News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช. ชี้มูลอดีตนายกเทศฯทะเลน้อย เปลี่ยนวิธีจัดจ้างเพื่อเอื้อญาติ

ป.ป.ช. ชี้มูลอดีตนายกเทศฯทะเลน้อย เปลี่ยนวิธีจัดจ้างเพื่อเอื้อญาติ

6 ก.ค. 2569 15:16
ผู้ชม 95 คน

ป.ป.ช.ชี้มูล 'คณนาถ หมื่นหนู' อดีตนายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย-พวก จงใจเปลี่ยนวิธีจัดจ้าง โครงการทำแนวเขตทะเลน้อย จากวิธีสอบราคาเป็นจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้เครือญาติ

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2569 นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายคณนาถ หมื่นหนู เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง กับพวก กรณีดำเนินการจัดจ้างโครงการทำแนวเขตทะเลน้อยและปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อรองรับตลาดน้ำทะเลน้อย หมู่ที่ 1 และ 4 ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เมื่อปีงบประมาณ 2555 โดยจงใจเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างจากวิธีสอบราคาเป็นโดยวิธีพิเศษ โดยมิชอบ และดำเนินโครงการดังกล่าวรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่สาธารณประโยชน์เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย โดยไม่ได้มีการขอใช้พื้นที่

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2555 เทศบาลตำบลทะเลน้อยได้ดำเนินการจัดจ้างโครงการทำแนวเขตทะเลน้อยและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อรองรับตลาดน้ำทะเลน้อย ในพื้นที่หมู่ที่ 1 และ 4 กำหนดราคากลางจำนวน 1,220,000 บาท ซึ่งนายคณนาถ  หมื่นหนู นายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย ได้อนุมัติให้ดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีสอบราคา ปรากฏว่ามีผู้สนใจซื้อซอง 2 ราย และมีผู้ยื่นซองสอบราคา 1 ราย จากนั้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2555 คณะกรรมการเปิดซองตรวจสอบพบว่าผู้ยื่นซองยื่นเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ เห็นควรดำเนินการประกาศสอบราคาใหม่ แต่นายคณนาถ  หมื่นหนู กลับอนุมัติให้ดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ ทั้งที่ไม่มีเหตุจำเป็นและมิใช่เป็นงานที่ต้องกระทำโดยด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535

และวันที่ 21 สิงหาคม 2555 นายคณนาถ  หมื่นหนู นายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย ได้ลงนามในประกาศดำเนินโครงการดังกล่าว กำหนดให้ผู้สนใจยื่นใบเสนอราคาในวันที่ 24 สิงหาคม 2555 โดยนายคณนาถ  หมื่นหนู เป็นผู้กำหนดวันเวลาและรายละเอียดในการยื่นเสนอราคา ซึ่งมีระยะเวลากระชั้นชิดเพียง 3 วัน และไม่ระบุคุณสมบัติของผู้เสนอราคาและผลงานก่อสร้างไว้

นอกจากนี้นายคณนาถ หมื่นหนู จะเป็นผู้พิจารณากำหนดผู้ที่จะเชิญมาเสนอราคาเอง ซึ่งในโครงการนี้เทศบาลตำบลทะเลน้อยไม่ได้มีหนังสือเชิญผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงให้มาเสนอราคา แต่ปรากฏว่านายมงคล หรือชยวัฒน์  พงศ์อรุณรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท หยกเพชรพัทลุงรุ่งเรือง จำกัด และเป็นกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทได้เพียงผู้เดียว ได้มาติดต่อยื่นแบบใบเสนอราคาเพียงรายเดียว

