News Logo
หน้าแรก
เจาะโกงสอบท้องถิ่น สัญญาณเตือนโผล่ปี 62 วัดใจสอบย้อนหลัง ล้างทั้งระบบ

เจาะโกงสอบท้องถิ่น สัญญาณเตือนโผล่ปี 62 วัดใจสอบย้อนหลัง ล้างทั้งระบบ

7 ก.ค. 2569 17:13
ผู้ชม 148 คน

"...รูปแบบหรือพฤติการณ์การทุจริตที่ตรวจพบในปี 2568 เป็นการกระทำที่เพิ่งเกิดขึ้นเฉพาะการสอบครั้งนี้ หรืออาจเป็นปัญหาที่ดำเนินมาเป็นเวลานานแต่ยังไม่เคยถูกเปิดเผยอย่างเป็นระบบ เพราะมีหลายข้อมูลที่บ่งบอกว่า ขบวนการทุจริตเรื่องนี้ ทำต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้ว ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น มูลค่ามหาศาล ..."

แม้การเปิดโปงขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 จะถูกมองว่าเป็นคดีทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของระบบการสอบท้องถิ่น

แต่หากย้อนตรวจสอบข้อมูลตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะพบว่า ปัญหาดังกล่าวมีสัญญาณเตือนปรากฏมาเป็นระยะ ตั้งแต่มาตรการป้องกันเชิงรุกในปี 2560 ไปจนถึงข้อร้องเรียนเรื่องการเรียกรับเงินในปี 2562 ก่อนจะพัฒนาไปสู่การตรวจพบเครือข่ายทุจริตขนาดใหญ่ในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า การจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น แบ่งออกเป็น 4 ช่วงหลัก ดังนี้

1. ประกาศชุดปี 2560 (ชุดบุกเบิกระบบ กสถ.) จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 8/2560 มีนายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร เป็นประธานคณะกรรมการ กสถ.

2. ประกาศชุดปี 2562 โครงสร้างคณะกรรมการชุดนี้ยังยึดตามรูปแบบเดิม แต่มีการสับเปลี่ยนบุคคลตามตำแหน่งราชการที่ขยับขยาย ณ ช่วงเวลานั้น นายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร ยังคงเป็นประธาน กสถ.

3. ประกาศชุดปี 2564 เป็นประกาศชุดที่มีการปรับปรุงรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิครั้งใหญ่ เพื่อรองรับการจัดสอบข้ามปีเนื่องจากวิกฤตโควิด-19 มีนายคำรณ โกมลศุภกิจ เป็นประธาน กสถ.

@ ปี 2560 : ออกมาตรการเข้มป้องกันโกงสอบ แต่ยังไม่พบคดีทุจริต

จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า ก่อนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2560 ซึ่งเปิดสอบ 85 ตำแหน่ง จำนวน 21,605 อัตรา คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้ยกระดับมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด

ในขณะนั้น นายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร ประธาน กสถ. ได้ลงนามประกาศกำชับให้ผู้เข้าสอบและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมย้ำว่าผู้กระทำการทุจริตจะถูกดำเนินคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ โดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 8/2560 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามการทุจริต

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลข่าวและเอกสารสาธารณะที่เผยแพร่ในเวลาต่อมา ไม่พบรายงานว่าการสอบในปี 2560 มีการตรวจพบการทุจริตที่นำไปสู่การจับกุมหรือดำเนินคดีอาญา จึงถือเป็นช่วงที่มีมาตรการเชิงป้องกันเป็นหลัก และยังไม่ปรากฏคดีทุจริตที่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ

@ ปี 2562 : เริ่มมีข้อร้องเรียนเรียกรับเงิน แต่ยังไม่พบการดำเนินคดี

ทั้งนี้ ในช่วงปี 2562 คณะกรรมการ กสถ. ได้ออกประกาศรับสมัครสอบแข่งขันอย่างเป็นทางการ เปิดรับสมัคร 63 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 8,579 อัตรา (แบ่งเป็นประเภททั่วไป 5,582 อัตรา, ประเภทวิชาการ 1,213 อัตรา, และครูผู้ช่วย 1,784 อัตรา) มีผู้สมัครและชำระเงินที่มีสิทธิ์สอบ 337,986 คน โดยมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้รับผิดชอบการจัดสอบ

ในช่วงปี 2562 นี้ ได้เกิดกระแสข่าวเกี่ยวกับการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ และมีการร้องเรียนเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

เมื่อเดือนสิงหาคม 2562 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลร้องเรียนจาก ส.ส. หลายจังหวัดว่า มีผู้แอบอ้างเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบรายละประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป โดยอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบผ่านได้ โดยเฉพาะก่อนการสอบภาค ค.

หลังข้อกล่าวหาถูกเผยแพร่ รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร ประธาน กสถ. ได้ออกมาชี้แจงปฏิเสธ พร้อมยืนยันว่ากระบวนการสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใส และยังไม่มีข้อเท็จจริงยืนยันว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น

จากการตรวจสอบข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะในเวลาต่อมา ไม่พบรายงานการจับกุมผู้เกี่ยวข้อง หรือการดำเนินคดีอาญาที่สืบเนื่องจากข้อร้องเรียนดังกล่าว ทำให้เหตุการณ์ในปี 2562 ยังคงอยู่ในสถานะ "ข้อกล่าวหา" ที่ไม่ได้รับการยืนยันด้วยผลการสอบสวนหรือคำพิพากษาของศาล

