม่ นายพงศกรตอบว่า "ใครจะมาแก้เกี้ยวในลักษณะแบบนี้ ถ้ากระทำผิดจริง คนจะกล้ามาแสดงตนหรือ"
ส่วนจะแจ้งความกับเพจที่ปล่อยคลิปเสียงด้วยหรือไม่นั้น นายพงศกรตอบว่า "เดี๋ยวว่ากัน" เมื่อถามว่านายทรงศักดิ์มีการพูดถึงนายพงศกร ได้เห็นหรือไม่ นายพงศกรตอบว่า "เห็นแล้ว"
ส่วนจะกังวลหรือไม่ว่าจะถูกตามเช็คบิลย้อนหลัง นายพงศกรตอบเพียงว่า "ก็นิดหนึ่ง"