ต่อมานายคณนาถ หมื่นหนู นายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย ได้เห็นชอบให้จัดจ้างบริษัท หยกเพชรพัทลุงรุ่งเรือง จำกัด เป็นผู้รับจ้าง และได้ทำสัญญาจ้าง เลขที่ 09/2555 ลงวันที่ 17 กันยายน 2555 ทางไต่สวนพบว่านายมงคล หรือชยวัฒน์พงศ์  อรุณรัตน์ มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับนายคณนาถ หมื่นหนู โดยนายมงคล หรือชยวัฒน์พงศ์  อรุณรัตน์ มีศักดิ์เป็นหลานของนายคณนาถ  หมื่นหนู อีกทั้งในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท หยกเพชรพัทลุงรุ่งเรือง จำกัด เมื่อปี 2548 พบว่านายคณนาถ  หมื่นหนู เป็นพยานรับรองลายมือชื่อผู้ร่วมก่อการ โดยผู้ร่วมก่อการ มี 2 ราย ซึ่งทั้ง 2 ราย เป็นเครือญาติของนายคณนาถ หมื่นหนู ทั้งสิ้น นอกจากนั้นที่ตั้งสำนักงานใหญ่บริษัท หยกเพชรพัทลุงรุ่งเรือง จำกัด พบว่าเป็นที่ตั้งของบ้านมารดาของนายคณนาถ  หมื่นหนู ตลอดจนชื่อบริษัทยังคล้องกับชื่อบุตรสาวและบุตรชายของนายคณนาถ หมื่นหนู อีกด้วย

กรณีจึงฟังได้ว่าเป็นการจงใจเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างจากวิธีสอบราคาเป็นโดยวิธีพิเศษ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนายมงคล หรือชยวัฒน์พงศ์  อรุณรัตน์ ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับตนเอง ให้เข้ามาเป็นคู่สัญญากับเทศบาลตำบลทะเลน้อย โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2555 ขณะดำเนินโครงการฯ ปรากฏว่าคนขับรถบรรทุกรับจ้างได้นำดินไปถมในพื้นที่สาธารณประโยชน์เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย คณะเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าทะเลน้อย ได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่
คิดเป็นเนื้อที่ 63.75 ตารางวา และมีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน โดยมีเทศบาลตำบลทะเลน้อยและนายคณนาถ  หมื่นหนู นายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย เป็นผู้ต้องหา ต่อมาพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องและส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณา ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดพัทลุงได้ยื่นฟ้องเทศบาลตำบลทะเลน้อย เป็นจำเลยที่ 1 และนายคณนาถ  หมื่นหนู นายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลจังหวัดพัทลุง และเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2559 ศาลจังหวัดพัทลุงได้มีคำพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 เห็นควรลงโทษปรับจำเลยทั้งสองคนละ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ 5,000 บาท (คดีถึงที่สุด)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้

กรณีดำเนินจ้างโครงการทำแนวเขตทะเลน้อยและปรับปรุงภูมิทัศน์ หมู่ที่ 1 และ 4 ตำบลทะเลน้อย โดยจงใจเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างจากวิธีสอบราคาเป็นโดยวิธีพิเศษ

1. การกระทำของนายคณนาถ หมื่นหนู มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73

2. การกระทำของนายมงคล หรือชยวัฒน์พงศ์  อรุณรัตน์ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

3. การกระทำของเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทะเลน้อยที่เกี่ยวข้อง จากการไต่สวนเบื้องต้น ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่า ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล เห็นควรให้ข้อกล่าวหาตกไป

สำหรับกรณีดำเนินโครงการฯ รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่สาธารณประโยชน์เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย โดยไม่ได้มีการขอใช้พื้นที่ นั้น เป็นประเด็นเดียวกับที่ศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว ห้ามมิให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับหรือยกเรื่องขึ้นพิจารณา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 54 (2) จึงไม่รับไว้พิจารณา ให้ข้อกล่าวหาตกไป ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช. ชี้มูล 'สุรชาติ  ปักสำโรง' อดีตนายกอบต.ตะขบ ทุจริตติด CCTV
ป.ป.ช. ชี้มูล 'สุรชาติ  ปักสำโรง' อดีตนายกอบต.ตะขบ ทุจริตติด CCTV