News Logo
หน้าแรก
ก.พ.ชง 5 มาตรการฟันโกงสอบขรก. บรรจุแล้วต้องไล่ออก-บัญชีดำ-เรียกเงินคืน

ก.พ.ชง 5 มาตรการฟันโกงสอบขรก. บรรจุแล้วต้องไล่ออก-บัญชีดำ-เรียกเงินคืน

7 ก.ค. 2569 12:15
ผู้ชม 29 คน

ก.พ.จ่อชงครม. เคาะ 5 มาตรการเข้มฟันทุจริตสอบขรก. ไล่ออก-ทำแบล็กลิสต์ให้หน่วยงานทั่วประเทศตรวจสอบ เล็งให้สอบภาค ก. เป็น e-Exam 100% แก้กฎหมายเรียกเงินเดือนคนที่บรรจุไปแล้วคืนเต็มจำนวน พร้อมเสนอไม่ให้บรรจุกลับคืนคนเคยทุจริต แม้ได้ล้างมลทิน ขาดงานเกิน 15 วัน ไม่มีเหตุผลอันควร ผิดวินัยร้ายแรง -ไล่ออก

นักข่าว Next News รายงานเ มื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ว่านายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวโดยเผยแพร่เอกสารข่าวสรุปผลการ ก.พ. ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า ก่อนเข้าวาระเพื่อพิจารณา ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยงบประมาณรายจ่ายประจำมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของงบบุคลากร ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จบำนาญ รวมกันเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ดังนั้น จึงจำเป็นต้องดำเนินการมาตรการเพื่อควบคุมขนาดกำลังคนและค่าใช้จ่ายภาครัฐอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานราชการบริหารส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค เพื่อควบคุมไม่ให้มีการเพิ่มและปรับลดจำนวนลงได้มากที่สุด ขอให้สำนักงาน ก.พ. และสำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกันวางแผนการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว และนำเสนอ ก.พ. เพื่อพิจารณาต่อไป

สำหรับเรื่อง Early Retirement ขอให้สำนักงาน ก.พ. เร่งดำเนินการให้มีผลในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อแสดงถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ส่วนเรื่องสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ขอให้สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ศึกษาวิธีการนำระบบประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนระบบปัจจุบัน

ประธาน ก.พ.ได้กล่าวถึงกรณีทุจริตการสอบเข้ารับราชการที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสำนักงาน ก.พ. แต่เรื่องดังกล่าวก่อให้เกิดทัศนคติเชิงลบแบบเหมารวม ส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบราชการอย่างรุนแรง จึงขอให้สำนักงาน ก.พ. ประสานกับสมาคมองค์กร หรือกลุ่มข้าราชการต่าง ๆ ดำเนินการในเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาศักดิ์ศรีของข้าราชการพลเรือนในภาพรวมต่อไป

ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติในวาระสำคัญเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ จำนวน 5 เรื่อง ดังนี้

1.เห็นชอบหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแต่งตั้งตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าของส่วนราชการให้เหมาะสมและมีความสอดคล้องกับบาทหน้าที่ และบริบทของราชการในปัจจุบัน

2.เห็นชอบร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในหลายประเด็น เช่น การกำหนดระยะเวลาในขั้นตอนก่อนการดำเนินการทางวินัยและระหว่างการดำเนินการทางวินัยขั้นตอน การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสอบปากคำพยานและผู้ถูกกล่าวหาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น เป็นต้น และให้สำนักงาน ก.พ. นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

3.เห็นชอบมาตรการจัดการทุจริตสอบเข้ารับราชการ จำนวน 5 มาตรการ และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ดังนี้ 3.1 ตัดสิทธิและขึ้นแบล็กลิสต์ (Blacklist) กำหนดให้ผู้ทุจริตสอบภาค ก. มีลักษณะต้องห้ามเข้ารับราชการ พร้อมเพิกถอนใบรับรองสอบผ่าน และหากได้รับการบรรจุไปแล้วต้องให้ออกจากระบบราชการทันที 3.2โทษวินัยสูงสุด "ไล่ออกสถานเดียว" ถือเป็นการผิดวินัยฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หากถูกตั้งสอบวินัยให้สั่งพักหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยมีบทลงโทษขั้นเด็ดขาดคือไล่ออกเท่านั้น

3.3 จัดทำฐานข้อมูลกลาง (Blacklist) รวบรวมรายชื่อผู้ทุจริตจากทุกองค์กรบริหารงานบุคคล เพื่อสร้างฐานข้อมูลกลางให้หน่วยงานรัฐทั่วประเทศใช้ตรวจสอบผู้สมัคร 3.4 ให้อำนาจเพิกถอนใบรับรอง เลขาธิการ ก.พ. มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบรับรองผ่านภาค ก. ได้ทุกกรณี (ยกเว้นกรณีทุจริตสอบ ให้เสนอ ก.พ. พิจารณา) 3.5.แผนปฏิบัติการ 3 ระยะ (บูรณาการร่วมกับ ป.ป.ท., ป.ป.ช., ปปง. และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน) ประกอบด้วย ระยะสั้น (1 ปี) ออกหลักเกณฑ์ลักษณะต้องห้ามและบังคับใช้มาตรฐานโทษวินัย ระยะกลาง (3 ปี) ปรับการสอบภาค ก. เป็น e-Exam 100% และเปิดใช้ฐานข้อมูลกลางตรวจสอบผู้ทุจริต ระยะยาว (5 ปี) ออกกฎหมายอาญาเฉพาะเพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการด้วยโทษรุนแรง และแก้กฎหมายให้สามารถเรียกคืนเงินเดือนและผลประโยชน์อื่น ๆ จากผู้ทุจริตที่ได้รับการบรรจุคืนได้เต็มจำนวน

4.เห็นชอบให้สำนักงาน ก.พ. นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามีมติให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐทุกประเภทถือปฏิบัติตามแนวทางของ ก.พ. กล่าวคือ ไม่ให้บรรจุหรือบรรจุกลับ สำหรับผู้เคยทุจริตต่อหน้าที่แม้จะได้รับการล้างมลทิน สำหรับการดำเนินการทางวินัยกรณีให้ข้อมูลเท็จต่อคณะกรรมาธิการ ให้กำชับส่วนราชการให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการฯ พ.ศ. 2568 และดำเนินการทางวินัยแก่ผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด

5.เห็นชอบกับข้อเสนอของสำนักงาน ก.พ. ที่ให้ปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และไม่กลับมาปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยกำหนดให้เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ ทั้งนี้ ให้สำนักงาน ก.พ. นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

 

 

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบท้องถิ่น



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชื่อชัดแล้ว 4,200 คน! เปิดโรดแมปเช็กบิลโกงสอบท้องถิ่น-ส่ง ปปป. ฟันอาญา
ชื่อชัดแล้ว 4,200 คน! เปิดโรดแมปเช็กบิลโกงสอบท้องถิ่น-ส่ง ปปป. ฟันอาญา