แต่มีข้อมูลสะพัดว่าโมเดลการโกงหลัก ๆ ในขณะนั้น มีขบวนการติวเตอร์สายดำ ตั้งกลุ่มลับอ้างว่าสามารถฝากฝังหรือดึงคะแนนช่วยเหลือได้ โดยเรียกรับผลประโยชน์เป็นงวด ๆ (มัดจำล่วงหน้า และจ่ายสมทบเมื่อสอบผ่าน มีการใช้ตัวตายตัวแทน หรือการการันตีผลลัพธ์แบบล็อกเลขที่นั่งสอบ เป็นต้น

@ จุดเปลี่ยนสู่การเปิดโปงครั้งใหญ่

แม้เหตุการณ์ในปี 2560 และปี 2562 จะยังไม่ปรากฏคดีทุจริตที่มีผลทางกฎหมายอย่างชัดเจน แต่เมื่อเวลาผ่านไป การตรวจสอบของหน่วยงานรัฐได้เริ่มพบความผิดปกติของการสอบแข่งขันในเวลาต่อมา ก่อนจะนำไปสู่การสืบสวนขยายผล และการเปิดโปงขบวนการทุจริตการสอบท้องถิ่นครั้งใหญ่ในปี 2568 ซึ่งมีการตรวจพบการแก้ไขคะแนนสอบและการกระทำที่เข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครบางราย จนนำไปสู่การเพิกถอนผลสอบหลายพันราย และการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

พัฒนาการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการทุจริตในการสอบท้องถิ่นไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน หากแต่มีสัญญาณเตือนและข้อร้องเรียนปรากฏมาเป็นระยะ ก่อนที่การตรวจสอบเชิงลึกของหน่วยงานรัฐจะสามารถเปิดเผยเครือข่ายและพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการทุจริตได้ในวงกว้างในปี 2568 ซึ่งนับเป็นบททดสอบสำคัญต่อการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการสรรหาบุคลากรภาครัฐในอนาคต

@ ถึงเวลาย้อนตรวจสอบหรือไม่?

แม้ปัจจุบันการตรวจสอบจะมุ่งเน้นไปที่การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ซึ่งพบพยานหลักฐานจนสามารถขยายผลดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องได้ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการย้อนตรวจสอบข้อมูลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาเกี่ยวกับความโปร่งใสของการสอบท้องถิ่นเคยมีสัญญาณเตือนและข้อร้องเรียนเกิดขึ้นมาแล้วเป็นระยะ

คำถามสำคัญที่สังคมควรร่วมกันตั้งคือ รูปแบบหรือพฤติการณ์การทุจริตที่ตรวจพบในปี 2568 เป็นการกระทำที่เพิ่งเกิดขึ้นเฉพาะการสอบครั้งนี้ หรืออาจเป็นปัญหาที่ดำเนินมาเป็นเวลานานแต่ยังไม่เคยถูกเปิดเผยอย่างเป็นระบบ เพราะมีหลายข้อมูลที่บ่งบอกว่า ขบวนการทุจริตเรื่องนี้ ทำต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้ว ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น มูลค่ามหาศาล

โดยเฉพาะในช่วงปี 2562 ที่เริ่มมีการร้องเรียนไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังนั้น กระทรวงมหาดไทย และ ป.ป.ช. ควรจะนำกระดาษคำตอบมาตรวจสอบให้หมด เพราะถ้ามีการทุจริตเช่นเดียวกับการสอบแข่งขันปี 2568 เท่ากับว่ามีการที่ซื้อตำแหน่งเข้าไปเป็นจำนวนหลาย 10,000 คน ซึ่งบุคคลเหล่านี้อาจจะเข้าไปทุจริตเพื่อถอนทุนคืนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ หกาพบว่ามีการทุจริตสอบควรต้องไล่ออกจากตำแหน่งและดำเนินคดีรวมทั้งเรียกเงินเดือนคืนทั้งหมดด้วย

ด้วยเหตุนี้ จึงนับเป็นเรื่องสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พิจารณาขยายผลตรวจสอบการสอบแข่งขันในรอบที่ผ่านมา โดยเฉพาะการสอบในปี 2560 และปี 2562 รวมถึงการสอบในปีอื่น ๆ ที่มีข้อร้องเรียนหรือความผิดปกติ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำในลักษณะเดียวกับที่ตรวจพบในปี 2568 หรือไม่

หากผลการตรวจสอบพบว่าไม่มีการทุจริต ก็จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ที่สอบผ่านและประชาชนว่าระบบการสอบมีความโปร่งใส แต่หากพบพยานหลักฐานว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริง ก็จะเป็นโอกาสในการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และฟื้นฟูมาตรฐานของระบบการสรรหาข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้ได้รับความเชื่อถือจากสังคมอีกครั้ง

คดีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 จึงไม่ควรเป็นเพียงการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีเดียว แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการทบทวนและตรวจสอบระบบการสอบแข่งขันย้อนหลังอย่างจริงจังล้างทั้งระบบ

เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนว่า ปัญหาที่ถูกเปิดโปงในวันนี้ เป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะครั้ง หรือเป็นช่องโหว่ที่ดำรงอยู่ในระบบมาเป็นเวลานาน ป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยในอนาคตได้อีก

ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบท้องถิ่น
ข่าวคดีทุจริต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขุดโพรไฟล์อดีตนายกฯ ทะเลน้อยคนถูก ป.ป.ช.ชี้มูล ที่แท้ลูกหนี้‘พิพัฒน์’
ขุดโพรไฟล์อดีตนายกฯ ทะเลน้อยคนถูก ป.ป.ช.ชี้มูล ที่แท้ลูกหนี้‘พิพัฒน์’